วันนี้ไม่รู้เป็นอะไรครับ ผมมีเรื่องคุยส่วนใหญ่จะเป็นประเด็นเกี่ยวกับสตูลเสียมากมายเลยครับ ตั้งแต่ออกจากบ้านพาพ่อกับแม่ไปส่งที่บ้านพี่สาวที่บันนังสตา ก็คุยกับพ่อเรื่องทีมฟุตบอลสตูลครับ ซึ่งอาจจะเป็นประเด็นต้นๆ ของความภูมิใจของคนสตูลมาอย่างยาวนานครับ คนสตูลค่อนข้างจะบ้าบอล โดยเฉพาะทีมจังหวัดแล้วไม่ต้องพูดถึงเลยครับ เชียร์กันสุดใจขาดดิ้นทีเดียว จำได้ว่าตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม ตอนนั้นทีมสตูลเข้ารอบแข่งยามาฮาไทยแลนด์ หรืออะไรทำนองนี้แหละครับ ที่สตูลมีการเหมารถทัวร์ไปกันอย่างล้นหลามทีเดียว ส่วนวันนี้พ่อก็เล่าว่า วันที่ทีมนราไปแข่งทีสตูล ปรากฏกองเชียร์ล้นลงมาในสนามเลย ฮือ (แล้วก็เกิดเรื่องนิดหน่อยเมื่อนราตีตื้นได้ในครึ่งหลัง)
คุยเรื่องฟุตบอลแล้วนึกถึงวันก่อนได้คุยกับผู้จัดการทีมปัตตานี (ไม่แน่ใจว่าผมจำตำแหน่งท่านผิดหรือเปล่า) ผศ.ดร.สุกรี แห่ง มอ.ปัตตานีครับ ท่านงานยุ่งมากครับ แต่ก็ยังให้เวลากับการดูแลทีมปัตตานี อีกท่านหนึ่งคือ บังมัด น่าจะรับผิดชอบในตำแหน่งรองผู้จัดการ ดูเหมือนว่า หน้าที่หลักคือหาเงินเข้าทีมครับ อันนี้ดูท่าว่าจะเหนื่อยสักหน่อย บังมัดพูดกับผมว่า จุดแข็งของทีมสตูลคือกองเชียร์ อันนี้ผมเห็นด้วยมากๆ เลย และที่เห็นชัดๆ อย่างหนึ่งคือ กองสนับสนุน อันนี้ก็ดูเหมือนจะเห็นเป็นรูปเป็นร่างกว่าปัตตานีสักนิดหนึ่งเหมือนกัน
ที่เล่ามายาวยืดนี้ไม่ได้มีเจตนาจะเล่าเรื่องฟุตบอลหรอกครับ แค่สงสัยตัวเองนิดหน่อยว่า คนสตูลต่างจากคนจังหวัดอื่นตรงไหน ฮือ อันเนื่องจากคืนนี้ผมไปร่วมงานของนักศึกษาชมรมสตูลจัดขึ้น ซึ่งผมรู้สึกว่า นักศึกษามีความตั้งใจจะให้ผมเข้าร่วมงานนี้มาก ขนาดหนังสือเชิญ มาถึงที่บ้านแล้วไม่เจอผม ก็ไม่ยอมฝากให้คนที่บ้านรับแทนครับ ยอมมาใหม่อีกครั้งหนึ่งเพื่อยื่นให้กับมือ ยืนยันว่าผมได้รับแล้วจริงๆ
อันเนื่องจากไม่ได้เข้าร่วมกิจกรรมมาหลายครั้งครับ รอบนี้เลยตั้งใจจะเข้าร่วม แต่แล้วช่วงเย็นก็มีภารกิจแทรก คือไปส่งพ่อกับแม่ที่บ้านพี่สาว ปรากฏนักศึกษาโทรถามตลอดทางครับว่า อาจารย์จะมาร่วมได้ตอนไหน? สุดท้ายผมได้ไปร่วมงานก็ตอนสองทุ่มครึ่งครับ ไปถึงงานเลยโดนทักว่า สงสัยคืนนี้จะมีพายุใหญ่ เพราะเป็นคืนทีอาจารย์จารุวัจน์เข้าร่วมกิจกรรมได้ ฮิฮิ
งานนี้น่าจะมีคนสนับสนุนเป็นเจ้าเก่าครับคือ สหกรณ์อิบนุเอาฟ ซึ่งมาตั้งสาขาอยู่ในมหาวิทยาลัย และอาจจะทำให้นักศึกษาสตูลอุ่นใจขึ้นเยอะครับ เหมือนมีผู้ใหญ่ใจดีอยู่ใกล้ๆ ซึ่งกิจกรรมคืนนี้ก็มีการมอบทุนซากาตของสหกรณ์ให้กับนักศึกษาด้วย ฟังผู้รับผิดชอบเล่าเกี่ยวกับการดำเนินงานของสหกรณ์แล้ว อือ น่าประทับใจจริงๆ ตอนนี้กำลังสร้างวิทยาลัยอาชีวอยู่ครับ โปรเจคใหญ่น่าสนใจจริงๆ ขอเป็นกำลังใจให้
