อนุชา
นาย อนุชา เทวราชสมบูรณ์

การปลูกผักสวนครัว


การปลูกผักสวนครัว

                                          การปลูกผักสวนครัว 

                ผักเป็นอาหารประจำวันของมนุษย์ และเป็นแหล่งอาหารที่ให้แร่ธาตุ วิตามินอาหารสูง มีราคาถูก  เมื่อเปรียบเทียบกับเนื้อสัตว์  มนุษย์เราควรรับประทานผักวันละ  200  กรัม  เพื่อให้ร่างกายได้รับแร่ธาตุและวิตามินอย่างเพียงพอ  ประชากรของประเทศไทย  โดยเฉพาะสตรีมีครรภ์และเด็กๆ มักขาดแคลนแร่ธาตุ วิตามินกันมาก  ประกอบกับปัญหาทางด้านเศรษฐกิจที่ส่งผลให้ค่าครองชีพสูงขึ้น  จึงได้มีการรณรงค์ให้มีการปลูกผักสวนครัวปลอดสารพิษ  ไว้รับประทานเองในครอบครัว  และเป็นการส่งเสริมอาชีพให้กับประชาชนกลุ่มเป้าหมายและสร้างรายได้ให้กับครอบครัวและตอบ

สนองความต้องการของกลุ่มเป้าหมายเป็นการลดค่าใช้จ่ายในครอบครัว 

 

  

                                                             ประโยชน์ของสวนครัว   

 

                1. ช่วยให้มีผักรับประทานตลอดปี 

                2. ช่วยอบรมบุตรหลานในครอบครัว  ให้รักอาชีพเกษตรกรรม 

                3. เพื่อใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ 

                4. ให้ความเพลิดเพลิน 

                5. ประหยัดรายจ่ายลดค่าครองชีพ 

                6. ได้กินผักที่ปลูกเองสดใหม่  ปราศจากเชื้อโรค

 

                                                           การเลือกทำเลทำสวนผัก

                1. ต้องอยู่ใกล้น้ำ 

                2. ต้องอยู่กลางแจ้ง

                3. ต้องให้มีทางระบายน้ำได้ เวลาฝนชุก น้ำจะไม่ท่วม

                4. เป็นที่อุดมสมบูรณ์ด้วยอาหารพืช

5. ควรมีเนื้อที่ดินกว้างขวาง

                                                               

                                                                   การเตรียมดินปลูก

                ขุดดินให้ลึก  25  เซนติเมตร  ตลอดทั้งแปลง  ขุดเอาดินกองไว้ที่ทางเดิน  และขุดดินร่องให้ลึกอีก  25  เซนติเมตร  โกยเอาดินไว้บนทางเท้าอีกด้านหนึ่ง  ตากดินไว้อย่างน้อย  2  สัปดาห์  เก็บเศษหญ้าต่างๆ ที่อยู่ในแปลงถนนฝังในแปลง  แล้วโกยดินบนพื้นกลับลงแปลง  ดินชั้นล่างที่ขุดไว้อีกข้างหนึ่งเอาไว้ชั้นบน  โดยเอาดินและปุ๋ยคอกคลุกเคล้าให้เข้ากัน  ถ้าเป็นดินเหนียวควรใส่ปูนขาว  ถ้าแปลงขนาดยาว  4  เมตร  กว้าง 1 เมตร  ใช้ปุ๋ย 4 6 ปีบ  ปูนขาว  2  ลิตร  ต่อแปลง

  

                                                       การเพาะเมล็ด 

 

1. เพาะในกะบะ 

                จะต้องมีกะบะเพาะประกอบขึ้นจากไม้  ความกว้างยาวต้องแล้วแต่ความสะดวก และเหมาะสม ของผู้ที่จะทำการเพาะ  และเหมาะแก่การขนย้าย  ที่ก้นกะบะต้องเจาะรูไว้  เพื่อการระบายน้ำ  กะบะควรมีขาสูงประมาณ  50 60 เซนติเมตร  รองรับเพื่อกันศัตรูรบกวนดินเพาะ  ควรเป็นดินที่ร่วนซุยระบายน้ำและอุ้มน้ำได้ดี  มีอาหารพืชบริบูรณ์  ปราศจากเมล็ดวัชพืช  โรคแมลง  ถ้าดินที่ใช้ขาดความอุดมสมบูรณ์ก็ควรจะหาปุ๋ยคอก  ปุ๋ยหมัก  มาผสมกับดินเพาะประมาณ  ปุ๋ย 1 ส่วน  ต่อดิน 2 ส่วน  ก่อนที่จะนำดินเพาะใส่กะบะ  ต้องเอาเศษอิฐเศษกระเบื้องรองวางกันเพื่อ การระบายน้ำ เหลือปากกะบะไว้สำหรับใส่ดินคั่ว  หรือดินอบอีกประมาณ  3  นิ้ว  การที่เราใส่ดินคั่วไว้ชั้นบน  เพราะเป็นดินที่ปราศจากโรคแมลง  เมล็ดวัชพืชเมื่อเพาะเมล็ดงอกแล้ว  ไม่ต้องปฏิบัติรักษามากนัก

