บันทึกหลักการและเหตุผล
ประกอบพระราชบัญญัติเงินเดือน เงินวิทยฐานะ และเงินประจำตำแหน่ง
ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
(ฉบับที่ ... )
พ.ศ. ....
|
|
|
|
|
|
หลักการ
แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติเงินเดือน เงินวิทยฐานะ และเงินประจำตำแหน่งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗ ดังต่อไปนี้
๑. กำหนดบัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพและบัญชีอัตราเงินวิทยฐานะของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ยกเลิกบัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพแนบท้ายพระราชบัญญัติเงินเดือน เงินวิทยฐานะ และเงินประจำตำแหน่งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗ บัญชีอัตราเงินวิทยฐานะของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา บัญชีอัตราเงิน วิทยฐานะสำหรับตำแหน่งครูที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ บัญชีอัตราเงินวิทยฐานะสำหรับตำแหน่งศึกษานิเทศก์ที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ บัญชีอัตราเงินวิทยฐานะสำหรับตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษาที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ และบัญชีอัตราเงินวิทยฐานะสำหรับตำแหน่งผู้บริหารการศึกษาที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพท้ายพระราชบัญญัติเงินเดือน เงินวิทยฐานะ และเงินประจำตำแหน่งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗ และกำหนดบัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพและบัญชีอัตราเงินวิทยฐานะของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาขึ้นใหม่)
๒. กำหนดสิทธิการได้รับเงินเดือน เงินวิทยฐานะ และเงินประจำตำแหน่งติดตัว เมื่อเปลี่ยนตำแหน่งไปดำรงตำแหน่งที่มีวิทยฐานะด้วยกัน (แก้ไขเพิ่มเติมจากการกำหนดไว้ในหมายเหตุท้ายบัญชีอัตราเงินวิทยฐานะของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษามากำหนดไว้ในพระราชบัญญัติ)
๓. กำหนดให้พระราชบัญญัติมีผลย้อนหลังไปในวันที่ ๑ เมษายน ๒๕๕๒ โดยให้มีการเลื่อนเงินเดือนย้อนหลังให้แก่ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาซึ่งมีเงินเดือนเต็มขั้นในวันที่พระราชบัญญัติมีผลใช้บังคับแต่มิให้รับตัวเงิน
เหตุผล
โดยที่สมควรปรับปรุงการจัดโครงสร้างเงินเดือน เงินวิทยฐานะ และเงินประจำตำแหน่งของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาให้เป็นโครงสร้างเงินเดือนแบบช่วง โดยกำหนดเงินเดือนเฉพาะขั้นต่ำและขั้นสูงในแต่ละอันดับเงินเดือนไว้ ซึ่งจะทำให้สามารถบริหารค่าตอบแทนโดยการเลื่อนเงินเดือนเป็นร้อยละตามผลการปฏิบัติงานภายในวงเงินงบประมาณที่กำหนดได้ ยืดหยุ่นขึ้นโดยไม่มีข้อจำกัดการเลื่อนเงินเดือนตามขั้นที่กำหนดอัตราเงินเดือนไว้ก่อนล่วงหน้า สอดคล้องกับการปรับปรุงโครงสร้างเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งข้าราชการพลเรือนสามัญ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
ร่าง
พระราชบัญญัติ
เงินเดือน เงินวิทยฐานะ และเงินประจำตำแหน่งข้าราชการครู
และบุคลากรทางการศึกษา
(ฉบับที่ ... )
พ.ศ. ....
|
|
|
|
|
|
...............................................................
...............................................................
...............................................................
...............................................................................................
...............................................................................................
...............................................................................................
มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติเงินเดือน เงินวิทยฐานะ และเงินประจำตำแหน่งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ฉบับที่ ... ) พ.ศ. ....”
มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๒
มาตรา ๓ ให้ยกเลิกบัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ แนบท้ายพระราชบัญญัติเงินเดือน เงินวิทยฐานะ และเงินประจำตำแหน่งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗ บัญชีอัตราเงินวิทยฐานะของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา บัญชีอัตราเงินวิทยฐานะสำหรับตำแหน่งครูที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ บัญชีอัตราเงินวิทยฐานะสำหรับตำแหน่งศึกษานิเทศก์ที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ บัญชีอัตราเงินวิทยฐานะสำหรับตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษาที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ และบัญชีอัตราเงินวิทยฐานะสำหรับตำแหน่งผู้บริหารการศึกษาที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ท้ายพระราชบัญญัติเงินเดือน เงินวิทยฐานะ และเงินประจำตำแหน่งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗ และให้ใช้บัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพและบัญชีอัตราเงิน วิทยฐานะของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาท้ายพระราชบัญญัตินี้
มาตรา ๔ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ใดมีวิทยฐานะซึ่งได้รับเงินเดือน เงิน วิทยฐานะและเงินประจำตำแหน่งตามพระราชบัญญัตินี้ เมื่อเปลี่ยนตำแหน่งไปดำรงตำแหน่งซึ่งมี วิทยฐานะด้วยกัน จะได้รับวิทยฐานะและสิทธิการได้รับเงินเดือน เงินวิทยฐานะและเงินประจำตำแหน่งตามพระราชบัญญัตินี้ ติดตัวมาด้วย
มาตรา ๕* การเลื่อนขั้นเงินเดือนในวันที่ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๒ และวันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๒ ของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ซึ่งได้รับเงินเดือนเต็มขั้นและได้รับเงินค่าตอบแทนพิเศษตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกจ่ายค่าตอบแทนพิเศษของข้าราชการและลูกจ้างประจำผู้ได้รับเงินเดือนหรือค่าจ้างถึงขั้นสูงหรือใกล้ถึงขั้นสูงของอันดับ หรือตำแหน่งเนื่องจากเงินเดือนเต็มขั้นไปแล้ว ให้ถือว่าเป็นการเลื่อนขั้นเงินเดือนตามบัญชีเงินเดือนท้ายพระราชบัญญัตินี้ โดยให้ผู้มีอำนาจสั่งเลื่อนขั้นเงินเดือนย้อนหลังให้โดยมิให้รับตัวเงินอีกและให้ถือว่าค่าตอบแทนพิเศษตามผลการปฏิบัติงานที่ได้รับไปแล้วเป็นเสมือนเงินเดือนที่ได้เลื่อน ทั้งนี้ผู้ที่ได้รับค่าตอบแทนพิเศษร้อยละ ๒ ให้เลื่อนครึ่งขั้น ผู้ที่ได้รับค่าตอบแทนพิเศษร้อยละ ๔ ให้เลื่อนหนึ่งขั้น และผู้ที่ได้รับค่าตอบแทนพิเศษร้อยละ ๖ ให้เลื่อนหนึ่งขั้นครึ่ง โดยให้ ก.ค.ศ.กำหนดขั้นเงินเดือนชั่วคราวขึ้นเพื่อใช้ในการเลื่อนเงินเดือน
การเลื่อนเงินเดือนในวันที่ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๓ เป็นต้นไปจนถึงวันที่พระราชบัญญัตินี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ซึ่งได้รับเงินเดือนเต็มขั้นและได้รับเงินค่าตอบแทนพิเศษตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกจ่ายค่าตอบแทนพิเศษของข้าราชการและลูกจ้างประจำผู้ได้รับเงินเดือนหรือค่าจ้างถึงขั้นสูงหรือใกล้ถึงขั้นสูงของอันดับ หรือตำแหน่งเนื่องจากเงินเดือนเต็มขั้นไปแล้ว ให้ถือว่าเป็นการเลื่อนขั้นเงินเดือนตามบัญชีเงินเดือนท้ายพระราชบัญญัตินี้ โดยให้ผู้มีอำนาจสั่งเลื่อนขั้นเงินเดือนย้อนหลังให้โดยมิให้รับตัวเงินอีกและให้ถือว่าค่าตอบแทนพิเศษตามผลการปฏิบัติงานที่ได้รับไปแล้วเป็นเสมือนเงินเดือนที่ได้เลื่อน ทั้งนี้ผู้ที่ได้รับค่าตอบแทนพิเศษร้อยละ ๒ ให้เลื่อนเงินเดือนร้อยละ ๒ ผู้ที่ได้รับค่าตอบแทนพิเศษร้อยละ ๔ ให้เลื่อนเงินเดือนร้อยละ ๔ และผู้ที่ได้รับค่าตอบแทนพิเศษร้อยละ ๖ ให้เลื่อนเงินเดือนร้อยละ ๖ ของค่ากลางของบัญชีอัตราเงินเดือนแต่ละอันดับที่ ก.ค.ศ.กำหนด
ให้ ก.ค.ศ.มีอำนาจกำหนดวิธีปฏิบัติเพื่อการดำเนินการหรือเพื่อแก้ไขปัญหาในการเลื่อนเงินเดือนย้อนหลังให้เป็นไปตามหลักการในวรรคแรกและวรรคสองได้
มาตรา ๖ ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
............................
.......................................
มาตรา ๕* แก้ไขใหม่ ๒๕ ม.ค.๕๓