"มุม" มีไว้ให้ "เลือกมอง"
จากชีวิตที่เรียบง่าย แล้ววันหนึ่ง .. ก็เริ่มมีอะไรที่เราไม่รู้จัก ค่อยๆ แทรกเข้ามา ถ้าเราเลือกที่จะวิ่งหนี เราก็อาจจะต้องหนีอยู่ตลอด แม้กระทั่งหนีตัวเอง แต่ถ้าเราพยายามที่จะเรียนรู้ เพื่อยอมรับธรรมชาติของสิ่งที่ไม่รู้จักนั้น บางครั้งเราก็อาจจะอยู่ร่วมกันได้ อย่างน้อย .. ก็ไม่กลัวจนเกินไป
งานปิดภาคเรียน 3 มี.ค.50
001 เมื่อธรรศไม่สบาย... รับรู้ ... ทำใจ ... ทำให้ดีที่สุด ( 1 ก.ย. 50 )
วันเสาร์ที่ 1 กันยายน 2550
ตอนเช้าธรณ์เป็นรอยแดงๆ ที่แขนขวา 3-4 แห่ง มีที่หน้าผากด้วย ซึ่งก็คิดว่าน่าจะเป็นเพราะยุงกัด วันนี้ตอนสายราว 10.00 น. นัดกับน้องเขียดว่า พาธรรศ กับธรณ์ไปลองถ่ายรูปปกหนังสือนิทานที่สำนักพิมพ์แปลนสาราจะทำแคตตาล็อกหนังสือนิทานของเด็ก พอช่วงเที่ยงก็สังเกตว่าแขนข้างซ้ายของธรณ์เป็นรอยวงแดงๆ เพิ่มขึ้น รวมทั้งที่ขมับด้วย ก็เลยคิดว่ารอยที่เห็นไม่น่าจะเป็นรอยยุงกัด เพราะถ้ายุงกัดก็ควรเห็นตั้งแต่เช้าทั้ง 2 แขน แล้ว ไม่น่าจะมาขึ้นทีหลัง ช่วงบ่ายเลยพาธรณ์ไปหาคุณหมอกิจจา ซึ่งคุณหมอดูแล้วก็บอกว่า น่าจะโดนแมลง หรือมด หรือละอองอะไรสักอย่าง แต่ไม่ใช่ยุง
วันนั้นคุณแม่เลยให้คุณหมอดูผิวธรรศด้วย เพราะช่วง 2 สัปดาห์ที่แล้ว เป็นผื่นแพ้ คุณหมอดูแล้วก็บอกว่า ผิวแล้วก็ดีขึ้น แต่คุณหมอทักว่า " วันนี้ทำไมพุงของธรรศโตจัง" คุณแม่ก็บอกว่า "ช่วงนี้คัดจมูก เลยมักจะหายใจทางปาก" ซึ่งคงจะมีลมในท้อง และก่อนหน้านี้ 10นาที เพิ่งทานนม 1 กล่อง " แต่คุณหมอก็ยังติดใจเรื่องพุงป่องๆ ของธรรศ เลยให้ธรรศไปนอนเตียงแล้วก็จับท้องดู แล้วคุณหมอก็บอกว่าขออุลตร้าซาวน์ดูนะ เพราะรู้สึกเหมือนกับม้ามโต
ซึ่งคุณแม่ก็บอกธรรศว่า " คุณหมอจะขอดูท้องธรรศหน่อยนะลูก ว่าทำไมท้องธรรศป่อง แล้วธรรศจะได้เห็นท้องตัวเองที่โทรทัศน์ด้วยนะ คุณหมอจะเอายาสีฟันเย็นๆ บีบออกมาจากขวดซอส ขวดซอสเหมือนที่ธรรศกินที่แมคโดนัลไง แล้วคุณหมอก็จะมีที่นวดท้อง เอาถูไปถูมาที่ท้อง แล้วธรรศจะเห็นท้องตัวเองในทีวี "
บอก (หลอก) เสร็จ ก็มาลุ้นว่าธรรศจะให้ความร่วมมือกับคุณหมอดีมั้ย .... ให้ 100 คะแนนเต็มเลยค่ะ คุณหมอทำแป๊บเดียวก็เสร็จเรียบร้อย ธรรศให้ความร่วมมือดีมาก
