วันศุกร์ที่ผ่านมา ได้เล่าเหตุการณ์เกี่ยวกับปัญหาที่ต้องพบพานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้ว่าไม่ใช่ปัญหาในห้องเรียนหรือที่เกิดขึ้นกับการเรียนการสอนก็ตาม ดังที่ได้เล่าในบันทึกที่ ๓๔๕. เจอปัญหานั้นแล้ว ติดตามมาด้วยปัญหาที่ครูเวรแจ้งให้ทราบว่า "พบเด็กชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ จำนวน ๕ คนกำลังสูบบุหรี่ในโรงเรียนอย่างเต็มตา" คุณครูรู้สึกอารมณ์ขุ่นมัวขึ้นมาทันที กลัวจะหักห้ามใจไม่อยู่ จึงนิ่งหายใจลึก ๆ เดินเข้าไปถามเด็กทั้ง ๕ คนว่า "พวกคุณจะให้ครู ครูคิม หรือ ผอ.ลงโทษ เพราะครั้งนี้เราเห็นเธอทำผิดจริง ๆ "
เด็กทั้งหมดตอบว่า "ขอให้คุณครูคิมจัดการ" ครูเวรได้ส่งบันทึกฉบับเล็ก ๆ มาหาฉัน แต่นอกจากจะจัดการกับปัญหาในบันทึก ๓๔๕. แล้วฉันต้องสอนอีก ๒ ชั่วโมงติด ๆ กัน ฉันรู้สึกท้อแท้และเบื่อที่ฉันไม่ทราบจะหาวิธีการจัดการกับเรื่องนี้อย่างไร เด็กทั้ง ๕ คนนี้อาการหนักกว่าน้องโอเยอะเลย แต่ก็ปรับปรุงพฤติกรรมอื่น ๆ ได้ลดลงมากแล้ว ไม่หนีเรียน ไม่ขาดเรียนโดยไม่มีเหตุผล ไม่ก้าวร้าว ร่วมมือกับเพื่อน ๆ ทำงานกลุ่ม แต่งกายถูกระเบียบดีขึ้น
พักกลางวันผ่านไปฉันยังคิดไม่ออก ถ้าฉันไม่ทำอะไรเลย ฉันจะต้องถูกตำหนิจากครูเวรท่านนั้น จึงบอกให้นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ คนหนึ่งไปเรียกน้องแยมมาก่อน แต่ในที่สุดเขาตามกันมาเหมือนรู้ตัวดี มี.."น้องแยม น้องแย้ น้องยิ่ง น้องหยุย น้องเหยิน"
ขณะที่เด็กเดินมานั่งคุกเข่าตรงหน้า พร้อมใจกันกราบ ตามวัฒนธรรมของโรงเรียนที่ได้ฝึกมา ฉันยังคิดไม่ออกว่าจะจัดการอย่างไร จึงแกล้งถามว่า "พวกคุณมาทำไม" พวกเขาก็เล่าว่า "พวกผมมีความผิดแอบสูบบุหรี่ที่ข้างห้องเก็บของ ไม่คิดว่าคุณครู...จะเดินมาพบเข้า และคุณครู...กำลังโมโหบอกว่าอารมณ์ไม่ดี ยังไม่อยากทำอะไรเวลานี้ ผมจึงเลือกพบคุณครูคิมแทนการพบ ผอ.ครับ"
ฉันได้ถามต่อว่า "จะให้ครูทำอย่างไรว่ามา ครูยอมรับตรง ๆ ว่าหมดปัญญากับพวกคุณแล้ว"และ...มองหน้าแต่ละคน แววตาของแต่ละคนช่างว่าเหว่และน่าสงสารจับใจ จึงให้ทุกคนไปหารือกันด้วยเหตุผลว่าจะเอาอย่างไรกันแน่ หรือว่า "ครูไม่ต้องมายุ่ง ผมเลิกไม่ได้ ครูก็จะไม่ว่าอะไรอีกต่อไป แต่ก็ยังมีความรักให้ทุกคนเหมือนเดิม"
