เกือบๆ 3 เดือนที่เข้ามาใช้ชีวิตในม.มหิดล ไม่เลย ไม่เคยคิดว่าจะได้มาทำงานที่นี่ รู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก จะว่าเหนื่อยก็เหนื่อย แต่ก็ทุ่มเทให้อย่างสุดกำลัง คงเพราะอยากอยู่ที่นี่นานๆมั้ง แหะๆ เอาไว้ต่อพรุ่งนี้ วันนี้หลับก่อน เดี๋ยวพรุ่งนี้ไม่มีแรง เบลอๆอีก

          ต่อๆ เมื่อวานได้มีโอกาสไปทานข้าวกับท่านอาจารย์ประสิทธิ์ เลขานุการอาจารย์ หัวหน้างานและเพื่อนร่วมงานอีกคนหนึ่ง ระหว่างทานข้าวอาจารย์ถามผมว่า คุณชอบองค์กรแบบไหน ระหว่าง องค์กรที่มีคนคอยสอนว่าเราต้องทำยังไง กับองค์กรที่บอกจุดหมายว่าเราจะไป ผมตอบอาจารย์ไปว่า ผมชอบองค์กรที่บอกจุดหมายว่าเราจะไป ผมไม่ชอบให้ใครมาจ้ำจี้จำ้ไช อาจารย์เลยถามผมต่อว่า แล้วชอบองค์กรแบบไหนระหว่างยอมให้ทำผิด กับไม่ยอมให้ทำผิด อาจารย์หันมาทางผม ผมตอบอย่างไม่คิดเลยว่า ชอบองค์กรที่ยอมให้ทำผิด เพราะว่าผมไม่อยากมีความผิด (แหะๆ) อาจารย์หันไปทางเพื่อนผม เค้าให้เหตุผลไว้พร้อมกับคำตอบว่า อืมมมม... หนูคิดว่าเป็นองค์กรที่ไม่ยอมให้ทำผิดค่ะ เพราะว่าเหมือนเป็นการบังคับให้ทุกคนต้องรอบคอบ อาจารย์นิ่งไปพักหนึ่ง ก่อนที่จะถามอีกว่า คิดว่ามหิดลเป็นยังไง  ผมตอบไปตามตรงโดยบอกล่วงหน้าไว้ว่าไม่ได้ยกยอปอปั้นมหิดลนะ แต่ผมคิดว่ามหิดลเป็นองค์กรแบบแรก คือ บอกจุดหมายว่าเราจะไป คุณล้มหรือทำผิดก็ไม่ว่าแต่อย่าทำผิดครั้งที่สอง ใจผมคิดไปถึงพระราชดำรัสของในหลวง เพราะผมเคยได้ยินว่า จงให้โอกาสผู้อื่นครั้งที่สองแต่อย่าถึงสาม แล้วอาจารย์ก็เสริมต่อไปว่า ทำงานกับผมนะ(ขยายความเองนะ)ไม่ต้องกลัวว่าจะทำผิดหรือถูกเพราะนั่นคือการเรียนรู้ เมื่อผิดแล้วเราก็จะได้ไม่ทำผิดอีก (ทำนองนี้) ผมพูดกับอาจารยต่อไปว่า ผมเองมาอยู่ใหม่ก็ใช่ว่าจะมีใครสอนงาน ทุกคนมีงานของตนเอง จะถามบ้างก็เล็กๆน้อยๆ ที่เหลือมาจากความผิดของตัวเองทั้งนั้น ทำให้รู้งาน อาจารย์พยักหน้า แล้วก้มลงทานข้าวต่อ สรุปว่าวันนั้นผมนี่ปลื้มสุดๆ

          ย้อนไปถึงเมื่อครั้งที่ไปสัมมนากอง อาจารย์ได้เคยให้โอวาทไว้ครั้งหนึ่ง ซึ่งผมยังจำได้ดี อาจารย์พูดว่า "ทุกคนเกิดมาเริ่มจากนอนหงาย นอนหงายแล้วก็นอนคว่ำ นอนคว่ำแล้วก็คลาน คลานแล้วก็ยืน ยืนแล้วก็ล้ม ล้มแล้วก็ยืนใหม่ พอเริ่มเดินก็ล้ม ล้มก็เดินใหม่ พอเดินแล้วก็วิ่ง พอวิ่งแล้วก็ล้ม พอล้มแล้วก็วิ่งใหม่ คราวนี้ก็จะรู้แล้วว่าวิ่งอย่างไรไม่ให้ล้ม" มันก็ไม่ต่างจากชีวิตทำงาน ทุกคนก็ต้องเริ่มมาจากจุดเดียวกัน กว่าจะยืนขึ้นด้วยขาด้วยแขน สั่งสมประสบการณ์มานับไม่ถ้วน และผมก็หวัง วันหนึ่งประสบการณ์จะสอนผมทำให้ผมวิ่งได้โดยไม่ล้ม

 

สวัสดี