ผลอุลตร้าซาวน์ออกมาก็คือ ... ม้ามโต (คุณหมอเป็นหมอเด็กทำโดยคร่าวๆ เพราะถ้าจะอุลตร้าซาวน์ให้ละเอียดจะต้องให้คุณหมอด้านรังสีเป็นคนทำ และอ่านผล) คุณหมอบอกว่าอาจเป็นเพราะมีการติดเชื้อ ซึ่งอาจหายเองได้โดยไม่ต้องทำอะไร หรือถ้าไม่ใช่ก็ต้องตรวจดูว่าเป็นเพราะอะไรจึงทำให้ม้ามโต เช่น ธาลัสซีเมีย .... และคุณหมอได้ขอประวัติตอนฝากท้องมาดู ซึ่งของคุณแม่ปกติ ไม่มีอะไร
คุณหมอนัดให้ไปหาอีกครั้งช่วงปลายสัปดาห์ โดยขอให้งดอาหารราว 2-3 ชั่วโมง ก่อนมา
บรรทัดนี้ ต้องขอบคุณคุณหมอกิจจา ที่คุณหมอติดใจเรื่องพุงโตๆ ของธรรศ (ปกติเค้าจะพุงป่องๆ อยู่แล้ว) เพราะถ้าคุณหมอไม่ติดใจก็คงไม่ได้ตรวจพบเรื่องม้ามโดยบังเอิญ โดยที่ตัวธรรศเองก็ยังไม่มีอาการอะไรผิดปกติ
และก็ต้องไม่ลืมที่จะขอบคุณ เจ้าแมลง ... มด ... หรืออะไรก็แล้วแต่ ที่ทำให้ธรณ์เป็นผื่นจนต้องมาหาหมอ ก็เลยได้เผื่อแผ่มาถึงธรรศด้วย
วันศุกร์ที่ 7 กันยายน 2550
วันนี้คุณพ่อกับคุณแม่ไปรับธรรศกับธรณ์ที่โรงเรียน แล้วพาไปหาคุณหมอกิจจาที่นวบุตร ธรรศก็ถามคุณแม่ว่า " คุณแม่พาธรรศมาให้คุณหมอนวดพุงหรือ "
ผลของการ " นวดพุง " ตามภาษาของธรรศก็คือ ม้ามโตจริงๆ พอท้องว่างๆ จะจับได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องอุลตร้าซาวน์เลย
ซึ่งคุณหมอก็บอกว่า จะส่งต่อให้คุณหมอที่เชี่ยวชาญด้านโรคเลือดช่วยดูแลต่อ คือ คุณหมอปรีดา วาณิชยเศรษฐกุล เป็นคุณหมอที่ ร.พ.จุฬา และคุณหมอทำที่ ร.พ.พญาไท 2 ด้วย โดยคุณหมอกิจจาได้โทรเช็ควันที่ออกตรวจที่ ร.พ.พญาไท 2 คือ อังคาร , ศุกร์ , เสาร์ , อาทิตย์ และคุณหมอกิจจาได้เขียนจดหมายส่งตัวให้
หลังจากได้รับจดหมายส่งตัวเรียบร้อยแล้ว ก็จะไปหาคุณหมอปรีดา ที่ ร.พ.พญาไท 2 เลย ก็เลยให้พี่เลี้ยงมารับธรณ์กลับบ้านไปก่อน วันศุกร์คุณหมอจะอยู่ถึงราว 20.00 น. และตอนนั้นก็เพิ่ง 17.35 น. พอขึ้นทางด่วนจะไปทางสาทร โอ้โห... รถติดมาก ขยับได้ทีละคืบ จน 1 ทุ่มแล้ว ยังไม่ถึงหัวลำโพงเลย ก็เลยตัดสินใจกันว่ากลับบ้านก่อน ค่อยไปพรุ่งนี้ เพราะถึงไปก็ไม่ทันคุณหมอ เลยลงทางด่วนที่หัวลำโพงกลับบ้าน