ฉันเดินออกจากห้องนั้นไป ประมาณ ๑๕ นาทีกลับมา มองไปที่ช่องประตู พบว่า "๓ คนปรึกษากันอย่างเอาจริง อีก ๑ คนนอนคว่ำหน้า เหมือนไม่สนใจ และอีก ๑ คนนอนมือก่ายหน้าผาก.."เด็กอายุ ๑๔ - ๑๕ ปี นอนมือก่ายหน้าผาก ...ฉันเดินเข้าไปนั่งอย่างเงียบ ๆ ได้ยินเสียงหารือกันชัดเจนทุกถ้อยคำ
เมื่อทุกคนมองมาเห็นว่าฉันยั่งอยู่..คนที่นอนมือก่ายหน้าผากกระโดดมาหาก่อนเพื่อ และคนอื่น ๆ ตามมาบอกว่า "จะขอเลิกครับ เดิมพวกผมก็เลิกไปหนหนึ่งแล้ว แต่กลับมาสูบอีกเมื่อสองเดือนที่ผ่านมา" จึงถามสาเหตุที่กลับมาสูบ โดยใช้คำถามที่ละมุนละม่อม ไม่ให้แสดงถึงการจับผิด ทำให้ทราบคำตอบจากคนที่กระโดดมาหาคนแรกว่า.."รู้สึกเกิดความเครียดกับครอบครัว แม่ดุด่าทุกวัน ทำอะไรไม่ถูกใจก็ดุด่า วกไปวนมาไม่รู้จบสิ้น และมาชวนเพื่อน ๆ ๔ คนสูบกันอีก ผมขอรับผิดครับ"
สุดท้ายได้อธิบายถึงปัญหาและควรเข้าใจแม่บ้าง....ทำให้เห็นรอยยิ้มออกมาจากทุกคน และฉันได้ถามความรู้สึกจากทุกคนว่า "รู้สึกอย่างไรที่ครูต้องมาจัดการเรื่องนี้" พวกเขาตอบคล้าย ๆ กันว่า "รู้สึกเห็นใจที่ทำให้ครูต้องไม่สบายใจ พวกผมทำให้ครูต้องทุกข์ใจกลัวครูจะเจ็บป่วย ผมสงสารครูต้องเครียดกับพวกผมแต่ครูต้องจำใจยิ้มเพื่อพวกผม ผมอยากจะขอโทษคุณครูต่อไปจะเลิกก็ต้องเลิกได้โดยไม่มีเงื่อนไข และ คุณครูสบายได้ครับผมจะเลิกโดยเด็ดขาดครับ"
แต่ละวันที่ไปโรงเรียน มีความตั้งใจจะไปจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เตรียมไว้เป็นรายสัปดาห์ ฝันไปตามเรื่องตามราวว่าเด็กจะต้องมีความสุข ได้อย่างนั้นอย่างนี้กับการเรียน จะอบรมให้นักเรียนเกิดคุณลักษณะตามที่คาดหวัง แต่..ไม่เคยสมหวังสักครั้งเดียว รอแล้วรอเล่า..นาน ๆ เข้าก็มีความสมหวังมาให้ชื่นใจได้เหมือนกัน ... ไม่เคยคิดเลยว่าจะต้องไปแก้ปัญหาตามที่เล่ามา
คำพูดหรือคำสัญญาจากเด็กในครั้งนี้ จะเชื่อถือได้หรือไม่ได้แต่ก็ต้องให้เกียรติเด็กเสมอ เด็กต้องการความรัก ความเข้าใจและความมั่นใจจากครูว่ามีความเข้าใจเขาแค่ไหน ขอขอบพระคุณทุกท่านที่มาแลกเปลี่ยน

เยี่ยมมากขอรับคุณครู..
การแก้ปัญหาเราต้องดึงจิตใต้สำนึกเพื่อจะนำเอาความคิดเริ่มแรกมาแก้ปัญหา
หรือเรียกว่า..โยนิโสมนสิการคือหาวิธีรู้อย่างใส่ใจถึงต้นกำเนิดในสิ่งนั้น
ขอชมเชิญอีกครั้งกับการแก้ปัญหาขอรับ..