โดยส่วนตัว ผมประเมินว่า เด็กจากสตูล (รวมผมในสมัยก่อนด้วย) เด่นเรื่องกิจกรรม ทำงานเป็นทีมและที่สำคัญคือ คุยกับผู้ใหญ่เป็น ส่วนเรื่องผลการเรียนอันนี้อีกประเด็นหนึ่ง ที่สำคัญกิจกรรมที่เราๆ (ในสมัยก่อน) และเด็กๆ (ในสมัยนี้) ทำกันมักจะส่งผลต่อการพัฒนาตนเองอยู่เสมอ พูดรวมๆ คือ ยิ่งทำกิจกรรม ยิ่งช่วยให้มีทักษะการคิด การทำงาน มีความเป็นผู้นำเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน และประการสำคัญคือ การสนับสนุนที่มีให้เห็นเป็นรูปเป็นร่างครับ
ในระหว่างกิจกรรมมีการแซวประธานชมรมในหลายโอกาสจากสมาชิก ซึ่งทำให้ผมเห็นถึงโครงสร้างชมรมที่น่าสนใจครับ เห็นบทบาทของคนในการทำงานร่วมกัน อันนี้แหละเสนห์เด็กตูลจริงๆ
กำลังนั่งคิดว่า ตั้งแต่พ้นจากตำแหน่งบริหาร ผมลืมทำงานไปอย่างหนึ่งครับ ฮิฮิ วุ่นจนลืมไปเลย เอาเป็นว่าจะหาโอกาสชดใช้แล้วกัน
แวะเข้ามาดู
เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้
อย่าลืม....
กลับไปแลกเปลี่ยนความรู้
กับ บล็อก ของเรา
..นะคะ
สลามครับอาจารย์ จารุวัจน์ เด็กตูลเพื่อนผมที่สตูลก็ ชอบบอลถึงขนาดแล้วพากพ์ลอลสนุกด้วย เสียดายเขากลับไปสู่ความเมตตาของอัลออฮเสียแล้ว (อาลัยเพื่อน คนตูล ชาคริต แกสมาน ควนโดน)ครับอาจารย์
ผมคนหนึ่งที่ไม่ค่อยจะมีสัญชาติกับเขา
ที่ไหนเป็นมุสลิม คือพวกผมทั้งนั้น
เพียงแต่คนใกล้บ้าน (บ้านเดียวกัน) รู้จักมากหน่อย อาจจะทำอะไรร่วมกันง่ายหน่อย
เรียน ท่านอาจารย์ การทำงานเป็นทีม นี่ สำคัญ จริงๆครับ มาเชียร์ ครับ
มาชม
เด็กที่ตูลมาเรียน ม. ทักษิณเยอะเหมือนกันละ
อิ อิ อิ
ขอบคุณครับคุณAlternative Aroud the world
แล้วจะแวะไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้ครับ
ขอบคุณครับวอญ่า-ผู้เฒ่า-natachoei--
สมัยเรียนผมก็มีเพื่อนนามสกุลแกสมานเหมือนกันครับ แต่เป็นคนอ.เมือง
ขอบคุณครับ Ibm ครูปอเนาะ ڬوروفوندق
การมีกลุ่มจากบ้านเกิดเป็นเรื่องปกติของมนุษย์ครับ แต่อัลลอฮ์บอกว่า กลุ่มนี้มีไว้เพื่อการรู้จักกัน ไม่ได้มีไว้เพื่อสร้างความแตกแยก
ขอบคุณครับอาจารย์ . JJ
ทีม เป็นเรื่องสำคัญมากครับ และอาจจะเป็นเอกลักษณ์เด่นของ นศ.จากสตูลครับ (จบไปแล้วว่ากันอีกเรื่องหนึ่ง ฮิฮิ)
ขอบคุณครับอาจารย์ umi
เยอะครับ พี่สาวผมก็จบจากที่นั่นเหมือนกัน