ถือว่าโชคดีนะที่คนฟังใน 3-4 คู่นี้ได้ประเมินคุภาพการฟังตนว่าเป็นอย่างไร ก่อนที่จะผ่านไปสู่บทเรียนต่อไป

หลังจากสิบโมงก็เข้ามาต่อกิจกรรมนำโดยหมอนิพัธ เธอชวนให้ทำกิจกรรมผ่อนพักตระหนักรู้แบบให้หลับตาเดินในความมืด จนกระทั่งคนกระจายที่ยืนกันไปทั่วแล้ว จึงให้เปิดไฟและให้ลืมตาขึ้น แล้วจับคู่่สองคนกับคนที่ยืนอยู่ใกล้ๆกัน จับคู่ได้แล้วก็ให้นั่งคุยกันค่ะ

กิจกรรมนี้เป็นกิจกรรมเพื่อนำสู่การฝึกสนทนาให้ได้ระดับสุนทรียสนทนาของคู่สนทนาค่ะ  


จบกิจกรรมฝึกสนทนาคู่กันแล้ว หมอนิพัธก็ชวนคู่สนทนา 3-4 คู่มาช่วยนำเสนอให้ทั้งห้องได้เรียนรู้ว่าวิธีประเมินคุณภาพการฟังของผู้คน ทำได้อย่างไร จุดประสงค์คงต้องการสื่อบอกว่า การฟังของคนแต่ละคนนั้นมีคุณภาพที่ต่างกันอยู่นะ หากไม่ประเมินตัวเองและปรับปรุงคุณภาพการฟังของตัวเองอยู่ตลอดเวลาแล้วละก็ จะเก็บเกี่ยวเสียงที่ได้ยิน สิ่งที่ได้ฟังไม่ได้ทั้งหมด

การนำเสนอเริ่มจากให้คนๆหนึ่งในคู่ซึ่งทำหน้าที่เป็นคนฟัง เล่าเรื่องที่ฟังจากคู่ของตนออกมา เล่าจบแล้วก็เปลี่ยนบทมาให้ผู้เป็นเจ้าของเรื่องเล่าเฉลยว่าที่คนฟังเล่าออก มานั้นมีอะไรตกหล่นไปอย่างไรรึเปล่า  แน่นอนว่าในทั้ง 3-4 คู่ที่มาช่วยสอนพบว่าเมื่อเจ้าของเรื่องเฉลย คุณภาพการฟังของผู้ฟังนั้นไม่เท่ากัน และมีช่วงที่ตกหล่นไปจากที่เจ้าของเรื่องเขาเล่าออกมา


ฉันถือว่าโชคดีนะที่คนฟังใน 3-4 คู่นี้ได้ประเมินคุภาพการฟังตนว่าเป็นอย่างไร ก่อนที่จะผ่านไปสู่บทเรียนต่อไป  จำได้ว่าตอนที่มีกิจกรรมสนทนาคู่ มีน้องคนหนึ่งที่มาเข้าร่วมจากร.พ.แห่งหนึ่งเหลือเดี่ยวอยู่คนเดียว ฉันจึงไปเสนอตัวเป็นคู่สนทนาให้ แต่เธอปฏิเสธแฮะ เธอบอกกลับมาว่า เธอรู้แล้วว่ากิจกรรมนี้ทำอะไร อย่างไร  ฟังแล้วฉันได้แต่มองหน้าเธองงๆ  แล้วก็ปล่อยเธอไว้ตามลำพัง  ในใจเกิดคำถามว่า เธอไม่สนุกกับการมาร่วมเรียนรู้ในครั้งนี้รึเปล่า

ช่วงนี้คนนั่งฟังกันสบายๆ ใครอยากนั่งบนเก้าอี้ก็นั่ง ใครยังอยากนั่งพื้นก็นั่งไม่ว่ากัน แต่ก็ไม่มีใครสักคนที่กล้านอนหรือนั่งยืดขาให้สบายๆแฮะ