สวัสดีครับ
ก่อนอื่นก็ต้องขอชื่นชมคุณครูคนเก่งของเราก่อนนะครับ
สุดยอดมาก
สามารถแก้ปัญหาได้อย่างดี เข้าใจถึงสิ่งที่กำกังดำเนินไป
เป็นอย่างดี ทำให้เด็กมีความเชื่อ มีความศรัทธา ในตัวครูได้
น่าอิจฉาเด็กๆแถวนั้นนะครับ อิอิ...
รักษาสุขภาพด้วยนะครับ
ต้องให้เกียรติเด็กเสมอ
เด็กต้องการความรัก ความเข้าใจและความมั่นใจจากครูว่ามีความเข้าใจเขาแค่ไหน
สุดยอดครับ
ผมว่าการแก้ปัญหาเด็ก คงต้องแก้ดวยความรักครับ แก้ด้วยความรู้ แทบจะไม่ได้ผลครับ
สวัสดีครับ ป้าคิม
มาเป็นกำลังใจ ให้ป้าครับ สู้ สู้
รักษาสุขภาพนะครับ
สวัสดีครับเกลอ พูดไม่ออกมาบอกให้กำลังใจ สักวันหนึ่งเด็กต้องคิดออกครับ ปัญหามาปัญญามีต้องต้องแก้กันไปครับ
แวะมาอ่านบันทึกดี ๆ ครับพี่คิม สบายดีนะครับ
นมัสการพระคุณเจ้าธรรมฐิต
สวัสดีค่ะน้องเทพ
สวัสดีค่ะท่านรองฯsmall man
สวัสดีค่ะน้องโย่โย่งโก๊ะ แซ่เฮ~natadeeเหมือนพี่สาว
สวัสดีค่ะน้องเอื้องแซะ
สวัสดีค่ะเกลอวอญ่า-ผู้เฒ่า-natachoei--
สวัสดีค่ะนายก้ามกุ้ง
เด็กมีปัญหาเกี่ยวกับครอบครัวเป็นเด็กที่น่าสงสารจริง ควรได้รับการช่วยเหลือ
แต่การสูบบุหรี่ของเด็กรุ่นนี้ สาเหตุส่วนหนึ่งอยากลองของ ให้รู้สึกว่าตนเองก็เป็นผู้ชายแล้ว มีสิทธ์สูบได้ และมีเพื่อนที่ชักชวนทำตามกัน เป็นกลุ่มกัน รู้สึกเท่เก๋ จะมาบอกว่ามีปัญหาครอบครัว บางครั้งเชื่อไม่ได้ การสูบบุหรี่ ไม่ใช่วิธีการแก้ปัญหา
อยากจะทำโทษเสียให้เข็ด ก็ไม่อยากทำร้ายจิตใจเด็ก ให้โอกาสเด็กได้คิดเองซักครั้ง ว่าตนเองเป็นนักเรียน สมควรแล้วหรือยัง ที่จะมาสูบในวัยเรียน เงินจะซื้อข้าวไม่มีจะกินข้าวเที่ยง แล้วมาเอาไปซื้อบุหรี่สูบแทน
คุณครูคงต้องให้นักเรียนไปค้นหาเรื่องการสูบบุหรี่ให้โทษอย่างไร ทำรายงานเพื่อสร้างความตระหนักถึงโทษของมัน เป็นการทำโทษ
วิธีการทำโทษอีกรูปแบบหนึ่ง ครั้งแรกให้โอกาส ให้ตั้งต้นใหม่ ถ้าเห็นและสูบถึง 3 ครั้ง คงต้องเชิญผู้ปกครองมาพบ และทำสัญญากัน ถ้าไม่หยุด ให้ลาออก(ขู่)เฉยๆ
และอย่าลืมว่า ทุกอย่างเราทำด้วยความรักและกรุณา ทำอย่างไรเขาถึงจะรู้ว่าเรากรุณา
สวัสดีค่ะพี่สุ-มหาวิทยาลัยชีวิต ที่ไม่มีวันปิดทำการ