Lomography มีเสน่ห์ที่ชวนให้หลงใหล

คือจริงๆเรื่องมันมีอยู่ว่า ..

ช่วงเทศกาลปีใหม่ปี 2551 เพื่อนสนิทของข้าพเจ้า ได้ให้การ์ดที่เป็นภาพถ่ายตึกเฉลิมพระเกียรติ 8 ชั้น ของโรงเรียนสุรนารีวิทยา (โรงเรียนที่รักยิ่งของข้าพเจ้าและผองเพื่อนอีกมากมาย)

ความรู้สึก ณ ตอนนั้น ตอนที่ได้การ์ดจากเพื่อน

ข้าพเจ้า : " เฮ้ยยย เจ๋งว่ะ  แกถ่ายเองหรอ เหอะๆๆๆๆ สวยย ^^ กล้องไรอะ ? " 

เพื่อน : กล้องแบบโลโม่ !!!

ข้าพเจ้า : ???????? (กล้องไรเนี่ย? เหมือนโอโม่เนาะ ๕๕๕)

ข้าพเจ้ารู้ตัวเองดีว่าสนใจสิ่งของสิ่งนี้เข้าให้แล้ว ให้ใจไปแล้ว ไม่อยากได้คืนด้วย ! มีความรู้สึกชอบภาพถ่ายที่ได้จากกล้องนี้ อยากรู้จักกล้องโลโม่ อยากได้อะอยากได้ อยากถ่ายภาพสวยๆอย่างงี้ได้บ้างจัง ^^

อยากรู้จัก แล้วต้องทำไงล่ะ ?

ถามเพื่อนสิค๊ะ ใกล้ตัวขนาดนี้ ประสบการณ์โดยตรงชัดเจน !! แค่นั้นยังไม่พอหรอก ต้องหาข้อมูลจากทางอินเตอร์เน็ตด้วย เอาคร่าวๆ ได้ความว่า

เดิมทีกล้องโลโม่ออกแบบมาเพื่อใช้ในหน่วยงานสายลับของกองทัพรัสเซีย โดย LOMO ย่อมาจาก "Leningrad Optical Machinery Organization" ซึ่งเทำหน้าที่ผลิตเลนส์เพื่อใช้ในโครงการอวกาศของกิจการกองทัพ และผลิตเลนส์ที่ใช้ในกล้องโทรทัศน์ จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2526 สหภาพโซเวียตในขณะนั้น มีคำสั่งให้หน่วยงาน LOMO ผลิตกล้องเลียนแบบกล้องคอมแพคท์ของญี่ปุ่นขึ้นมาให้เร็วที่สุด ถูกที่สุดและมากที่สุด เพื่อแจกจ่ายให้พลเมืองรัสเซียทุกคนได้รู้จักการถ่ายรูป โดยมีคำขวัญว่า "คอมมิวนิสต์อันทรงเกียรติทุกคนควรมีกล้อง Lomo Kompakt Automat LC-A เป็นของตัวเอง"  

ต่อมา หนึ่งในผู้บริหารบริษัท Lomographische AG เดินทางไปท่องเที่ยวที่เมืองปราก สาธารณรัฐเช็ก แต่ลืมนำกล้องถ่ายรูปไปด้วย จึงไปซื้อและได้รู้จักกับกล้อง Lomo Kompakt Automat โดยบังเอิญ และหลังจากได้ถ่าย และล้างรูปจากร้านล้างรูปธรรมดาในซุเปอร์มาร์เก็ต ผลออกมา พบว่าภาพถ่ายมีสีสันจัดจ้านดูผิดเพี้ยน แต่มีความสวยงามจนทำให้พวกเขาได้หลงใหลกับภาพที่ปรากฏขึ้น และในปี 2535 Fiegl และเพื่อนได้จัดตั้งบริษัท Lomographische AG ที่กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย  หลังจากนั้นไม่นานกระแสความนิยมในโลโม่กระจายไปทั่วโลก ภายใต้แนวความคิดว่า "Lomography is an analog lifestyle product"

โลโม่กราฟีเน้นการถ่ายภาพจากระดับเอว การใช้สีจัดเกิน สิ่งปนเปื้อนบนเลนส์ และจุดตำหนิอย่างจงใจ เพื่อสร้างความรู้สึกเป็นศิลปะ เป็นนามธรรม เหล่านี้เป็นสิ่งที่นักถ่ายภาพโลโมกราฟีนิยมชมชอบ ด้วยขนาดที่เล็ก ทำให้กล้องโลโมเป็นที่นิยมสำหรับการพกพา และใช้บันทึกภาพในชีวิตประจำวัน

นอกจากนี้ ความสามารถในการถ่ายในที่ๆ มีแสงน้อยได้ ทำให้มันเป็นที่นิยมสำหรับการภาพทีเผลอ
(แคนดิด) การรายงานด้วยภาพ และภาพเหตุการณ์จริง

คติของโลโมกราฟีคือ "ไม่ต้องคิด ถ่ายไปเลย" ("don't think, just shoot")

จากนั้น

ก็ลองยืมกล้องเพื่อนมาถ่ายเล่นบ้างสิ๊ ภาพจากฟิล์มม้วนแรกที่ได้นี้เป็นอะไรที่ดูแล้วมีความสุข ชอบ หลงใหล คลั่งใคล้ ^^ เวลาได้ถ่ายรูปก็มีความสุข อารมณ์ดี (มากกว่าตอนเรียนหนังสืออีก ๕๕) เก็บตังค์ซื้อกล้องเอง ซื้อฟิล์ม(หมดตังค์ไปกะค่าฟิล์มเยอะมากกกก แต่เต็มใจ ^^) ลองถ่ายรูปไปเรื่อยๆ หาประสบการณ์ เอาภาพถ่ายที่ได้ให้เพื่อนดู รับฟังคำวิจารณ์+ติชม ปรับปรุงแก้ไข แล้วสู้ต่อไป !! ลองเอาภาพถ่ายที่ได้มาทำประโยชน์ต่อ เช่น ข้าพเจ้าเคยทำการ์ดจากภาพถ่ายของตนเองให้เป็นของขวัญวันเกิดพี่รหัสด้วย พี่รหัสก็(คง)ประทับใจอยู่ ทำโปสการ์ดเป็นของฝากให้คุณพ่อคุณแม่ พี่น้องและผองเพื่อน

 

 ภาพถ่ายฝีมือข้าพเจ้าเอง

 

 

 

เอกสารอ้างอิง

www.lomothai.com

www.welovesnap.com

วันเดือนปีที่บันทึก  17/08/2552

วันเดือนปีที่ปรับปรุง 11/09/2552