พอถึงบ้านก็เจอเรื่องน่ารักๆ ของนายธรณ์ พอคุณแม่อาบน้ำเสร็จ ธรณ์ก็มาจูงมือไปนั่งที่โต๊ะอาหารแล้วบอกว่า " คุณแม่ ธรณ์จะเอาน้ำให้คุณแม่ทาน คุณแม่มาเหนื่อยๆ " แล้วก็กุลีกุจอไปยกแก้วน้ำมาให้ ไปเอาที่รองจานมาวางเรียงบนโต๊ะอาหาร พร้อมกับหันไปบอกพี่เลี้ยงตัวเองว่า " พี่ทองทำกับข้าวให้คุณแม่หน่อย คุณแม่ยังไม่ได้ทาน คุณแม่หิว "
เจออย่างนี้ ... ชื่นใจ หายเหนื่อยไปเลย
วันเสาร์ที่ 8 กันยายน 2550
วันนี้ต้องพาธรรศไปหาคุณหมอปรีดา ซึ่งออกตรวจช่วง 12.30 - 14.30 น. และก็ทราบว่าคุณหมอต้องให้ตรวจเลือดแน่ๆ แม่ก็เลยคิดว่าต้องวางแผนกันหน่อย
แม่ - วันนี้คุณแม่จะพาธรรศไปหาคุณหมอปรีดานะคะ แล้วลูกอยากใส่ชุดอะไรล่ะ
ธรรศ - ชุดซุปเปอร์แมนได้มั้ยคุณแม่
แม่ - ( กะแล้ว เข้าล็อกเลย) ได้ครับ แต่วันนี้ต้องฉีดวัคซีนนะ แล้วซุปเปอร์แมนจะร้องไห้มั้ยนี่ ถ้าร้องไห้นะ คุณหมอต้องบอกว่าซุปเปอร์แมนไม่เก่งเลย
ธรรศ - ไม่ร้องหรอกคุณแม่ มันเหมือนมดกัด
ธรรศเป็นประเภทถ้ารับปากอะไรก็จะทำตามที่รับปาก ถ้ามีการชม หรือปรามาสไว้ก่อนว่าทำไม่ได้ เค้าจะพยายามทำให้ได้ คือกลัวเสียหน้าน่ะค่ะ ไม่ใช่เก่งอะไรมากมายหรอก
พอไปพบคุณหมอแล้ว ในเบื้องต้นคุณหมอตรวจร่างกายโดยจับที่ท้องดูก็พบว่า ตรงตำแหน่งม้ามมันโตขึ้น เพราะสามารถคลำได้ เลยให้ตรวจเลือด (CBC) ก่อน เพราะถ้ามีปัญหาที่ม้ามก็น่าจะเกี่ยวกับเรื่องเลือด ตอนเจาะเลือดคุณพ่อก็ไม่ได้ให้ธรรศเห็น เพราะถ้าเห็นเค้าอาจจะกลัวเนื่องจากมีเลือดออกมา ก็บอกเค้าก่อนแล้วว่าฉีดวัคซีน ซึ่งเค้าคุ้นเคยอยู่แล้ว ธรรศเก่งมาก ยอมให้ทำโดยดี พอเจาะเลือดเสร็จก็เอารอยพลาสเตอร์มาอวดคนนั้นคนนี้ว่า ไม่เห็นเจ็บเลย เหมือนมดกัดนิดเดียว
วันนี้รถติดมากๆ อีกนั่นแหละ ก็เลยจะมาฟังผล และคุยกับคุณหมอวันรุ่งขึ้น ซึ่งคุณหมอให้พาธรณ์ไปหาด้วย เนื่องจากเป็นฝาแฝดกัน
วันอาทิตย์ที่ 9 กันยายน 2550
ช่วงเย็นพาธรรศกับธรณ์ไปหาคุณหมอปรีดาที่ ร.พ. พญาไท 2 เพื่อฟังผล ผลออกมาคือเลือดปกติทุกอย่าง ซึ่งก็ตัดประเด็นเรื่องลูคิเมียไปได้ สำหรับธาลัสซีเมียนั้น คุณหมอว่าไม่ใช่ เพราะถ้าม้ามโตจนจับได้ขนาดนี้ เด็กจะซีดกว่านี้เยอะ ต้องให้เลือดกันแล้ว ส่วนธรณ์คุณหมอตรวจคร่าวๆ ก็บอกว่า ปกติ พัฒนาการต่างๆ สูงกว่าเกณฑ์ด้วยซ้ำ
