ท่านเดินมาที่ระเบียงโบสถ์ตรงที่เก็บอัฐิของแม่ทุกวันเคาะ ก๊อก…. ก๊อก….ก๊อก.. แล้วบอกว่ารักแม่นะ

วันนี้ขอเล่าเรื่องราวที่ประทับใจสักหนึ่งเรื่องนะคะ เมื่อวันที่6  สิงหาคมที่ผ่านมา ดิฉัน  ได้ไปที่วัดโพธิ์ชัย(วัดหลวงพ่อพระใส  วัดคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดหนองคาย) คืนนั้นเป็นวันขึ้น 7 ค่ำ พระจันทร์เต็มดวง  ดิฉัน น้องกิจและน้องอ้อมได้เข้าไปในโบสถ์เพื่อไหว้หลวงพ่อพระใส(จริงๆแล้วเราหนีอะไรบางอย่าง  สิ่งที่มองไม่เห็น แต่ว่าสัมผัสได้ ถ้าไม่เจอกับตัวเองแล้วจะไม่เชื่อ รู้แต่ว่าตอนนั้นหัวใจเต้นแรงมาก  ต้องหาที่พึ่ง.. .. เคยมั๊ย..ที่เราสามารถสื่อสารกับอะไรก็ไม่ทราบ  เช่นขณะที่เรานั่งอยู่ในรถที่ดับเครื่องยนต์แล้ว เราสามารถสั่งให้ไฟรถติด-ดับ ได้ นี่แหละคือต้นเหตุในการเข้าวัดคืนนั้น )  

ภายในโบสถ์

 

 

คืนนั้นมีญาติโยมมากมายมาไหว้พระและทำวัตรเย็น

 

พวกเราได้เข้าไปร่วมด้วย  

   หลังจากที่ใครๆกลับไปหมดแล้วเราทั้ง 3 คนได้มีโอกาสได้พูดคุยกับหลวงพ่อ( พระเทพมงคลรังษี เจ้าอาวาส วัดโพธิ์ชัย) 

 ท่านเล่าเรื่องราวต่างๆให้พวกเราฟังมากมาย แต่มีอยู่เรื่องหนึ่งที่ดิฉันฟังแล้วรู้สึกซาบซึ้งใจมากจึงอดที่จะนำมาเล่าให้ฟัง  ณ ที่นี้ไม่ได้

   ท่านเล่าว่าเมื่อหลายปีก่อนท่านฝันเห็นแม่(ที่เสียชีวิตแล้ว) แม่มาหาและขอมาอยู่ด้วย ท่านแปลกใจมาก เพราะแม่เป็นผู้หญิงจะมาอยู่กับพระได้อย่างไร  แต่แม่ท่านยืนยันว่า ยังไงก็จะอยู่ด้วย  ตอนเช้าหลวงพ่อจึงได้ไปย้ายเอาอัฐิของแม่จากเดิมอยู่ที่วัดศรีชมชื่นมาอยู่กับท่านที่วัดโพธิ์ชัยแห่งนี้ หลังจากนั้นท่านก็ไม่ฝันเห็นแม่อีกเลย แต่สิ่งที่ท่านทำอย่างสม่ำเสมอทุกวันคือ

หลวงพ่อท่านอายุได้ 87 ปีแล้ว  แต่ท่านดูผิวพรรณดีมาก  ตอนนี้สุขภาพไม่ค่อยดีนัก ท่านบอกว่าชีวิตท่านมอบให้หลวงพ่อพระใสแล้ว  ท่านพร้อมจะไปทุกเมื่อ........   

ท่านจะเดินไปที่ระเบียงโบสถ์ตรงที่เก็บอัฐิของแม่ทุกวัน

เคาะ ก๊อก….   ก๊อก….ก๊อก  .. แล้วบอกว่า  รักแม่นะ   ท่านทำอย่างนี้ทุกๆวัน

ท่านแผ่เมตตาให้แม่ทุกวัน   และในวันที่ 12 สิงหาคม 2552 ที่จะถืงนี้ท่านก็จะไปที่

วัดไชยาประดิษฐ์ ตำบลสระไคร จังหวัดหนองคาย วัดที่บ้านเกิดของท่านเพื่อทำพิธียกช่อฟ้าพระอุโสถ ดิฉันตั้งใจว่าวันแม่ปีนี้  จะไปทำบุญที่วัดนี้ด้วย  (สำหรับท่านที่ฝากไปทำบุญ พรุ่งนี้จะจัดให้นะคะ  ..พี่นิ่มที่ศรีนครินทร์  น้องดี้และน้องหมวย )

ท่านแต่งกลอนวันแม่  อ่านให้พวกเราฟังด้วยค่ะ 

ท่านดูมีความสุขที่ได้พูดถึงแม่ ดิฉันตื้นตันใจ ดีใจ อิ่มเอิบใจ สุขและสงบอย่างบอกไม่ถูก ดีใจที่วันนี้ได้มาที่นี่  ได้คุยกับท่าน

ดิฉันกลับบ้านอย่างสบายใจ  ความทุกข์ที่มีหายไปสิ้น(เหลือแต่ความกังขาว่ามันเกิดอะไรขึ้น

 กับพวกเรา ยังหาคำตอบไม่ได้  โดยเฉพาะคำตอบด้านวิทยาศาสตร์  พระท่านบอกว่า อย่าไปถือเป็นอารมย์เลย  )

การทำความดีกับแม่นั้นทำได้ตลอดเวลา  ตอนที่แม่อยู่กับเราหรือแม้แต่เมื่อท่านล่วงลับไปแล้ว ก็ทำดีกับแม่ได้เสมอ

แม่...  คำนี้ฟังดูดีเสมอ  ยิ่งใหญ่   มีพลัง และ อบอุ่น