เรียนรู้ที่จะ..อยู่ เตรียมพร้อมที่จะ..จาก
เมื่อ "มะเร็ง" เป็น "คนแปลกหน้า" ที่เข้ามาอยู่กับครอบครัวเรา
เราจึงต้อง "เรียนรู้" ที่จะ "อยู่" กับคนแปลกหน้านั้น
พร้อมๆ กับ "เรียนรู้" ที่จะ "จาก" กับคนในครอบครัว
"อยู่" อย่างมีความสุข และ "จาก" อย่างที่ได้รับการเตรียมตัว
เพราะ ... เรายังมีเวลา
ซ้าย- ธรณ์ / ขวา- ธรรศ

001 เมื่อธรรศไม่สบาย..รับรู้..ทำใจ..ทำให้ดีที่สุด
วันพุธที่ 12 กันยายน 2550
วันนี้แม่ไปทำงาน ส่วนคุณพ่อก็พาธรรศไปหาคุณป้าหมอนี ตอนเช้าแม่บอกว่า อย่าทานอาหารเยอะนะ เดี๋ยวป้านีดูท้องไม่เห็น พอป้านีดูเสร็จแล้วค่อยทานเยอะๆ ธรรศก็รับปาก โดยขอทานยาคูลท์ 1 ขวด วันนี้คุณพ่อเป็นคนพาไป ส่วนแม่ไปทำงาน
ช่วงเที่ยงคุณพ่อโทรมาส่งข่าวว่า จากการทำอุลตร้าซาวน์มีก้อนเนื้อที่ไต ซึ่งไตจะอยู่ข้างหลังม้าม จึงไปดันให้ม้ามสูงขึ้นมาจนคลำได้ (ปกติจะคลำไม่เจอ) ตอนเย็นแม่กลับมาบ้านเห็นผลที่คุณหมออ่านจากที่ไปอุลตร้าซาวน์ คือ
12 ก.ย. 2550
ULTRASONOGRAPHY OF WHOLE ABDOMEN
Real time sonogram shows normal liver and right kidney.
No GB stone or sign of choelcystitis.
Mild splenic enlargement.
There is a well defined border , encapsulated mass with mixed echoic components
About 9 x 9 x 12 cm. size in left frank , below spleen.
Left kidney cannot be seen.
No ascites.
No UB lesion.
IMP : LEFT FRANK MASS , Diff. Dx. = Hypernephroma or Neuroblastoma.
โอโห.. ก้อนที่ไตข้างซ้ายขนาดคร่าวๆ 9 x 9 x 12 ซ.ม. แม่เลยโทรไปคุยรายละเอียดกับป้านีเพราะสงสัยไอ้ตัว Hypernephroma or Neuroblastoma ด้วย
ป้านีบอกว่า 2 ตัวนี้ก็คือ เนื้องอก จากที่ดูก้อนของธรรศมันอาจจะงอกจากไต หรืออยู่ติดกับไต ก้อนที่เห็นดูมีขอบเขตที่แน่นอนซึ่งถ้าผ่าก็คงไม่ยาก น่าจะเป็น Hypernephroma หรือเรียกว่า Wilm's Tumor ซึ่งมักเกิดในเด็กวัย 3 - 5 ปี
ส่วน Neuroblastoma จะเกิดที่ต่อมหมวกไต การลามจะเร็วกว่า เรียกว่าดุกว่าตัวแรก
สำหรับการรักษาในความเห็นของป้านีคือ ผ่าตัด ซึ่งคงต้องเอาไตด้านซ้ายออกไปด้วย หลังจากนั้นก็ให้คีโมแบบเด็ก แม่ยังถามย้ำกับป้านีว่า มันคือ เนื้องอก หรือมะเร็ง ป้านีก็บอกว่า ถ้าถามหมอๆ ก็บอกว่า คือ มะเร็ง
