ตนแลเป็นที่พึ่งแห่งตน อย่าไปพึ่งพาเทคโนโลยีมากเกินไป

เกร็ดเล็กๆ ที่ได้เรียนรู้จากการอบรม HA   ให้บุคลากรใหม่ภาคเหนือตอนล่าง

แสงทอง   ปุระสุวรรณ์

       

เมื่อวันที่  20  พฤษภาคม 2552  ศูนย์ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาคุณภาพโรงพยาบาล  มหาวิทยาลัยนเรศวร (HACC: NU)  ได้จัดโครงการอบรมการพัฒนาคุณภาพตามมาตรฐาน HA  สำหรับบุคลากรใหม่  ที่ห้องประชุมเอกาทศรถ  9  อาคารสิรินธร  คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร   ซึ่งมีผู้เข้าร่วมโครงการมากถึงจำนวน  286  คน  จากโรงพยาบาลในเขตภาคเหนือตอนล่าง  จำนวน  37   แห่ง  ในวันนั้นดิฉันทำหน้าที่เป็นวิทยากรบรรยายในหัวข้อเรื่อง  ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับ HA  ซึ่งจะเป็นส่วนแรกที่ให้ความรู้ในเชิงทฤษฎีช่วงเช้า   และเล่าประสบการณ์ที่เคยทำกิจกรรมพัฒนาคุณภาพในช่วงบ่าย   การจัดโครงการในครั้งนี้มีเกร็ดเล็กๆ ที่ได้เรียนรู้หลายอย่าง   คือ

        กรณีที่พิธีกรช่วยแนะนำประวัติวิทยากร    ผู้ทำหน้าที่วิทยากรต้องฟังด้วยว่า  เขาได้แนะนำข้อมูลอะไรไปบ้าง  เพราะว่าในวันนั้นพูดคุยกันมาจนถึงช่วงบ่ายถึงได้ทราบว่าผู้เข้าร่วมโครงการยังไม่ทราบว่าเรามีวิชาชีพอะไร  วุฒิการศึกษา  ประสบการณ์เกี่ยวกับเรื่องที่บรรยายเป็นอย่างไร...  ถามว่าจำเป็นต้องรู้ไหม?  สำหรับตัวเองมองว่าจำเป็นเพราะว่าเป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้เกิดความไว้วางใจ  ยอมรับในตัววิทยากร  สามารถพูดคุยทำความเข้าใจกันได้ง่ายขึ้น  ทำนองที่ว่า พวกเดียวกัน

        การทำความเข้าใจวัตถุประสงค์  ประเด็นหลักในการบรรยาย  นับเป็นประเด็นสำคัญอย่างหนึ่งที่จำเป็นต้องแจ้งให้ผู้เข้าร่วมโครงการรับทราบ   เนื่องจากผู้เข้าอบรมทุกคนอยู่ในวัยทำงาน  มีความคาดหวังที่จะนำเอาความรู้ที่ได้รับจากการอบรมไปใช้ได้เลย  โดยเฉพาะในรูปแบบ บะหมี่สำเร็จรูปไม่ใช่แค่ กึ่งสำเร็จรูป  แต่สำหรับการทำหน้าที่เป็นวิทยากรในวันนั้น   ตัวเองตั้ง วัตถุประสงค์ไว้เพียงว่าให้ผู้เข้ารับการอบรมได้รับแนวคิดและหลักการสำคัญเกี่ยวกับ HA เท่านั้น   เนื่องจากมีผู้เข้าร่วมโครงการเป็นจำนวนมาก  ไม่ได้ตั้งใจลงลึกในเชิงปฏิบัติการ   ทำให้เป็นส่วนหนึ่งที่ผู้เข้าร่วมโครงการอาจรู้สึกไม่เป็นไปตามความคาดหวัง

