ก่อนตะวันจะลับขอบฟ้ากลางท้องทุ่งในวันนี้

นั่งมองแสงอาทิตย์เลยถ่ายมาให้เพื่อนพ้องน้องพี่
ชาว GTK ได้ดูกัน
ธรรมฐิตนั่งมองแล้วพิจารณาตัวตนว่า
มนุษย์เป็นสัตว์ที่มีศักยภาพที่จะพัฒนาตัวเองได้
ตั้งแต่จุดเริ่มต้นจนถึงจุดหมายสูงสุด
กระบวนการพัฒนานั้นจะต้องใช้สติปัญญา
และความพากเพียรของตนเองเป็นหลัก
สิ่งแวดล้อมภายนอกอื่น ๆ เป็นเพียงเหตุปัจจัย
ที่เอื้อให้การพัฒนาตนเป็นไปได้ด้วยดี
ปรากฏการณ์ทั้งหลายที่เกิดขึ้น
เป็นเหตุปัจจัยเนื่องอาศัยกัน
จะดับไปเพราะดับเหตุปัจจัย
ไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นลอย ๆ
หรือเกิดเพราะเหตุใดเหตุหนึ่งเพียงอย่างเดียว
สรรพสิ่งเกิดขึ้นหรือดับไปตามเหตุปัจจัย ไม่มี
“ความบังเอิญ” ในโลกของความเป็นจริง
ท่านละอย่านึกว่าเรื่องที่ปรากฏมันบังเอิญ
ธรรมะสวัสดีขอรับ..
ขอบคุณที่มาทักทาย
ธรรมะยามเช้าขอรับ
นมัสการพระคุณเจ้าเจ้าค่ะ
ใช้ใจนะเจ้าคะ....ให้ใจสั่งกายในการพัฒนาใจเราเอง พร้อมๆ กับการพัฒนาตนเองที่ต้องอาศัยความอดทนโดยแท้
ขอบคุณค่ะ
ไม่มีความบังเอิญ มีแต่เหตุปัจจัย
เข้ามารับธรรมะ เตือนสติครับ
ขอเรียนถามหน่อยครับ
วิธีที่ดีที่สุดในการอยู่กับคนที่เรารู้สึกไม่ดีหรือ เป็นปฏิปักษ์ก็คือ
การดึงความรู้สึกจากเขามาอยู่เราทุกขณะ
ตรงนี้หมายความว่าอย่างไรครับ มีวิธีปฏิบัติอย่างไร สำหรับการดึงความรู้สึกจากเขามาอยู่เราทุกขณะ (ผมนำมาจากข้อเขียนของท่าน ว.วชิรเมธี)
ขอบคุณมากครับ
ท่านรองลองคิดว่าถ้าท่านรองเป็นแบบนั้นท่านรองจะทำอย่างไร
พูดแบบง่ายๆก็คือเอาใจเขามาใส่ใจเรา
ธรรมะยามเช้าขอรับ
ไม่ว่างเข้ามาหาธรรมะยามเช้าหลายวันแล้ว ขอทบทวนย้อนหลังนะคะ