เมื่อเวลายืดออก อาหารว่างก็ถูกนำเข้ามาเสิร์ฟในห้องเพื่อช่วยกันบริหารเวลากันหน่อย จบถึงเวลาสามโมงครึ่งงานกลุ่มก็จบลง หลังจากนั้นครูใหญ่ก็ให้ตัวแทนแต่ละกลุ่มเลือกเรื่องเล่าที่ประทับใจหรือปิ๊งๆกับเรื่องราวออกมานำเสนอแบบเล่าสู่กันฟังเรียกน้ำย่อย มีหลายเรื่องอยู่นะที่สนใจ ซึ่งจะนำเรื่องราวมาเล่าให้ฟังต่อไปค่ะ


คุณลิขิตเป็นตัวแทนกลุ่มนำเรื่องปิ๊งๆของกลุ่มมาเล่า้สู่กันฟัง
ช่วงต่อจากนี้ก็เป็นการบริหารทีม บริหารเวลาทำงานด้วยกัน โดยมีสองทีมทำงานคู่ขนานกันไป ทีมหนึ่งคือทีมของน้องอ้อและหมอนิพัธ ที่รับมอบหน้าที่เล่าสู่กันฟังเรื่องราวของการดูแลเท้าเบาหวานที่ร.พ.พุทธชินราชได้บริการอยู่ รวมทั้งปูพื้นให้รู้จักว่า การดูแลเท้าเบาหวานที่ทำกันอยู่ในที่อื่นๆเขาทำอะไรกันอยู่บ้าง ช่วงนี้ถือเป็นช่วงไฮไลท์ที่หวังไว้ว่าจะช่วยเติมเต็มช่องว่างความรู้ให้กับทีมงานภาคใต้ที่มาร่วมในครั้งนี้ขึ้นมากเชียวค่ะ


บรรยากาศระหว่างการบรรยายเรื่องการดูแลเท้าเบาหวาน
ทีมที่สองเป็นทีมใหญ่ คือ ทีมคุณลิขิตและคุณอำนวยจากทุกๆกลุ่ม ระดมมาทำงานช่วยกันรวบรวมความรู้ ขุมความรู้ และสกัดแก่นความรู้ เพื่อนำไปใช้ทำงานต่อเรื่องการจัดทำเกณฑ์ระดับความสำเร็จ ช่วยกันเรียงช่วยกันจัดแล้ว จบงานลงหลังการบรรยายของน้องอ้อและทีมจบไปนานแล้วและผู้เข้าร่วมแยกย้ายกันกลับไปหมดแล้วค่ะ













บรรยากาศระหว่างช่วยกันคัดและจัดกลุ่มขุมความรู้
ก่อนจบงานของภาคบ่าย บรรดาคุณอำนวยและคุณลิขิตแต่ละคู่ก็ได้รับมอบงานจากครูใหญ่ให้ไปทำการบ้านมาใช้งานวันพรุ่งนี้ โดยให้ไปทำร่างเกณฑ์ระดับความสำเร็จมาเป็นร่างเพื่อเสนอให้กลุ่มทำงานร่วมด้วยต่อไป
ตอนช่วงเย็นที่นั่งทำงานกันนี้ อยู่กันนานจนเลยห้าโมงเย็นกันแล้ว ปรากฎว่าห้องที่โรงแรมบอกว่าจัดไว้ให้ทำงาน นั่งทำงานกันไม่ได้เพราะว่าเล้กและแคบ ก็เลยนั่งทำงานกันต่อบนพื้นในห้องประชุม โรงแรมก็ปิดแอร์ ปิดไฟ ดูภาพจะเห็นว่าห้องมันร้อนจนครูใหญ่ต้องอาศัยใบเขียนสกัดขุมความรู้แทนพัดเชียวแหละ
และแล้วก็ถึงเวลาอำลาจากกันอีกครั้งของทีมร.พ.พุทธชินราช ทีมกัลยาณมิตรเพื่อนแท้ของเราชาวกระบี่ ทีมอยู่ช่วยงานเราต่อไม่ได้เพราะวันมะรืนนี้เป็นวันกำหนดจัดตลาดนัดภาคเหนือซึ่งทีมนี้เป็นเจ้าภาพร่วมจัดขึ้น
พวกเขาเดินทางจากกระบี่เย็นนี้ กว่าจะถึงร.พ.พุทธฯก็คงเลยเที่ยงคืนไปแล้ว ไปส่งด้วยตัวเองไม่ได้ ก็ได้แต่กอดลาและส่งใจตามไปด้วยจนถึงบ้านนะค่ะ โชคดีและปลอดภัยนะน้องแก้ว มีโอกาสเมื่อไรมาเยี่ยมกันอีกค่ะ
หลังเสร็จงานกันแล้ว เวลาหกโมงเย็นเจ้านายก็โทรมาบอกว่าให้นัดวิทยากรไปกินข้าวด้วยกันที่ร้านน้องโจ๊ก สงสัยว่าฉันจะหูอื้อเพราะเสียงฝนตกข้างนอกก็เลยฟังว่าหกโมงเย็นคือเวลานัดกินข้าว เมื่อแวะไปบอกครูใหญ่และอ.สมเกียรติก็เลยทำให้พวกเขาเร่งรีบกันใหญ่ ที่แท้แล้วเวลานัดก็คือทุ่มครึ่งค่ะ วันนี้เลยทำให้อาจารย์ทั้งหลายต้องรออยู่นาน
ถึงร้านน้องโจ๊กแล้วก็กินอาหารกัน อาหารที่สั่งมากินกันเป็นพวกอาหารทะเลค่ะ ครูใหญ่ชอบใจกับสาหร่ายตีนตะขาบที่ทางร้านนำมาให้เป็นผักเคียงกินกับน้ำพริกกุ้งสดจนต้องสั่งมาเพิ่มกินกันอีกชุด นึกขำอ.สมเกียรติที่โดนรุมแซวจากผู้หญิงทั้งโต๊ะให้กินผักเยอะๆในมื้อนี้โชว์ให้พวกเราดู ระหว่างที่นั่งกินข้าวกันอยู่นี้ ฝนยังตกพรำอยู่เลยค่ะ




เอาภาพมายืนยันว่ามันอร่อยจนหยุดไม่อยู่ค่ะ อย่าลืมนะค่ะสาหร่ายชนิดนี้มีอยู่แหล่งเดียวที่กระบี่นี่แหละค่ะ ใครมากระบี่แล้วอย่าลืมขอชิมกันนะค่ะ
ครูใหญ่ค่ะ....แซวมาด้วยความรักที่มีต่อครูใหญ่นะค่ะ...อิอิ
15 มิถุนายน 2552