        การนำเทคนิคอื่นๆ มาช่วยในการบรรยาย  เป็นวิธีการสำคัญที่จะทำให้ผู้เข้าร่วมโครงการให้ความสำคัญ  ตั้งใจและสนใจ   เนื่องจากดิฉันถูกแต่งตั้งให้หน้าตาเป็นวิชาการ  มีความเป็นทางการอยู่เสมอ  (พยายามทำตัวธรรมดา  แต่ว่าความเป็นวิชาการก็ไม่หลุดออกไปจากตัวซะที…)  จึงต้องนำเทคนิคเข้าช่วย   แต่เทคนิคของดิฉันก็ดูไม่เข้าทีซักเท่าไหร่...   สื่อที่เป็น filepower point  บางสไลด์ก็มีปัญหา  ตัวหนังสือเล็ก  สีเปลี่ยนแปลงไปทำให้มองเห็นได้ไม่ชัด  ทั้งๆ ที่ได้มีการทดลองตระเตรียมไว้ก่อนวันบรรยายจริงแล้ว,    การตั้งคำถามและมีของรางวัลเล็ก ๆ น้อยๆ ให้กับผู้ตอบก็ดูเข้าทีดีในช่วงแรก ๆ แต่ไม่สามารถทำให้ความตั้งใจรับฟังยั่งยืนยาวตลอดการอบรม   แต่สิ่งที่ดิฉันค้นพบในวันนั้นว่าเป็นสิ่งดึงดูดความสนใจได้ดีก็คือ  ตัวเราหรือสื่อบุคคล   นั่นคือความรู้และประสบการณ์ตรงจากตัวเอง  ความรู้ทั้งในเชิงทฤษฎีและโดยเฉพาะประสบการณ์ตรงที่เราเคยลงมือปฏิบัติจริงในเรื่องที่เราบรรยายจะมีคนสนใจใคร่อยากรู้และฟังเราเล่ามากที่สุด      ก็เลยถึงบางอ้อว่า.... ตนแลเป็นที่พึ่งแห่งตน  อย่าไปพึ่งพาเทคโนโลยีมากเกินไป

และสิ่งสำคัญที่เป็นข้อสรุปของเกร็ดเล็กๆ ในวันนั้นคือ  การเรียนรู้ของผู้เข้าอบรมได้สอนดิฉันและเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ว่าเป็นไปตามแนวคิด  Andragogy ของมัลคัม โนลส์  (Andragogy Theory of   Malcolm Knowles)  ซึ่งมีข้อตกลงเบื้องต้นที่กล่าวถึงลักษณะสำคัญในความเป็นผู้ใหญ่ว่ามีลักษณะพิเศษในการเรียนรู้ซึ่งมีประเด็นสำคัญ  5 ประการ  คือ  มีความเข้าใจตนเองหรือความคิดรวบยอดเป็นของตนเอง  สามารถชี้นำตนเองได้,   มีประสบการณ์ที่สั่งสมมานาน  ยิ่งอายุมากก็จะยิ่งมีประสบการณ์มาก  ซึ่งนับว่าเป็นแหล่งที่มีคุณค่ายิ่งในการเรียนรู้,   มีความพร้อมในการเรียนรู้  โดยเฉพาะในประเด็นที่เกี่ยวกับเรื่องการทำงาน,    มีการกำหนดทิศทางในการเรียนรู้  โดยการเรียนรู้จะเปลี่ยนจากการเน้นเนื้อหาวิชาเป็นศูนย์กลางมาเป็นการเน้นปัญหาเป็นศูนย์กลาง,  และมีแรงจูงใจในการเรียนรู้ที่มาจากภายในตัวบุคคล

เริ่มต้นดิฉันพยายามจะเล่าเรื่องให้เป็นแบบกันเองๆ แต่ในที่สุดก็จบไปในแนววิชาการ.......(อีกแล้วค่ะท่าน)   แต่ถึงอย่างไรก็คาดว่าผู้อ่านจะได้ทั้งเกร็ดเล็ก ๆ และเกร็ดวิชาการไปพร้อม ๆ กันเลยนะคะ