 

2. การเพาะในแปลงเพาะ

                ควรจะเพาะในแปลงเพาะที่มีขนาดกว้างยาว  แล้วแต่ความต้องการของผู้เพาะ  วิธีเตรียมดิน  ขุดดินตากแดดไว้  2  สัปดาห์  แล้วย่อยดินเก็บเศษหญ้าออกให้หมด  ถ้าดินไม่ค่อยมีปุ๋ยก็ใส่ได้  จะเป็นปุ๋ยคอก หรือเศษหญ้าที่เน่าผุพังแล้วก็ได้ใส่ผสมลงในแปลงย่อยดินและปุ๋ยให้ละเอียดเสร็จแล้วทำหลังคากันแดดและฝนไว้ 

 

                                                    หลักการย้ายต้นอ่อนจากแปลงเพาะ

                1. รดน้ำให้ชุ่มก่อนถอนกล้า

                2. จงเลือกต้นที่โตได้ขนาดก่อน

                3. ควรถอนบริเวณที่แน่นๆก่อน

                4. เตรียมดินปลูกให้เรียบร้อยก่อนถอน

                5. เวลาย้ายควรเป็นเวลาที่แดดไม่จัดเกินไป

                6. เด็ดใบกล้าออกเสียบ้าง  เหลือ  3 4 ใบพอ

                7. เมื่อเตรียมกล้าเสร็จแล้ว  ให้นำไปปลูกทันที

 

                                                การปฏิบัติรักษา

 1. การรดน้ำ  

                พืชต้องการน้ำเพื่อดำรงชีวิต   โดยทั่วไปแล้วผักต้องการรดน้ำมาก  จึงจำเป็นต้องรดน้ำทุกเช้า เย็น ถ้าขาดการรดน้ำสักวันหรือสองวัน พืชจะแสดงอาการเหี่ยวแห้ง 

2.  การใส่ปุ๋ย  

                อาจเป็นปุ๋ยคอก    ปุ๋ยชีวภาพ   เศษพืชวัตถุที่เน่าเปื่อยผุพัง  ถ้าเห็นว่าพืชที่ปลูกไม่เจริญเติบโตโดยที่เราได้ปฏิบัติด้วยวิธีอื่นอย่างถูกต้องแล้ว   แสดงว่าดินขาดปุ๋ย  เราจำเป็นต้องหาปุ๋ยมาเพิ่ม  ส่วนมากปุ๋ยที่ใช้กับพืชผักมักใช้ปุ๋ยที่มีไนโตรเจนสูง   การใส่ปุ๋ยเราอาจใส่รองต้นแล้วพรวนกลบ  หรือหว่านทั่วๆ แปลง  หรือละลายน้ำรดก็ได้

3. การพรวนดิน 

                ครั้งแรกควรมีการพรวนดิน   ครั้งต่อไปจะทำก็ต่อเมื่อดินแน่นและก่อนใส่ปุ๋ย   เมื่อต้องการปราบวัชพืช    วิธีพรวนดินต้องระมัดระวังอย่าให้กระทบกระเทือนต้นพืช อย่างัดโคนต้นพืช  เพราะจะทำให้พืชเฉา  ชะงักการเจริญเติบโต  การพรวนจะพรวนเฉพาะแปลงหรือหลุมก็ได้

4. การกำจัดวัชพืช 

                ได้แก่ การดูแลถอนพืชที่ขึ้นแซมออกทิ้ง  เพื่อไม่ให้วัชพืชขึ้นมาแย่งน้ำแย่งอาหารของพืชที่ปลูก

5. การป้องกันโรคและแมลง 

                โรคและแมลงเป็นศัตรูที่สำคัญ ทำให้การปลูกพืชผักไม่ได้ผลเต็มที่  ทำให้เกษตรกรต้องลงทุน  ลงแรง  และเสียเวลามาทำการปราบปรามโรคที่เกิดขึ้น  ถ้าเรา

ไม่จัดการปราบปรามเสีย  ผลสุดท้ายก็จะเสียหาย

 

 

 

 

 


 

 

 

 

 

 

หมายเลขบันทึก: 285926เขียนเมื่อ 10 สิงหาคม 2009 21:52 น. ()แก้ไขเมื่อ 18 มิถุนายน 2012 18:21 น. ()สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี