สวัสดีสมาชิก G2K ทุกท่านครับ เมื่อวานนี้เป็นวันแม่ได้กลับไปหาคุณแม่กันหรือเปล่าครับ ?

กว่าผมจะซื้อของไปให้แม่และเดินทางไปถึงอยุธยาก็เกือบจะบ่ายโมงเข้าไปแล้ว แต่ด้วยบ้านกับวัดที่ผมคุ้นชินห่างกันแค่ 2 กม. ผมจึงตัดสินใจแวะไปกราบครูบาอาจารย์ก่อนแล้วค่อยเข้าบ้านไปหาแม่

พอผมวางของที่ซื้อมาเสร็จ ก็ขึ้นไปกราบหลวงตาที่กุฏิ จำได้ว่าระหว่างที่ผมกำลังกราบครั้งที่สามพร้อมคำว่าสังฆัง วันทามิ หลวงตาก็เอ่ยขึ้นมาว่า...
 

"เออ..แกไปช่วยตานันเอาผักโป่ง (ผักตบชวา) ขึ้นจากบ่อทีเถอะ" แต่ผมฟังไม่ชัดเท่าไร กลับได้ยินว่า แกไปช่วยตานันเอาพระพรหมขึ้นจากบ่อทีเถอะ ชั่วแว๊บเดียว ผมนึกในใจไปซะตั้งหลายอย่าง

ผมนึกว่า..."โอ้ งานเข้าแล้วเรา ใครนะที่ไปทำพระพรหมผงของหลวงปู่ดู่ (http://gotoknow.org/file/beone_01/view/383899) ล่วงลงไปในบ่อ บ่อนั้นลึกมากๆ จะลงไปเอายังไงหว่า ? " แต่เพื่อความแน่ใจ ลองถามท่านอีกที "เอาอะไรขึ้นจากบ่อนะครับหลวงตา"

ท่านว่า "ผักโป่ง"   

"อ๋อ...ได้ครับ" ผมรีบเดินไปที่บ่อน้ำนั้นที่อยู่หลังวัดทันที

(มีต่อครับ)

ผมเดินไปถึงบ่อก็เห็น น้านันกับลูกชายกำลังช่วยกันโยนผักตบชวาขึ้นจากบ่ออย่างขะมักเขม้น ซึ่งมีจำนวนเหลือไม่มากแล้ว ผมจึงช่วยโยนผักตบชวาที่อยู่ริมบ่อขึ้นไปบนฝั่งอีกทีหนี่งเพื่อไม่ให้หล่นลงไปในน้ำได้อีก

หลวงตาเดินมาจากกุฏิตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ครับ ผมได้ยินเสียงจากข้างหลังว่า“เอาขึ้นให้หมดเลยนะ อย่าให้เหลือ ไม่งั้นเดี๋ยวก็เต็มบ่ออีก”  ผมคิดอะไรบางอย่างได้ในขณะนั้น ….

ผักตบชวาที่เรากำลังพยายามนำขึ้นจากบ่อให้หมด ก็ไม่ต่างอะไรกับกิเลสที่เราต้องกำจัดออกให้หมดสิ้นไปจากจิตใจ

ทำงานไปสักพักผมก็พยายามมองหาว่ายังมีผักตบชวาหลงเหลือตรงไหนในบ่ออีกบ้าง 

ผมเดินไปอีกด้านหนึ่งของบ่อเพื่อจะพยายามใช้ไม้ขอเกี่ยวผักตบชวาส่วนที่หลงเหลือเท่าที่ตาผมจะมองเห็นขึ้นมาจากฝั่ง  แต่งานนี้ไม่ง่ายอย่างที่คิดซะแล้ว ผมว่าการนำผักตบชวาในปริมาณมากๆขึ้นมาจากบ่อน้ำโล่งๆยังจะง่ายซะกว่าการนำผักตบชวาส่วนที่เหลือเพียงไม่กี่กอขึ้นมาท่ามกลางขวากหนามและเถาวัชพืชตรงขอบบ่อ ผมก็ปิ๊งอีกว่า…

การกำจัดกิเลสที่ละเอียดต้องอาศัยกำลังสติและปัญญารู้เท่าทันกิเลสให้รอบด้าน และต้องรู้จักเลือกใช้วิธีกำจัดที่แยบคาย

งานวันนั้นเสร็จลงพร้อมกับความซาบซึ้งใจในรสพระธรรมที่หลวงตาเมตตามอบให้อย่างที่เรียกว่า...สอนโดยไม่สอน !!!