สำหรับธรรศก็ต้องหาสาเหตุของโรคต่อไปด้วยการเจาะไขกระดูก การอุลตร้าซาวน์ ซึ่งเมื่อคุยรายละเอียดกับคุณหมอแล้ว แม่ก็บออกว่าขออุลตร้าซาวน์ก่อน เพราะธรรศไม่ต้องเจ็บตัว แม่ไม่อยากให้ธรรศเจอเรื่องเจ็บตัวตั้งแต่แรกๆ กลัวจะขยาดกับการหาหมอ ซึ่งคุณหมอนัดให้ไปหาที่โรงพยาบาลจุฬาฯ ในวันรุ่งขึ้น
วันจันทร์ที่ 10 กันยายน 2550
วันนี้ธรรศหยุดเรียนเพื่อไปหาคุณหมอ แม่มอบหมาย (ฟังดูโก้จัง) ให้ธรณ์ไปบอกคุณครูว่าธรรศขอลาหยุด ที่จริงแม่ก็แจ้งคุณครูแล้วหละ แต่เพื่อให้ธรณ์รู้สึกว่าตัวเองมีหน้าที่ต้องไปทำที่โรงเรียน (จะได้ไม่โมเมอยากหยุดด้วย)
ตอนเช้าคุณพ่อไปส่งที่โรงพยาบาลจุฬาฯ แม่พาธรรศไปหาหมอโดยเอาพี่ทอง (พี่เลี้ยง) มาด้วย จะได้ฝากกันได้เวลาอีกคนไปทำอะไร เช่น ไปเข้าห้องน้ำ ไปซื้ออาหาร เพราะรู้ว่ามาโรงพยาบาลรัฐบาลต้องรอนานแน่ ที่จริงคุณพ่อก็อยากมาด้วย แต่แม่ให้เหตุผลว่า ไว้เปลี่ยนกันพามาก็ได้ ไม่จำเป็นต้องลางานพร้อมกันทั้ง 2 คน เพราะถ้าธรรศไม่สบายในลักษณะนี้ ยังไงก็ต้องได้ใช้วันลาเยอะแน่ๆ ผลัดกันลาดีกว่า มาใช้พร้อมๆ กัน 2 คน มันไม่มีประโยชน์
เราไปรอตรวจที่ตึก ภ.ป.ร. ชั้น 9 กว่าจะได้ตรวจก็ 11.00 น. เศษ คุณหมอให้ใบแจ้งไปทำอุลตร้าซาวน์ ซึ่งเราต้องเอาเอกสารไปนัดเวลาเองที่ตึก ส.ก. และคุณหมอนัดอีกครั้งเป็นวันพฤหัสที่ 13 ก.ย. ตอนนั้นก็ติดเที่ยงพอดี ก็เลยรอช่วงบ่าย ธรรศน่ารักมาก ไม่งอแงเลย ระหว่างรอคุณหมอก็นั่งระบายสีไป 4 รูป และกว่าเรื่องนัดจะเรียบร้อยก็ราว 14.00 น. คิวที่ได้คือ ทำอุลตร้าซาวน์ วันที่ 26 ก.ย. .... อีก 16 วัน นานมากเลย แต่ก็จองไว้ก่อน คิดว่าเดี๋ยวค่อยโทรปรึกษาพี่นี (หมอรังสีรักษา เพื่อนคุณพ่อ) ว่าจะทำอุลตร้าซาวน์ข้างนอกเพื่อให้ได้ผลในเบื้องต้นมาคุยกับคุณหมอในวันพฤหัสที่ 13 ก.ย.
ซึ่งตอนบ่ายแก่ๆ ก็คุยกับพี่นีเป็นที่เรียบร้อยว่า วันพุธพี่นีจะไปทำงานที่ ร.พ. เมืองสมุทร ที่เทพารักษ์ ให้พาธรรศไป พี่นีจะทำอุลตร้าซาวน์ให้