ขอบคุณ..ชายผู้หลงรักมวลเมฆ 

จากใจ..คนเชียงใหม่

 

(๑) แสนซาบซึ้ง

ซาบซึ้งในน้ำใจสูงค่ายิ่ง

ของคนเก่งคนจริงมิตรมิ่งขวัญ

ดร.ผู้มีวรรณะอันผ่องพรรณ

ใจกายนั้นเฉิดฉันเท่ากันจริง

 

(๒)คนอารมณ์งาม

ยิ้มทุกคราฮาทุกเมื่อเมื่อพบสุข

ดูไร้ทุกข์ไร้กังวลไม่เหหัน

จะลุกนั่งยืนเดินแสนเร็วพลัน

ใบหน้านั้นเปื้อนรอยยิ้มเพริดพริ้มพราย

 

(๓)จากใจคนเชียงใหม่

ด้วยใจจริงคนเชียงใหม่ใคร่ครวญคิด

แนบสนิทมอบให้ไม่อางขนาง

พระคุณนี้จรดจารึกมิเลือนลาง

ทุกภาพงามกำหนดวางบน..กลางใจ

เพียงสามวันในงานมหกรรมรักการอ่าน ที่เชียงใหม่ สำหรับการได้รับน้ำใจจาก ดร.ชิวผู้มีน้ำใจอันงดงาม ดังสามเดือน สามปี ก็ไม่ปาน มีคุณครูหลายท่านที่เป็นลูกศิษย์การพับกระดาษของท่าน ต่างถามว่า “ศน.อ้วนฮู้จักเปิ้นเมินแล้วกา”   “ศน.อ้วนฮู้จักเปิ้นได้จะได” ..รู้จักท่านนานหรือยัง.. รู้จักท่านได้อย่างไร”

“เพิ่งพบกันเป็นครั้งแรกในชีวิตค่ะ”  แบบตัวเป็นๆ(ภาษาใน G2K)  แล้วผู้เขียนก็ต้องได้เล่าถึงความมหัศจรรย์ของมิตรภาพบนโลกเสมือนสู่โลกจริงๆ ให้คุณครูได้รับทราบ   ทุกคนต่างทึ่งว่า “มีอย่างนี้ด้วยหรือ..”   

ขอบคุณ..ดร.ชิวผ่านบันทึกนี้ เพื่อจะบอกเพื่อนๆที่มีโอกาสมาเยี่ยมได้รับทราบและรู้จักคนดีของสังคมเพิ่มขึ้น    เพียงสามวัน..ที่ได้พบกัน  รู้จักกัน  หาคำพูดมาบรรยายความเป็นคนดี  ความน่ารัก  ความเป็นคนเก่งได้ไม่ครบถ้วนแน่นอน

น่ารัก..ในกิริยาท่าทีที่แสนสุภาพ  วาจาไพเราะเสนาะหู  ไม่ถือตน  อ่อนน้อมกับทุกคนไม่ว่าใคร   ใบหน้าเปื้อนด้วยรอยยิ้มตลอดเวลา   ขยันลุก ขยันนั่ง ขยันเดิน  ขยันพูด ขยันสอนด้วยความเต็มใจ   ไม่มีเลยที่จะเห็นใบหน้าอ่อนล้าหรือเฉื่อยชา  แม้จะมีคนยื่นแผ่นกระดาษที่พับไม่ได้ ส่งให้ซ้ายบ้าง ขวาบ้าง ตลอดเวลา ..น่ารักจริงๆค่ะ

เก่งแสนเก่ง..ดร.ชิว เสมือนตำราเล่มใหญ่ ที่ให้ความรู้ได้สารพัน  ไม่ว่าจะเอ่ยเริ่มต้นในเรื่องใด  ท่านสามารถต่อได้หมด..ทุกเรื่อง (จริงๆๆๆๆๆๆ) ทั้งวิทยาศาสตร์   ประวัติศาสตร์  ภาษาศาสตร์  ศาสนา  ภูมิศาสตร์  แม้ความเป็นจริงของชีวิต   จนต้องถามว่า น้องชิวอ่านเยอะใช่ไหม.. น้องชิวก็เอานิ้ววนๆที่สมอง (อิอิ..คิด ครับ..)  หากจะคุยเรื่องหนังสือ  ต้องครูพี่เหมียวมาเล่าให้ฟัง เพราะเป็นคู่สนทนาที่เยี่ยมมาก  เนื่องจากเป็นนักอ่านตัวยง  

หัวข้อสนทนาท้ายสุดก่อนแยกจากกันเย็นวาน   น้องอึ่งอ๊อบเปิดประเด็น การใช้คำนำหน้าของผู้หญิง  นางสาวเป็นนางได้  ทำไมนางจะกลับเป็นนางสาวไม่ได้  ผู้ชาย มีคำเรียก มิสเตอร์ คำเดียว ผู้หญิงมีทั้งมิส และ มิสซิส  เฮ่อ.. ศน.อ้วนก็ถาม “ทำไมผู้หญิงต้องเป็นช้างเท้าหลัง “    “พี่อ้วนครับ..ตามประวัติศาสตร์ผู้หญิงเก่งกว่า จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์  .....อิอิ ยาวค่ะ....พบเห็นจากรูปปั้นเทพีต่างๆ มากมาย  จริงๆด้วย   “ดูชื่อหมู่บ้าน  ชื่อถนน สิคะ..ต่างขึ้นต้นด้วย คำว่า “แม่” ทั้งนั้น  แม่สาว แม่อาย แม่ฮ่าง  แม่คำมี  แม่ละมาด  แม่ปิง  แม่มูล  แม่ยม ..สารพัน  แล้วทำไม “ต้องเป็นช้างเท้าหลัง” (ถามด้วยความไม่ค่อยพึงพอใจนิดๆ)  เอาอีก..น้องชิวก็ว่า  “มีฝรั่งเขาทำวิจัยนะครับ ..เขาสังเกตการเดินของช้าง เยๆ..ถูกใจมากสำหรับผลวิจัยนี้  ผลการวิจัยพบว่า เวลาช้างจะก้าวเดิน  มันจะยกเท้าหลังก้าวก่อนเสมอ   ..น้องชิวก็ให้การบ้านไว้ว่า “ต่อไปพี่อ้วนสังเกตการเดินของช้างนะครับ  เก็บข้อมูลไว้ด้วย” เพื่อยืนยันว่า แม้จะเป็นเท้าหลัง แต่ก็ยกก้าวก่อน.. น้องอึ่งอ๊อบก็สมทบว่า เก็บภาพไว้ด้วยนะคะ..อย่าลืม 

 

อธิบายต่อยอดได้ทุกเรื่อง  ทุกที่  ทุกเวลา  ยืนยันได้ค่ะว่า “เก่งจริงๆ”

 

ขอบคุณค่ะ..ขอบคุณจากใจจริง

สำหรับสามวันอันทรงคุณค่า

ณ เมืองแม่ระมิงค์

 

มีนักเรียนกิตติมศักดิ์ด้วยค่ะ..ที่มีนกยูงสีส้มแสนงามอยู่ในมือ

นกเพนกวินกะปุ๊กลุก ตัวบนซ้าย ฝีมือของเธอค่ะ

เธอยังเป็นนางฟ้าคนสวยที่มากน้ำใจอีกด้วย

ใครเอ่ย

 

..พาคุณหมอเมฆขึ้นดอยสุเทพ กราบองค์พระธาตุคู่บ้านคู่เมืองเชียงใหม่

มีความสุขกับการทำงานในวันเริ่มสัปดาห์ใหม่ค่ะ

สวัสดีค่ะ