ปาโหม (ตามรูป) เป็นพืชเถาเลื้อย คู่บ้านคู่เรือน ผมเอารูปมาให้ดูด้วยเพื่อจะเลียบ ๆ เคียง ๆ ดูว่าที่อื่นเขาเรียกอะไร ใบปาโหม สำหรับผมแล้วผมรู้จักว่าเป็น “ขยะ” ที่ซอยละเอียดโรยอยู่ในข้าวยำ พร้อมคลุกเคล้า หากร้องห้ามแม่ค้าไม่ทัน ผมก็ต้องมานั่งเขี่ยออก เพราะไม่ชอบเอาเสียเลย
วันหนึ่งได้อ่านหนังสือเรื่องภูมิปัญญาการปราบปราม ของ พล.ต.ต.ขุนพันธรักษ์ราชเดช นายตำรวจนอกราชการ ซึ่งเป็นคนจังหวัดพัทลุง ที่อายุยืนยาว และร่างกายแข็งแรงมาก จนถึงทุกวัน หนังสือเล่มนี้เป็นรายงานวิจัยของ วีระ แสงเพชร (2544) มีตอนหนึ่งที่กล่าวถึงสิ่งที่ท่านกินเป็นประจำทุกวันคือ ใบปาโหม วันละ 4-5 ใบ ทุกวันนี้ผมก็เลยกินครับ เมื่อมีโอกาสที่บ้านพ่อจะมีเยอะมาก พ่อก็กินทุกวัน และผมก็รู้สึกว่ากินได้ตามปกติ ไม่หืน เหมือนเมื่อก่อนตอนเด็ก ๆ

ผมยังได้ทราบเพิ่มเติมจากผู้สูงอายุอีกหลาย ๆ ท่านว่าแต่ละท่านก็กินบ่อย ๆ โดยกินครั้งละ 3 – 5 ใบ จึงเป็นที่น่าสังเกตครับ ผมไม่มีข้อมูลทางวิชาการอะไรหรอก หากแต่ใครมีของเพิ่มเติมด้วยนะครับ
เป็นพืชประจำถิ่นหรือเปล่าครับ ชักอยากจะหามาไว้ปลูกบ้างแล้วครับ บ้านผมมีแต่บอระเพ็ดเยอะมากๆ ผมปลูกไว้สำหรับเป็นวัตถุดิบทำสารไล่แมลง ซึ่งเคยทราบมาเหมือนกันว่าทานทุกวันจะเป็นยาอายุวัฒนะ
คุณขจิต
ไม่ใช่ใบย่านาง ครับ ใบย่านางที่นี่จะใช่ในการแกง(เลียง)ขี้เหล็ก อร่อยมาก จะช่วยให้น้ำแกงออกรสหวาน
ประวัติของพล.ต.ต.ขุนพันธรักษ์ราชเดช มีหลายเล่ม แต่ที่สมบูรณ์อยู่ที่ตัวท่านเอง เพราะท่านยังอยู่ครับ
สกว.(สมัย อาจารย์หมอวิจารณ์เป็น ผอ.) ได้ให้ทุนแก่วีระ แสงเพชร ศึกษาไว้ มีตีพิมพ์ไว้ครับ ผมจะลงข้อมูลทางบรรณานุกรมไว้เพื่อการสืบค้นอีกทีนะครับ เมื่อถึงบ้านในตอนเย็นนี้
คุณสิงห์ป่าสัก
ผมไม่แน่ใจว่าที่อื่นจะมีที่ไหนอีกบ้าง แต่แถว ๆ บ้านผม หากเป็นบ้านที่มีแนวรั้วเป็นพืชผักคล้ายบ้านพ่อ(ผม) ก็มักจะเห็นมีเกือบทุกบ้าน พอ ๆ กับตำลึง และผักหวานที่มักจะมีโดยทั่ว ๆ ไป
มีกลิ่นฉุนๆ..นิดๆใช่ไหมคะ...ดูท่าจะออกรสขม
หากแต่ว่า...ดีมีประโยชน์ก็น่าจะพอทานได้นะคะ
Dr.Ka-poom
ไม่ฉุนหรอกครับ และมีประโยชน์มากกว่ายาเม็ดที่ต้องนอนกินบนเตียง มีสายน่ำเกลือระโยงระยาง (ฮา)
