ประสบการณ์ที่เปลี่ยนแปลงชีวิตฉันเรื่องนี้ เกิดขึ้นเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ตอนนั้นฉันกำลังเรียนอยู่ ม.5 เป็นนักเรียนมัธยมธรรมดาๆคนหนึ่ง เรียนหนังสือบ้าง เล่นบ้าง เสาร์-อาทิตย์ก็เรียนพิเศษ แทบจะไม่มีอะไรแตกต่างจากคนอื่นๆเลย แต่แล้วเมื่อฉันกลับบ้านมาวันหนึ่งและได้รู้อะไรบางอย่าง ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป
ฉันยังจำวันนั้นได้ดี บรรยากาศในบ้านไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงมากนัก แม่ยังคงทำกับข้าวและพูดคุยกับฉันเหมือนปกติ มีเพียงพ่อเท่านั้นที่เข้าบ้านเร็วกว่าปกติ เพราะพ่อฉันเป็นคนชอบธรรมชาติมาก ทุกๆวันตอนเย็นๆก็จะไปรดน้ำต้นไม้ ให้อาหารปลาในบ่อ และเลี้ยงสัตว์ เรียกว่าบ้านฉันเป็นสวนย่อมๆเลยทีเดียว กว่าจะกลับบ้านก็ตรงกับเวลาอาหารเย็นพอดี แต่ฉันสังเกตว่าพ่อกินข้าวน้อยกว่าปกติ พอตอนเย็นพ่อกับแม่ก็มานั่งคุยกัน และพ่อก็เล่าให้ฉันฟังว่า วันนี้ที่โรงเรียนมีตรวจสุขภาพอาจารย์ประจำปี ซึ่งพ่อก็ได้เข้าตรวจด้วย ปีนี้เป็นปีแรกที่มีการเอ็กซเรย์ ปรากฏว่าไตของพ่อมีปัญหา หมอบอกว่าไตข้างหนึ่งบางจนแทบมองไม่เห็นและทั้งสองข้างก็เต็มไปด้วยนิ่ว ตอนนั้นฉันรู้สึกช๊อคมาก รู้สึกหัวมันโล่งไปหมด แต่พ่อกลับหันมายิ้มให้ฉันพร้อมกับบอกว่า พ่อไม่เป็นไร ฉันรู้ว่าพ่อพูดให้กำลังใจฉัน พ่อของฉันเข้มแข็งเสมอ แม้ในเวลาที่ลำบากที่สุด
หลังจากนั้นมา พ่อก็ได้ไปตรวจกับหมออย่างจริงจัง หมอบอกพ่อว่าไตข้างที่บาง ใช้การไม่ได้แล้ว คงต้องตัดทิ้ง ส่วนไตข้างที่เหลือก็มีนิ่วอยู่และใช้งานได้ไม่เต็มที่นัก แต่ก็ไม่เป็นอันตรายอะไร ต้องรักษาควบคู่กันไป หมอถามพ่อว่าไม่เจ็บไม่ปวดบ้างหรอ พ่อตอบว่าไม่เลย หมอบอกว่าเคสพ่อฉันแปลก แต่ฉันรู้เสมอว่าถึงแม้พ่อจะเจ็บ พ่อก็จะเก็บไว้ พ่อไม่อยากให้ทุกคนในบ้านไม่สบายใจ
ต่อมาไม่นาน หมอก็นัดพ่อผ่าตัด ช่วงนั้นเป็นช่วง summer ขึ้น ม.6 พอดี ฉันรู้สึกเครียดมาก ทั้งเรื่องพ่อและเรื่องสอบเข้าเรียนต่อ ฉันตั้งใจว่าจะสอบเข้าเรียนหมอให้ได้ เพื่อพ่อ แต่ก่อนฉันก็ยังไม่รู้เป้าหมายว่าจะเรียนหมอทำไม รู้สึกเหมือนเป็นค่านิยมในสังคมไทย แต่วันนี้ฉันรู้แล้ว ฉันจะเป็นหมอมารักษาพ่อ ถึงแม้ว่าจะนาน ฉันก็เชื่อว่าฉันทำได้ อย่างน้อยฉันก็จะได้รู้จักอาจารย์หมอเก่งๆที่สามารถรักษาพ่อได้ เลิกเรียนพิเศษฉันก็แวะไปเฝ้าพ่อ พ่อยังคงเป็นพ่อที่เข้มแข็งของฉันเหมือนเดิม ถึงแม้หน้าตาจะซีดเพราะเจ็บแผล แต่พ่อก็ยังยิ้มให้ฉันเสมอ พ่อบอกว่าไม่เป็นไรและขอหมอกลับบ้านตั้งแต่วันแรกๆของการผ่าตัด จนแม่ดุว่าพ่อดื้อ เหตุผลเพราะอะไรหรอ คงเป็นเพราะพ่อคิดถึงบ้านและต้นไม้พวกนั้นมั้งหรืออาจจะเป็นเพราะพ่อไม่ค่อยชอบโรงพยาบาลเท่าไหร่ พ่อกลัวเข็มมากๆด้วย 5555
พ่ออยู่โรงพยาบาลได้ไม่นาน พ่อก็มาพักฟื้นที่บ้าน อาการพ่อดีขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับเทศกาลสอบเข้าที่ใกล้เข้ามาทุกที พ่อไม่เคยบอกให้ฉันเรียนหมอ พ่อบอกเสมอว่า เรียนอะไรก็ได้ที่ฉันรักและทำมันให้ดีที่สุด แต่ฉันก็รู้ว่าพ่ออยากให้ฉันเรียนหมอ เพราะพ่อเห็นว่าเป็นอาชีพที่มั่นคงและได้ช่วยเหลือคนอื่น ช่วงที่ฉันสอบ พ่อเป็นกำลังใจสำคัญที่สุดของฉัน บางวันพ่อก็อ่านหนังสือเป็นเพื่อนฉัน ช่วยฉันหาข้อมูลการสมัคร แม้แต่คอยส่งข้าวส่งน้ำเวลาสอบพ่อก็ทำมาแล้ว
และแล้วช่วงเวลาที่ภูมิใจที่สุดก็มาถึง……ฉันสามารถสอบเข้าเรียนต่อที่คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่นได้สำเร็จ วันนั้นเราพ่อแม่ลูกกอดกัน พ่อพูดกับฉันว่าพ่อภูมิใจในตัวลูก แม้มันจะเพียงประโยคธรรมดาๆ แต่กลับทำให้ฉันขนลุกและน้ำตาซึม
ตอนนี้พ่อฉันก็ใช้ชีวิตได้ตามปกติ เพียงแต่ว่าต้องดูแลเรื่องอาหาร ควบคู่กับการรักษา เมื่อไม่นานมานี้ก็ได้ลองรักษาโดยการยิงเลเซอร์ แต่ผลก็ออกมาไม่เป็นที่น่าพอใจของหมอนัก หมอบอกว่าคงต้องเลิกวิธีนี้ไป ให้กินยาไปเรื่อยๆ แต่คงไม่มีการผ่าตัดอีกแล้ว เพราะอันตรายเกินไป ฉันก็ได้แต่หวังว่าฉันจะมีความรู้มากๆ และวิทยาการใหม่ๆเกี่ยวกับโรคนิ่วในไตจะมีออกมาเรื่อยๆ สักวันจะมีอาจารย์หมอที่รักษาพ่อได้ เชื่อว่าพ่อต้องไม่เป็นอะไรและต้องอยู่กับฉันไปอีกนาน
ขอบคุณ…..พ่อที่ทำให้หนูมีวันนี้ สัญญาว่าจะเรียนให้จบและเป็นหมอที่ดีให้ได้ รอหนูนะค่ะ

ไม่เป็นไร
เราเอาใจช่วย
สุ้ๆๆ
เป็นหมอที่ดีได้เเน่ๆ
พ่อต้องภูมิใจมากแน่ๆๆๆ
^______^
