เดินทางไปร่วมเวทีสนทนากลุ่มสมาชิกศูนย์เรียนรู้การเกษตรพอเพียงบ้านคุยป่ารัง

นักส่งเสริมการเกษตรติดดิน ในตอนที่ 6 นี้จะขอกล่าวถึงการลงไปศึกษาสภาพชุมชนคุยป่ารัง โดยใช้เครื่องมือการสนทนาและการสังเกต   วันนี้(17 สค.52) ทีมงานของสำนักงานเกษตรจังหวัดกำแพงเพชร ได้เดินทางไปร่วมเวทีสนทนากลุ่ม สมาชิกของศูนย์เรียนรู้การเกษตรพอเพียงบ้านคุยป่ารัง  หมู่ที่5  ตำบลวังควง อำเภอพรานกระต่าย จังหวัดกำแพงเพชร ระยะทางของการเดินทางจากตัวจังหวัดกำแพงเพชร ถึงศาลาของศูนย์เรียนรู้การเกษตรพอเพียง ประมาณ 40 กม.  ระหว่างการเดินทางเมื่อทีมงานเดินทางโดยรถยนต์ ผ่านตำบลพรานกระต่าย  มุ่งหน้าจะไปตำบลวังควงนั้นก็จะผ่านทิวทัศน์ที่เป็นเทือกเขาหินอ่อน สวยงาม ความจริงแล้วหินอ่อนที่นี่มีชื่อเสียงมานานเมื่อทำเป็นเครื่องประดับบ้านแล้วสวยงามมากแห่งหนึ่ง วันนี้ผมนำภาพที่สวยงามของภูเขาหินอ่อนมาให้ชมกันครับ

  

          จากนั้นใช้เวลาไม่นานนัก ก็ถึงศาลาของศูนย์เรียนรู้การเกษตรพอเพียงบ้านคุยป่ารัง ก็พบว่าคุณรัตติยา ขวัญคำ (นวส.ชำนาญการ) ที่รับผิดชอบงานส่งเสริมการเกษตรของตำบลวังควง ได้จัดเวทีสนทนากลุ่มอยู่แล้ว  เมื่อทีมงานของเราไปถึงเราก็ได้เข้าร่วมเวทีสนทนากลุ่มต่อเลย ซึ่งเราได้กำหนดประเด็นคำถามหลักไว้ 4 คำถามใหญ่ๆ เพราะว่าเราได้ออกแบบการเก็บข้อมูลพร้อมกับวางแผนการเก็บข้อมูลกันไว้ล่วงหน้าแล้ว  ชาวบ้านที่ได้เข้ามาร่วมกิจกรรมการสนทนากลุ่มกับทีมงานของเราได้บอกกับเราว่า วันนี้ขอร่วมเวทีสนทนากับทั้งวันเลย เพราะว่า ในภาคบ่ายจะขอให้สมาชิกศูนย์เรียนรู้ฯและทีมงานจากสำนักงานเกษตรจังหวัด ได้ไปเยี่ยมชมกิจกรรมของชาวบ้านที่อยู่ในชุมชนคุยป่ารังที่ดำเนินวิถีชีวิตตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาแต่เดิมจนถึงปัจจุบันว่าจริงๆแล้วเป็นอย่างไร

 

        สำหรับการออกแบบกระบวนการในการจัดเวทีสนทนากลุ่มในวันนี้ ช่วงแรกเราใช้เวทีใหญ่ ซึ่งนั่งล้อมเป็นรูปวงกลม เราสร้างความคุ้นเคยกัน ทักทาย และทำความรู้จักกันอีกครั้ง จากนั้นเราก็ชี้แจงวัตถุประสงค์ของการจัดเวทีครั้งนี้  พร้อมกับมีการทบทวนข้อมูลอีกครั้ง เพื่อความสมบูรณ์ของข้อมูล ในขณะเดียวกันก็ใช้เครื่องมือคือการสังเกต โดยสังเกตทั้งบริบทชุมชน  การแสดงออก การพูด กิริยาท่าทาง รวมทั้งบรรยากาศของการมีส่วนร่วม รวมทั้งการให้ข้อมูล

 

 

              จากนั้นเราก็เสนอการแบ่งกลุ่ม โดยบอกประเด็นของคำถามหลักๆทั้ง 4 คำถาม แล้วให้ชาวบ้านได้แบ่งกลุ่มตามประเด็นคำถามหลัก แล้วให้ชาวบ้านที่มาร่วมได้สมัครใจเข้าร่วมกลุ่มย่อยตามประเด็นคำถามหลักๆ โดยให้จำนวนสมาชิกในแต่ละกลุ่มย่อยมีจำนวนไม่เกิน5-6 คน แล้วให้สมาชิในกลุ่มช่วยกันระดมความคิดแล้วสรุปนำเสนอในกลุ่มใหญ่อีกครั้ง เพื่อให้สมาชิกในกลุ่มใหญ่ได้เพิ่มเติมข้อมูลให้สมบูรณ์  ลองมาดูประเด็นคำถามหลักกันก่อนครับ ว่าประเด็น 4 คำถามหลักมีดังนี้

 

             คำถามที่ 1.ประวัติความเป็นมาของชุมชนคุยป่ารังมีความเป็นมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันนี้เป็นอย่างไรช่วยเล่าให้ฟังหน่อย

 

 

             คำถามที่ 2.ในชุมชนคุยป่ารังมีทรัพยากรธรรมชาติและมีทุนทางสังคม มีอะไรบ้างหรือจะพูดให้เข้าใจง่ายๆก็คือทุกวันนี้ชุมชนอยู่ได้เพราะอะไร( จุดแข็ง ของชุมชน )

 

  

              คำถามที่ 3. ในชุมชนคุยป่ารังทุกวันนี้มีความหนักอกหนักใจอะไรบ้าง ช่วยเล่าให้ฟังหน่อย

 

              คำถามที่ 4.  อีก2-3 ปีข้างหน้าชุมชนฝันอยากเห็นชุมชนเป็นอย่างไรและมีแนวทางที่จะไปสู่ฝันนั้นได้อย่างไร

 

 

 

             เมื่อแต่ละกลุ่มย่อยได้ระดมความคิดเห็นร่วมกันแล้ว แกนนำแต่ละกลุ่มย่อย ได้สรุปนำเสนอข้อมูลที่ได้ เพื่อให้ที่ประชุมใหญ่ ได้รับทราบพร้อมได้เพิ่มเติมข้อมูลให้สมบูรณ์ จากนั้นในที่ประชุมใหญ่ได้ช่วยกันพิจารณาว่า มีปัจจัยอะไรบ้างที่ทำให้ศูนย์เรียนรู้การเกษตรพอเพียงของบ้านคุยป่ารังประสบผลสำเร็จหรือมีผลงานที่เด่นชัดช่วยบอกหน่อย ปรากฏว่าในที่ประชุมใหญ่ได้ช่วยกันสรุปว่ามีปัจจัยหลักที่สามารถให้ศูนย์เรียนรู้การเกษตรพอเพียงบ้านคุยป่ารังขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่องด้วยปัจจัยดังนี้คือ

 

            ด้านที่ 1.พลังแห่งความร่วมมือของคนที่อยู่ในชุมชนคุยป่ารัง มีความเสียสละ มีความสามัคคี  ในการทำกิจกรรมที่เป็นส่วนรวมของชุมชนร่วมกัน

 

           ด้านที่ 2. คนที่อยู่ในชุมชนมีการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่ในชุมชน ให้คงอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ ได้แก่การรักษาสภาพป่าธรรมชาติ รักษาแหล่งน้ำธรรมชาติ รวมทั้งช่วยกันดูแลรักษาพืชสมุนไพร พืชที่เป็นอาหารพื้นบ้าน ให้คงอยู่คู่กับคนในชุมชน

 

           ด้านที่ 3. ทุกครัวเรือนดำรงตนตามวิถีชีวิตโดยยึดหลักตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวง มาอย่างยาวนานที่ประกอบด้วย ความเหตุผล พอประมาณ มีความคุ้มกัน  และเงื่อนไข  ต้องมีความรู้และมีคุณธรรม

 

           ด้านที่ 4. ทุนทางสังคม ในชุมชนคุยป่ารังนี้ค่อนจะมีทุนทางสังคมอยู่สูง ประกอบด้วย มีผู้นำชุมชนดี ที่ชาวบ้านให้ความร่วมมือดี คนในชุมชนเกือบทุกครัวเรือนมีความตระหนักในการรวมกลุ่มและร่วมมือกันทำกิจกรรมของชุมชน มีความสามัคคีกัน ส่วนใหญ่คนในชุมชนจะไม่ส่งเสริมให้ไปใช้แรงงานนอกชุมชน แต่ช่วยเหลือกันภายในชุมชน เช่นประเพณีลงแขก และประเพณีทางศาสนา เป็นต้น

 

          ด้านที่ 5. กิจกรรมที่ได้ดำเนินการโดยชุมชนได้รับการสนับสนุน งบประมาณ วิทยากร จากหน่วยงานของภาครัฐอยู่หลายหน่วยงาน ก่อให้เกิดกองทุนหมุนเวียนอยู่ในชุมชน ซึ่งมีคณะกรรมการของศูนย์เรียนรู้การเกษตรพอเพียงบ้านคุยป่ารัง เป็บผู้บริหารจัดการทุน โดยให้ความสำคัญในการดำเนินกิจกรรมของกลุ่ม และกิจกรรมที่ขยายผลไปปฏิบัติในครัวเรือนทั้งที่เป็นสมาชิกและไม่เป็นสมาชิก

 

 

              จากที่กล่าวมาแล้วข้างต้น เป็นปัจจัยแห่งความสำเร็จ หรือปัจจัยที่ช่วยให้การดำเนินงานของศูนย์เรียนรู้การเกษตรพอเพียงบ้านคุยป่ารัง มีความก้าวหน้าและสามารถขับเคลื่อนการพัฒนามาโดยตลอดครับ น่าชื่นชมครับ....(ตอนต่อไปจะนำเสนอกิจกรรมที่สำเร็จและทำได้จริงๆครับ)

 

ข้อมูล:คุณรัตติยา ขวัญคำ

            ศบกต.วังควง

ผู้เขียน:สายัณห์ ปิกวงศ์

      17 สิงหาคม 2552