อำเภอปากชม ส่วนใหญ่เป็นภูเขา ร้อยละ 60 และเป็นที่ราบ ร้อยละ 38 และเป็นแหล่งน้ำ ร้อยละ 2 จากสภาพทั่วไปส่วนมากเป็นภูเขาทำให้ประชาชนส่วนมากในพื้นที่มีอาชีพทำไร่ เช่น ข้าวโพด ถั่ว และสวนผลไม้ เช่น มะขามหวาน มะม่วง ลิ้นจี่ ลำไย ประกอบกับสภาพพื้นที่ที่ติดกับแม่น้ำโขงตลอดแนวทางทิศเหนือ ทำให้ปากชมมีแหล่งพื้นที่ที่ยังสามารถพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวได้อีกจำนวนมาก

    วันนี้...ผู้เขียนมีโอกาสได้เดินทางบนเส้นทางสายเก่า...เส้นทางถนน หมายเลข 2108 บ้านธาตุ - ปากชม เข้าสู่เส้นทางบนถนน หมายเลข 211 เชียงคาน-หนองคาย เขียนดูเหมือนว่าเป็นเส้นทางสายยาว แต่จริงๆ วันนี้ รวมเส้นทาง ไป-กลับ คร่าวๆ ไม่เกิน 150 กิโลเมตร (ฮา...)

    การเดินทางวันนี้เริ่มต้นที่ ต.เชียงกลม - อ.ปากชม - ต.ห้วยพิชัย - ต.ห้วยเหียม - บ้านสงาว - ต.ปากชม - ต.นาค้อ - ต.เชียงกลม เพื่อนิเทศงานที่ได้รับมอบหมาย ตามบันทึก  นิเทศ ติดตาม งานระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน ศูนย์คลินิกฯ อำเภอปากชม : 2 

    เมื่อได้เดินทางบนถนนเส้นทาง 211 ผู้เขียนคุ้นชินกับถนนเส้นนี้มาตั้งแต่เด็ก เพราะเป็นเส้นทางเชียงคาน - หนองคาย ดังนั้น จากปากชม - หนองคายก็ต้องผ่านเส้นทางสายนี้เช่นกัน

    ถนนเส้นทางสายนี้... เป็นถนนที่มีลักษณะเฉพาะที่น่าสนใจและอยากเล่าให้ฟัง คือ ตลอดเส้นทางสายนี้ เป็นถนนเรียบ "ชายแดนไทย - ลาว"เมื่อเราเดินทางไป - กลับ สองข้างทางจะมีอะไรๆ ให้เราเรียนรู้มากมาย ทั้งในเรื่องวิถีชีวิต วัฒนธรรม ธรรมชาติ ชุมชน ฯลฯ มีเพื่อนของผู้เขียนคนหนึ่งบอกผู้เขียนว่า "เส้นทางสายนี้ มีลักษณะเฉพาะ และมีความอุดมสมบูรณ์มาก" ผู้เขียนเองก็รู้สึกเช่นนั้นเหมือนกัน ^_^

    บนเส้นทางสายนี้ ...ยังมีเรื่องเล่าจากผู้ใหญ่คนหนึ่ง ที่ผู้เขียนนับถือมากท่านหนึ่ง ...ท่านทำงานด้านการอนุรักษ์ป่าไม้ เคยเป็นหัวหน้าหน่วยงานอนุรักษ์ฯ พิทักษ์ป่าแห่งหนึ่งในจังหวัดอุบลราชธานี ต่อมาทราบข่าวว่าย้ายไปทำงานที่ชัยภูมิ ปัจจุบันผู้เขียนก็ไม่แน่ใจว่าท่านยังปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่เดิมหรือไม่...

    ท่านเล่าว่า...ถ้ามีโอกาสเดินทางมาจังหวัดหนองคายหรือจังหวัดเลย ท่านจะวางแผนการเดินทางมาบนเส้นทางสายนี้ เพราะชอบบรรยากาศสองข้างทางมาก แม้ว่าในอดีตเส้นทางสายนี้จะมีความทุรกันดาร ยากลำบากในบางช่วง แต่ก็ไม่ได้ทำให้เสน่ห์ของเส้นทางลดลง...แต่กลับท้าทายให้ได้เรียนรู้วิถีชีวิตสองข้างทางมากขึ้น...

    วันหนึ่ง ท่านเดินทางมาพร้อมครอบครัว ด้วยความที่ท่านทำงานด้านอนุรักษ์ และมองเห็นความเปลี่ยนแปลงในสองข้างทางและสองฝั่งโขง...ระหว่างเดินทางในช่วงที่สามารถมองเห็นทั้งสองฝั่ง ท่านจะชี้ให้ลูกๆ ของท่านดู พร้อมบอกลูกๆ ว่า " โน่น...ลาว  นี่...ไทย " เด็กๆ มองตามที่ท่านบอก แต่ท่านไม่ได้อธิบายอะไรต่อ...ตลอดระยะเวลาเดินทาง ท่านพูดแบบนี้ 3 - 4 รอบ...เด็กๆ ก็ถามขึ้นว่า..." พ่อ...ทำไมภูเขาฝั่งไทยถึงหัวโล้น ป่าไม้โดนทำลาย มีการปลูกพืชอะไรเยอะแยะเลย...แต่ภูเขาทางฝั่งโน้น(ลาว) ยังมีต้นไม้เยอะแยะเลยละ..." ท่านยิ้มอย่างใจดีกับลูกๆ และเล่าเรื่องการอนุรักษ์ให้เด็กๆ ฟัง โดยที่เด็กๆ ก็ตั้งใจฟัง เรื่องที่ท่านเล่า...เพราะเป็นเรื่องที่เด็กๆ อยากรู้...*_*

    นี่เป็นวิธีการสอนของท่านต่อลูกๆ ท่าน...ไม่ได้แต่พร่ำสอนในสิ่งที่ตัวเองรู้ เท่านั้น...แต่ท่านจะหาวิธีกระตุ้นความอยากรู้ของเด็กๆ ผ่านการสังเกต และให้ความสำคัญกับความอยากรู้...เมื่อเด็กๆ อยากรู้ การให้ความรู้กับเด็กๆ นั้น "ความรู้จะคงทนมากยิ่งขึ้น"

   ...การสร้างความอยากรู้ ด้วยคำพูดสั้นๆ ง่ายๆ แต่ใส่ใจรายละเอียด สร้างความอยากรู้ให้เกิดขึ้น "การรับรู้" นั้นๆ จะคงอยู่นานขึ้น จนนำไปสู่ "การจดจำได้ในที่สุด"...

   การเดินทางบนเส้นทางสายนี้ ทุกๆ ครั้ง ผู้เขียนจะคิดถึง "เรื่องเล่า" เรื่องนี้ อดนึกถึงไม่ได้ทุกครั้ง

   "การสอน"...ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ถ้าผู้เรียนไม่มี "ความพร้อม" ดังนั้น การเตรียมความพร้อมก่อนการสอนทุกคร้ง จึงเป็นเรื่องสำคัญ...เมื่อพร้อมที่จะเรียนรู้ เกิดความอยากที่จะรู้..."การเรียนนั้น...จะคงทน" กับผู้เรียนตลอดไป...บางครั้งอาจหลงลืมไป แต่จะจดจำได้ในจิตสำนึกเสมอทุกๆครั้ง...ที่คิดถึง...