Backward Design กำหนดผลลัพธ์การเรียนรู้ มีหลักฐานที่ประเมินตามสภาพการณ์จริง นำไปสู่การออกแบบประสบการณ์การเรียนรู้

       Backward  Design  เป็นกระบวนการออกแบบการจัดการเรียนรู้  เป็นแนวคิดของGrant Wiggins และ Jay Mc Tighe ซึ่งคิดค้นเมื่อปีค.ศ. 1998  เป็นกระบวนการ
ออกแบบการจัดการเรียนรู้ที่กำหนดเป้าหมายการเรียนรู้ มีการกำหนดหลักฐานหลังจากนั้นจึงออกแบบ
การจัดประสบการณ์เรียนรู้  เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ มีทักษะและแสดงความสามารถ ตามหลักฐานที่เป็น
ผลจากการเรียนรู้ของผู้เรียนที่กำหนดไว้
   ขั้นตอนการออกแบบ Backward  Design มี 3 ขั้นตอน     
  ขั้นที่ 1   การกำหนดเป้าหมายหรือผลลัพธ์การเรียนรู้ ( Identity  desired result )   
ขั้นตอนนี้ผู้สอนต้องตั้งคำถาม          1)  ผู้เรียนต้องมีความรู้ ความเข้าใจเรื่องอะไรและต้องมี     ความสามารถทำอะไรได้  2)  ผู้เรียนต้องมีความรู้ ความเข้าใจเรื่องใด  3) อะไรที่ต้องการให้เป็นความ   เข้าใจที่คงทน ในขั้นตอนนี้ผู้สอนต้องพิจารณาจุดม่งหมาย มาตรฐานต่างๆเช่น มาตรฐานการจัดการศึกษา ของชาติ ของรัฐและความคาดหวังของหลักสูตร

 กรอบแนวคิดในการพิจารณาความสำคัญในการการจัดการเรียนรู้ ประกอบด้วย 3 วง

     วงเล็กสุด เป็นความเข้าใจที่คงทน ( Enduring  understand ) เป็นความคิดหลัก

  ที่ต้องการให้เป็นความเข้าใจที่คงทน ฝังอยู่ในตัวผู้เรียนถึงแม้ว่าพวกเขาจะลืมรายละเอียดของเนื้อหา

  ไปแล้วและสามารถนำมาใช้ได้ทุกเวลาเมื่อต้องการ

     วงกลาง  แทนความรู้ที่สำคัญ ( Important to know ) ทักษะกระบวนการที่สำคัญ

  ( Important to do )  ที่ผู้เรียนต้องใช้ระหว่างในหน่วยการเรียน เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจ

  ตามที่กำหนดไว้

     วงใหญ่สุด  แทนความรู้ที่จะให้ผู้เรียนคุ้นเคย  ( Worth being familiar with ) โดยให้

  ผู้เรียนอ่าน ทบทวนสาระ /  เรื่อง หรือให้ประสบกับเหตุการณ์อื่นๆ เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจ

  ในสิ่งที่เรียนมากขึ้น

 

          ขั้นที่ 2   การกำหนดหลักฐานที่ยอมรับว่าผู้เรียนมีความรู้ ความสามารถตามที่กำหนดไว้     

  ( Determine  acceptance  evidence )  คำถามที่ผู้สอนต้องคิดก่อนวางแผนการ

  เรียนรู้   1)  ผู้สอนจะรู้ได้อย่างไรว่าผู้เรียนมีผลการเรียนออกมาแล้วได้มาตรฐาน  2) ผู้สอนจะต้องมี 

  หลักฐานอะไรที่บ่งบอกว่าผู้เรียนเข้าใจและมีประสิทธิภาพ ในขั้นนี้ ผู้สอนต้องประเมินผลการเรียนรู้ผู้เรียน

  เป็นระยะๆด้วยวิธีการที่หลากหลาย ทั้งเป็นทางการและไม่เป็นทางการ

 

         ขั้นที่ 3  การออกแบบประสบการณ์การเรียนรู้ ( Plan learning  experience and

  instruction )

  คำถามที่ผู้สอนจะต้องคิด ได้แก่ 1) ข้อเท็จจริง  แนวคิด หลักการ และทักษะอะไร ที่ผู้เรียนจำเป็นต้อง 

  แสดงออกมาเพื่อบ่งบอกว่ามีประสิทธิภาพและผลที่ได้รับพึงพอใจ   2) ผู้สอนจะจัดกิจกรรมอะไรให้

  ผู้เรียน   3) อะไรเป็นสิ่งที่ต้องสอนและควรจะสอนอย่างไรจึงจะดีที่สุดที่ให้ผู้เรียนบรรลุเป้าหมาย 

  4) ผู้สอนควรใช้สื่ออุปกรณ์อะไร 5) การออกแบบการสอนมีความเชื่อมโยงกันและมีประสิทธิภาพหรือไม่

 

          กล่าวโดยสรุปแล้ว Backward  Design เป็นกระบวนการออกแบบการเรียนรู้ที่นำ

  มาตรฐานการเรียนรู้มาเป็นเป้าหมายการจัดการเรียนการสอน โดยที่ครูผู้สอนจะต้องออกแบบวางแผน

  กำหนดหลักฐานการเรียนรู้ที่จะแสดงให้เห็นว่าผู้เรียนสามารถบรรลุซึ่งจุดหมายหลักสูตรรายวิชานั้นๆ

  และนอกจากนั้นครูผู้สอนจะต้องออกแบบประสบการณ์การเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ มีทักษะและ

  แสดงความสามารถ ตามหลักฐานที่เป็นผลจากการเรียนรู้ของผู้เรียนที่กำหนดไว้

 

  การออกแบบการเรียนรู้แบบ Backward  Design  ที่ได้หยิบยกมาแลกเปลี่ยนความรู้   เป็นเพียงส่วนหนึ่งของเนื้อหา  ยังคงมีรายละเอียดอีกมากมายให้ศึกษา เช่น รูปแบบการประเมินผู้เรียน    ในแต่ละวงของการออกแบบการเรียนรู้ในขั้นที่ 1   เทคนิคการใช้คำถามของผู้สอน และอื่นๆอีกมากมาย  ที่จะให้ท่านร่วมเติมเต็มความสมบูรณ์