นายจุรินทร์  ลักษณวิศิษฏ์  ัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ  เปิดเผยภายหลังการประชุม ผู้บริหารองค์กรหลัก เมื่อวันที่ ๑๗ สิงหาคม ๒๕๕๒

รมว.ศธ. กล่าวว่า การเรียนการสอนทางไกล หรือโครงการ E-Learning ซึ่งต่อยอดจากโรงเรียนวังไกลกังวล ขณะนี้ได้ข้อสรุปทั้งหมดแล้ว โดยตั้งเป้าหมายว่าจะใช้ระบบนี้ในโรงเรียนขนาดเล็ก โรงเรียนขยายโอกาส และโรงเรียนมัธยมขนาดเล็กที่ขาดแคลนครูและมีผลการสอบ NT และ O-NET ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนเป้าหมาย โดยมีการสำรวจตัวเลขโรงเรียนทั่วประเทศ ทั้งในสังกัด สพฐ. และ สช. รวมกัน ๙,๑๗๙ โรง ในจำนวนนี้มีจานดาวเทียมอยู่แล้ว ๔,๐๐๗ โรง การดำเนินการจะแบ่งเป็น ๒ ระยะ คือ

ระยะที่ ๑ เริ่มในภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๕๒ (เดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๒) จำนวน ๔,๐๐๗ โรง

ระยะที่ ๒ เริ่มในภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๕๓ (เดือนพฤษภาคม ๒๕๕๓) เป็นโรงเรียนที่เพิ่มเติมจากรุ่นที่ ๑

ทั้งนี้ได้มีการหารือกับผู้แทนของโรงเรียนวังไกลกังวลแล้ว ขณะนี้เข้าสู่การเริ่มต้นเตรียมการ โดยมีปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานคณะทำงาน มีผู้แทน สพฐ. ผู้แทน สช. และผู้แทนของโรงเรียนวังไกลกังวลร่วมเป็นคณะทำงาน ซึ่งงานที่จะต้องทำก็คือ การจัดทำคู่มือสำหรับครูผู้สอน การอบรมครูโรงเรียนปลายทางเพื่อที่จะเตรียมการให้เริ่มต้นได้ตามกำหนดเวลาและให้ปรากฏเป็นรูปธรรม และคณะทำงานจะต้องพิจารณารายละเอียดว่าแต่ละโรงเรียนต้องจัดตารางการเรียนการสอนอย่างไร ให้สอดคล้องกับโรงเรียนวังไกลกังวลในบางวิชาที่เป็นวิชาเป้าหมาย รวมทั้งการผลิตสื่อที่จะช่วยเสริม ซึ่งจะต้องไม่ซ้ำกับสื่อที่โรงเรียนวังไกลกังวลผลิตอยู่แล้ว โดยสื่อนี้จะต้องนำไปออกอากาศผ่านระบบของโรงเรียนวังไกลกังวลในช่วงนอกเวลาเรียนปกติได้ เพื่อช่วยเสริมความรู้และยกระดับคุณภาพให้นักเรียนในโรงเรียนเป้าหมาย ๙,๑๗๙ โรง โดยจะมุ่งเน้นในระดับชั้น ป.๓, ป.๖, ม.๓ และ ม.๖ คือระดับปีสุดท้ายของแต่ละช่วงชั้นเป็นกรณีพิเศษ ในจำนวนโรงเรียนทั้งหมดที่ตั้งเป้าหมายไว้ จะเป็นโรงเรียนเอกชนรวมอยู่ด้วย ทั้งหมด ๑๑๕ โรง โดยจะเริ่มต้นใน ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๕๒ นี้ จำนวน ๔๓ โรง เนื่องจากมีจานดาวเทียมอยู่แล้ว และอีก ๗๒ โรงเรียน จะเริ่มในภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๕๓ พร้อมกับโรงเรียนในสังกัด สพฐ.

อ้างอิงจาก http://www.moe.go.th/websm/2009/aug/297.html