ฟังแล้วแม่ก็อึ้งเหมือนกัน มะเร็ง .... ธรรศในวัยเกือบ 4 ขวบ (จะ 4 ขวบ 27 ต.ค. 50) กำลังน่ารัก ช่างพูด แล้วก็พูดเพราะด้วย แม่จะได้ยินเสียง.... คุณแม่ครับ พี่ธรรศจะเอานั่น พี่ธรรศจะเอานี่ ... อีกนานเท่าไหร่ มันยากจะบรรยายเป็นตัวหนังสือว่าแม่รู้สึกยังไง คิดว่าใครเจอสถานการณ์แบนี้คงเข้าใจ
แต่อย่างว่า อายุ ... ไม่ได้เป็นตัวบ่งบอกว่าใครควรจะอยู่ ใครควรจะไป กรรมของแต่ละคนต่างหากเป็นตัวกำหนด แต่ละคนจะมีทางของตัวเองที่กำหนดไว้แล้ว
แม่ถามตัวเองว่า
เรื่องของธรรศ ถ้าแรงที่สุดสำหรับแม่คืออะไร
คำตอบของแม่คือ " ธรรศอยู่ได้แค่นี้ แม่ไม่คิดแบบหลอกตัวเองว่าธรรศต้องหาย โดยเหตุผลที่ว่าเพราะธรรศอายุยังน้อย "
ถ้าธรรศอยู่ได้แค่นี้แม่จะทำยังไง
คำตอบที่ได้คือ " แม่ก็ต้องอยู่ได้ เพราะแม่ยังมีธรณ์ และคนอื่นๆ อีก เช่น คุณพ่อ คุณตา คุณยาย ที่ต้องคอยดูแล ไม่ได้หมายความว่าแม่ไม่ได้รักธรรศนะ แต่แม่คิดว่าคงไม่มีใครต้องตายไป เพราะคนที่เรารักตายหรอก "
สิ่งที่สำคัญสำหรับแม่ตอนนี้คือ
- ตั้งสติให้นิ่งที่สุด ให้กำลังใจตัวเองให้มากที่สุด อย่าไปหวังกำลังใจจากคุณพ่อ เพราะแม่คิดว่าในสถานการณ์แบบนี้ เรา (คุณพ่อ + แม่) ต้องให้กำลังใจซึ่งกันและกัน คุณพ่อก็คงทุกข์ไม่ต่างจากแม่ อย่าไปคิดว่าคุณพ่อเป็นผู้ชายต้องเข้มแข็งกว่า ถ้าเรา เข้มแข็งทั้ง 2 คน จะไม่ดีกว่าหรือ
- จะทำอะไรให้ธรรศได้บ้าง สำหรับแม่..เรายังมีเวลา เพราะต้องนับว่าโชคดีที่รู้ว่าธรรศเป็นอะไร ในขณะที่ธรรศยังไม่มีอาการของโรคปรากฏเลย ธรรศยังร่าเริง แจ่มใส สนุกสนาน หัวเราะเสียงดัง ทานอาหารได้เยอะ
คืนนั้นแม่ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับ " การทำใจ " และ " การยอมรับ " และเมื่อ " ยอมรับผู้มาเยือนของธรรศ " ได้บ้างแล้ว แม่จึงใช้เวลาหมดไปกับการเปิดอินเตอร์เนทเพื่อหาข้อมูลเกี่ยวกับมะเร็งในเด็ก เพราะถ้าเรามีข้อมูล หรือรู้อะไรบ้าง จะได้มีประเด็นที่จะคุย - ถามคุณหมอได้ ซึ่งดีกว่าการที่มานั่งจมกับทุกข์ โดยไม่เกิดประโยชน์อะไร
ขณะนี้ ... เวลา ... มีค่ามากที่สุด ต้องใช้ให้มีประโยชน์มากที่สุด
เอาหละ ... แม่พร้อมสำหรับทุกอย่างแล้ว
ขอมอบกำลังใจให้ ค่ะ
ขอบคุณมากนะคะ
แป๊ว