ขอให้กำลังใจและอวยพรให้สมปรารถนานะคะ...คุณพ่อ-คุณลูกต่างมีความหวังในกันและกัน...ย่อมเป็นสิ่งล้ำค่าอย่างยิ่งแล้วค่ะ
มาเป็นกำลังใจ..พ่อต้องรอดูความสำเร็จของหนูแน่แน่...ขอเป็นกำลังใจให้ด้วยคนนะคะ
พี่มาร่วมเป็นกำลังใจให้นะค่ะ ว่าที่คุณหมอ ^_^
กำลังใจคือสิ่งที่สำคัญนะค่ะ หนูและพ่อต่างเป็นกำลังใจให้กัน
ช่วยกันฟันฝ่าต่อไปนะค่ะ
เง้อ ~ เอาใจช่วยอาร์นะคร้าบ
สู้ ๆ เนอะ ^^''
อาร์ สู้ๆนะ
ตั้งใจเรียน เพื่อคุณพ่อนะ
^^
สู้ๆนะอาร์
เราเชื่อว่า
อาร์จะเป็นหมอที่ดีในอนาคต
สู้ๆ
ขอให้คุณพ่อมีสุขภาพดีๆไปนานๆนะ
หวังว่าอาร์จะผ่านมันไปได้
เป็นกำลังใจให้นะ
ทำให้สำเร็จ ทำให้พ่อภูมิใจ
เป็นกำลังใจให้นะ เพื่อน
เชื่อว่าอาร์ต้องเป็นหมอที่ดีเเน่ๆ
พยายามเข้านะ
สู้ๆๆจ้า
เพื่อให้พ่อเเม่ได้ภาคภูมิใจ
^^^
สู้ๆนะ..
ยังไงก้อยังมีเพื่อนๆ อยู่ทั้งน้า..
เราเชื่อว่าอาร์จะต้องผ่านมันไปได้แน่ๆ
เราจาเป็นกำลังใจให้เสมอนะ..
สู้ๆนะ เพื่อนน..
ขอบคุณสำหรับทุกๆกำลังใจนะค่ะ
^______^
อ่า
ซึ้งง่ะ
เราก็เป็นคนนึงที่สนิทกะพ่อมากมากกกกก
แล้วก็เคยเสียน้ำตาเพราะพ่อหลายครั้งด้วย
เพราะพ่อไม่ค่อยดูแลสุขภาพตัวเองอ่ะ
เราขอร้องยังไงก็ไม่ฟัง
เราเข้าใจนะความรู้สึกของลูกเวลาเห็นพ่อเจ็บอ่ะ
มันทรมานจริงๆ
เป็นกำลังใจให้นะเพื่อน
^^
ซึ้งอ่ะ สู้ๆ นะอาร์
เปงกำลังใจ
ขอให้พ่อหายป่วยไวๆๆนะ
ไม่รุจะเม้นไรว่ะ
ซึ้ง แฮง TT
ไหงกุเพิ่งรุว่ะเนี่ยยยย
สู้ๆนะเว้ยยย
ทั้งคุณพ่อเทอ แล้วก้อเทอ
เปนกำลังใจให้
^^
T_T
สู้ๆนะครับ
เป็นกำลังใจให้
T_T
สู้ๆนะครับ
เป็นกำลังใจให้
อาร์ลาลา เธอก็เป็นหมอแล้ว
ยังไงเธอก็สามารถนำวิชาความรู้ที่เธอเล่าเรียนมา
มาดูแลพ่อของเธอได้น่ะ
ถึงพ่อเธอยังเหลือไตข้างเดียว
แต่เค้าก็มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง
ไม่ต้องคิดมากน่ะ
เป็นกำลังใจให้
ปล.เพื่อนน่ะ ก้รักษาให้ฟรีด้วยน่ะ
ด้วยความรักและความเข้าใจ
เค้าเชื่อว่าอาร์ต้องเป็นหมอที่ประสบความสำเร็จแน่ๆ
สู้ๆนะ
เป็นกำลังใจให้พ่ออาร์หายเร็วๆ ด้วยนะ
ทุกอย่างสามารถรักษาให้หายได้
อย่าคิดมากนะอาร์
อาร์
สู้ๆนะ...ตอนนี้ทุกอย่างก็ผ่านไปด้วยดี
คุณพ่ออาร์ใจดีและก็น่ารักมากเลย
เป็นกำลังใจให้นะ