ที่สำคัญ "ปาโหม" ไม่มีที่ไหนเขาฉีดยาป้องกันศรัตรูพืช รับรองธรรมชาติ (ปนเปื้อนได้ แต่น้อยกว่าถั่ว-แตง)
อยู่กับธรรมชาติ พึ่งพากันและกัน (เราต้องรักษาเขาด้วย) เราก็จะชีวิตอยู่ได้อย่างมีความสุขครับ
ขอบคุณมากนะคะคุณชายขอบ…ถามไปตั้งนานเกือบลืมเลยคะว่าตัวเองถามอะไรไป…ขมๆ..บางทีก็ไม่อยากทานเลยะคะ..กลัวชีวิตจะขม”ขื่น”…(ยิ้มๆๆ)
Dr.Ka-poom
มีเรื่อง "ขม ๆ" ที่จะขอเปิดประเด็นใหม่นะครับ คือ กินของขม ชมเด็กสาว(หนุ่ม) เล่าความหลัง คือ...อะไร ทราบไหม แล้วจะมาเฉลยอีกที
เฉลยคำถามคุณ Dr.Ka-poom
The Old men(Womem) ครับผม
กินแล้วเป็นยาอายุวัฒนะ จริงหรือครับ จะได้นำมาปลูกที่บ้านบ้าง ขอบคุณนะครับ
คนภาคใต้โบราณ มักมีวิธีการรักษาร่างกายให้แช็งแรงไม่เป็นโรคโรคาด้วยการกินอาหารเพื่อป้องกันโรคและรักษา และกินพืชบางชนิดอยางเดียวเพื่อทำให้เป็นยาอายุวัฒนะ เช่น บอระเพ็ช คนฑีดำ เป็นต้นมีทั้งการกินแบบสด แห้ง ดองผสมกับสุรา น้ำร้อน ก่อนกินบ้างก็เสกด้วยคาถาอาคมก่อน
ใบปาโหมนอกจากเป็นยาอายุวัฒนะแล้วคนที่ท้องอืดเคี่ยวให้ละเอียดแล้วดื่มน้ำตามส้กพักก็จะดีขึ้น หมอพื้นบ้านที่บ้านยอดเหลืองจังหวัดนครศรีธรรมราชเล่าให้ฟังว่าถ้าเป็นไข้ก็ให้กิน5-6ใบโดยแทรกเกลือเม็ดเล็กน้อย แต่ที่พัทลุงอาจารย์ปรมินทร์ เล่าว่านำไปต้มแล้วเอาน้ำมาดื่มก็แก้ไข้ได้ ส่วนผสมเพื่มเติมมีอะไรบ้างต้องไปสอบถามเพิ่มมาเล่าให้ฟังภายหลัง
ภาคกลางเรียกหญ้าตูดหมา เหนือเรียกต้นตดหมา ไช้เป็นยาใบมีกลิ่น
วัลเฟ็อรหรือแก็สไข่เน่า ภาคกลางไช้เถาก้านทำส้มตำด้วย
คุณ tee คุณวีระ ครูโต และคุณ baddeday
ขอบคุณมากนะครับที่เข้ามาให้ข้อมูลและร่วม ลปรร.
เมื่อตอนเล็กๆๆเวลาไม่สบาย พ่อจะเอาใบปาโหมใบอ่อน ห่อด้วยเกลือเล็กน้อยให้กินเพื่อลดไข้ค่ะ
พ่อบอกกินสะจะได้ไม่ปวดหัวตัว้อนอีก และรู้สึกว่าไม่กี่วันก็วิ่งเล่นได้เหมือนเดิมโดยไม่ต้องกินยาหรือหาหมออ่ะค่ะ
ทางใต้เรียก พาโหมน๊ะจ๊ะ
แต่ทางภาษาไทย ตามพจนานุกรมจริงๆ เขาเรียกกันว่า "ต้นตดหมูตดหมา"
เป็นยาระบายลมครับ
ทานแล้ว ระบายลมดีจริงๆ ทานมากจะทำให้ระบายลมมาก อึดอัดน๊ะ
แต่ถ้าทานพอดีพอดี ก็ระบายลมดี ทำให้ร่างกายสบาย นอนหลับสบาย