ต่อจากนั้นก็มีพักเที่ยงกันครู่หนึ่ง  พักเที่ยงเจ้านายของฉันมาพบปะครูใหญ่และอ.สมเกียรติตามที่รับปากไว้ กินกันไปคุยกันไปจนอิ่มท้อง ก็นัดหมายกันในเรื่องที่อ.สมเกียรติจะแวะไปเยี่ยมดูผลงานเก็บตัวชี้วัด TCEN ของร.พ.กระบี่ นัดหมายรถมารับกันแล้ว อาจารย์สมเกียรติกับทีมก็เข้าไปร.พ.ด้วยกัน

มาทราบทีหลังว่า ตอนที่อาจารย์ไปถึง ไม่ได้เจอกับผู้รวบรวมผลงาน TCEN ของร.พ. เนื่องจากเธอไปประชุมร่วมกับทีมงานโรคเรื้อรังของจังหวัดอยู่ที่สสจ. ตั้งแต่เช้า เจ้านายจึงตามตัวเธอให้กลับมานำเสนองานให้อาจารย์ได้เห็นของจริง

สำหรับกิจกรรมในภาคบ่าย ก็จะเป็นกิจกรรมชวนกันเล่าเรื่องเพื่อสกัดขุมความรู้จากเรื่องเล่า สมาชิกกลุ่มแต่ละกลุ่มถูกกำหนดไว้แล้วด้วยป้ายสีที่แจกตั้งแต่ลงทะเบียน ตอนนี้คู่คุณอำนวยและคุณลิขิตต่างก็จับคู่เตรียมตัวกันลงทำงานประจำกลุ่ม  ก่อนเริ่มทำงานกันต่อในภาคบ่าย คุณพรรณและน้องอ้อก็มีกิจกรรมชวนให้คลายง่วงกันก่อนสั้นๆ

กลุ่มทั้งหมดที่แบ่งไว้มี 8 กลุ่ม แต่ละกลุ่มก็มอบให้คุณอำนวย คุณลิขิตช่วยกันชวนคนในกลุ่มคุย ชวนกันเรียนรู้ ครูใหญ่เดินไปทั่วห้องวนเวียนช่วยตามกลุ่มที่ดูแล้วคุณอำนวยมือใหม่ยังติดขัดหรือเป็นสิงห์ปืนฝืด  ฉันเองก็เดินสำรวจไปเรื่อยๆเพื่อหากลุ่มที่จะพาตัวไปลงร่วมทำกิจกรรมด้วย มาลงเอยที่กลุ่มซึ่งคู่ทีมกะพ้อทำงานกันอยู่

บรรยากาศการทำงานกลุ่มที่ผ่อนคลายและหลากหลายสไตล์

เริ่มแรกที่ลงมือลงทำงานด้วยกัน ดูเหมือนทั้งคุณอำนวย คุณลิขิต คุณกิจในกลุ่มจะงงๆว่าจะดึงขุมความรู้กันอย่างไร  แต่เมื่อมีคุณกิจในกลุ่มร่วมทำงานผ่านไปได้ 2-3 คน ทั้งกลุ่มก็เริ่มเข้าใจงาน การคุยในกลุ่มจึงลื่นไหลเป็นธรรมชาติและสนุกสนาน เรื่องเล่าต่างๆพรั่งพรูออกมา คุยสนุกจนมีคนอยากเล่ามากกว่าหนึ่งเรื่องกันเชียวนะ กลัวเวลาไม่พอจนต้องเบรกกัน คุยกัน จนกระทั่งถึงเวลาพัก ก็มียังหลายกลุ่มที่คุณกิจยังเล่าเรื่องไม่ครบทุกคน

สังเกตดูบรรยากาศในแต่ละกลุ่มได้จากภาพนะค่ะ บางกลุ่มคุณลิขิตไม่ถนัดเขียนบนกระดานก็ดึงกระดาษลงมาพังพาบเขียนบนพื้น บางกลุ่มไม่ถนัดนั่งพื้นเพราะมีปัญหาเข่าก็จับกลุ่มกันบนเก้าอี้

15 มิถุนายน 2552