วันนี้เกิดอาการเซ็งในจิต หงุดหงิดในใจหลายข้อทีเดียวครับ อย่างแรกคือ จากการจับอบรมการผลิตอีบุ๊คที่คณะ ปรากฏทั้งโปรเจคเตอร์ ทั้งคอมพิวเตอร์พากันเพี้ยนหมดเลย สุดท้ายเลยใช้โน้ตบุ๊คตัวเองแทน โปรเจคเตอร์ต้องยอมทน (ฮือ ถ้าปีนไปปลดมันลงมาได้คงทำไปแล้ว) ส่วนผู้เข้าอบรมก็ต้องเปลี่ยนเครื่องกันจ้าละวัน  จำได้ว่า เคยเตือนผู้ที่เกี่ยวข้องแล้วว่า ติดตั้งโปรเจคเตอร์อย่างนั้นมันไม่ดีในระยะยาว สุดท้ายก็ไม่มีใครคิดจะแก้ไข ตอนนี้หลายเครื่องมีอาการไม่พึงประสงค์แล้ว ทำได้แค่ทำใจจริงๆ ครับ

อย่างต่อมา คือ คำเชิญให้ไปบรรยายครับ ที่เซ็งคือ รอบนี้คนเชิญเป็นคนในมหาวิทยาลัยเราเอง ซึ่งผมทราบมาตั้งแต่ต้นแล้วว่ามีการอบรมหนึ่งกลุ่ม ที่คนในมหาวิทยาลัยรับเอางานมาทำ แต่ก็ทราบจากผู้ประสานงานชุดใหญ่ว่า ผมไม่มีคิวบรรยายในกลุ่มนี้ เพราะเขาเอาประเด็นที่ผมพูดออกไปจากรายการ ซึ่งผมก็ดีใจ เพราะยังงัยผมก็ไม่ว่าง ปรากฏวันนี้หนึ่งในทีมงานรับผิดชอบโทรมาบอกว่า ผมต้องไปบรรยายด้วย แถมอ้างว่าผมรู้เรื่องนี้แล้ว

ผมตอบได้เพียงว่า ผมไม่ว่าง ตอนเช้าผมสอนตั้งแต่แปดโมงถึงเที่ยง และบ่ายโมงครึ่งก็ต้องไปบรรยายให้กับสำนักงานยุติธรรมประจำจังหวัดปัตตานี คนติดต่อตอบง่ายจังเลยครับ ไม่รู้สิ อาจารย์ต้องหาเวลามาบรรยายให้ได้ แล้วก็วางสายไป ฮือ ผมจะทำยังงัย

ลำบากครับ ไม่ใช่ว่า ผมให้ความสำคัญแต่กับคนข้างนอก แต่ทุกอย่างมันเป็นความรับผิดชอบครับ รับปากแล้วก็ต้องทำ จริงๆ ถ้าอ่านบล็อกผมก็น่าจะทราบว่า ถ้าจะนัดละก้อ ล่วงหน้าไว้สักครึ่งเดือน (เป็นอย่างน้อยเฉพาะช่วงสามเดือนนี้นะครับ) ไม่ใช่ผมเป็นคนดังนะครับ ยังไม่ฮ๊อตขนาดนั่น เพียงแต่ว่าน่าจะจัดว่าเป็นคนเพื่อนเยอะและผู้ใหญ่เอ็นดูก็ได้ครับ

หลังเที่ยง เพื่อนอาจารย์จากต่างสถาบันก็โทรมาย้ำนัดว่า ตกลงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงใช่มัยครับ? ผมก็ตอบไม่มีอะไรเปลี่ยนครับ เหมือนเดิมที่นัดไว้ ผมไปได้ ฮือ ทำไมตอบง่าย ก็แน่นอนครับ เขานัดไว้มาเดือนกว่าแล้วครับ ไม่มีปัญหาอะไรเลย ถ้าไม่สุดวิสัยจริงๆ ผมก็ยึดมั่นคำสัญญา

ช่วงบ่ายมาอีกหนึ่งรายการครับ มาจากนอกสถาบันเหมือนกัน แต่งานนี้ผมก็ตอบว่า "ไม่ว่างจริงๆ ครับ ติดสอนทั้งวัน" อันนี้ก็เรื่องใหญ่ครับ ผมฝากห้องเรียนไว้ในห้องเรียนออนไลน์มาสองสัปดาห์แล้วครับ แล้วเมื่อวานก็ได้รับข้อความจากนักศึกษาแล้วครับว่า "อาจารย์กลับเข้าห้องเรียนได้แล้ว" ฮิฮิ ดังนั้นขาดสอนไม่ได้แล้วครับ

แต่รายนี้ ตลกตัวเองนิดหนึ่งครับ เพราะตอนโทรมา ผมเข้าใจว่าจะโทรมาทวงบทความ ดังนั้นพอทราบว่าใครโทรมาเลยบอกว่า ผมเพิ่งส่งบทความไปเมื่อกี้นี้เองครับ แต่ผมไม่มีอีเมลของท่าน เลยส่งไปยังอาจารย์อีกท่านหนึ่ง ฮิฮิ ปรากฏปลายทางตอบว่า "คนละเรื่องกัน ที่โทรมานี้อีกเรื่องหนึ่ง" เหรอครับ? แฮะแฮะ นอกจากคนเชิญเยอะแล้ว เจ้าหนี้ก็เยอะด้วย (ลืมบอกไป)

จำได้ว่า สมัยก่อนเคยมีคนสะกิดผมว่า ให้ความสำคัญกับการบริการวิชาการในนามของหน่วยงานบ้าง ผมก็เลยตั้งเป้าไว้ครับว่า สำหรับผมเองจะทำโครงการบริการวิชาการในวิชาที่ผมรับผิดชอบอย่างน้อยหนึ่งโครงการต่อปีครับ ผมก็ทำได้มาตลอดครับ จากเดิมโครงการที่ทำอาจจะไม่สร้างรายได้อะไรให้หน่วยงานมากนักครับ แต่ระยะหลังมานี้มันก็พอจะมีรายได้เข้ามาบ้าง (หากไม่ทำพลาดเสียเอง) ยิ่งหากผมทำการประชาสัมพันธ์เอง ส่วนใหญ่ไม่พลาดเรื่องยอดคนเข้าร่วมครับ ถามว่าทำไม คำตอบก็ง่ายๆ ครับ ผมคนเพื่อนเยอะครับ

(บ่นเสร็จแล้วครับ ไปทำงานต่อแล้ว)