วันนี้มีสองภารกิจหลักครับ ความจริงมากกว่านั้น แต่เนื่องจากยังไม่จบหลักสูตรนินจาขั้นสูงสุด ที่สามารถแยกร่างได้ เลยต้องยกเลิกไป ออ. หลักสูตรนินจาขั้นต้น ผมเรียนสำเร็จแล้วครับ หลักสูตรหายตัว ฮาฮาฮา โดยเฉพาะงานคณะ เดี๋ยวๆ หาย เดี๋ยวๆ หาย ต้องยกเกรด A ให้ผมครับสำหรับวิชาหายตัวได้ (ใครเหมือนผมยกมือขึ้น)

ตอนเช้าเข้าร่วมการเสวนาทิศทางการวิจัยเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ของสต.สค. ครับ มี ดร. กมล รอดคล้ายและ ดร.อมรวิชช์ นาครทรรพ นั่งหัวโต๊ะชวนสนทนา นั่งฟังและนั่งคุยครับ ได้ประเด็นเยอะดีครับ ชอบการเสนอแนวคิดของ ดร.เรชา มีสุวรรณครับ "ทำไงให้กระบวนการพัฒนาครูเกิดขึ้นและมีการจัดการความรู้จากภายในโรงเรียนเอง" ที่ชอบเพราะว่าปัจจุบันอะไรๆ ก็ต้องให้หน่วยเหนือสั่งมาก่อน แล้วนิสัยหน่วยเหนือของไทย ก็ประเภทว่า กั๊กไว้ก่อน ปลายปีงบประมาณ ให้รู้ว่าเหลือแน่ๆ ก่อน ค่อยส่งมาให้รีบๆ ใช้ให้หมด สุดท้าย หน่วยย่อยๆ ก็ต้องทำงานประจำกันก็พอตลอดปี มาคึกคักก็ปลายปีงบประมาณนี้แหละครับ

ส่วนผมเองเสนอในสองประเด็นคือ ต่อยอดโครงการปัจจุบันอย่างไร และเสนอโครงการใหม่ อันเนื่องจากได้ยินได้คุยอาจารย์ในสาขาวิชาอยากทำกันหลายประเด็น เลยลองเสนอดู ผมเองก็อยากทำหลายเรื่องครับ ความจริงเรื่องสำคัญมีอีกเรื่องหนึ่งที่อยากทำ แต่คิดไปคิดมาไม่เสนอดีกว่า (ไม่รู้คิดไงเหมือนกัน ทำไมไม่เสนอก็ไม่ทราบ) ความจริงไม่ได้มีลับลมคมในอะไรหรอกครับ แค่คิดว่า ไหวแค่นี้ก็ทำแค่นี้ก่อน

ประเด็นต่อยอดโครงการ ผมก็คิดกรอบใหญ่กว้างๆ เท่านั้นเองครับ เพราะถ้าดูความก้าวหน้าตอนนี้ คิดว่ามันล่าช้านิดหนึ่งครับ หยุดไปเฉยๆ มาก็สองเดือนกว่า เนื่องจากเข้าใจว่า เขายังไม่โอนเงินเข้ามาให้ ฮิฮิ เห็นรอบที่แล้วช้ามาก ไปอับบัญชีดูว่าเงินเข้าแล้วยัง จนอายเจ้าหน้าที่ รอบนี้เลยรอให้เขาบอกมาว่า โอนให้แล้ว ปรากฏเขาไม่บอก เลยไม่รู้ว่าโอนมาแล้ว เพิ่งมาทราบวันนี้เอง เพราะถามเขาดู เขาบอกว่า โอนมาตั้งนานแล้ว ฮิฮิ ผิดอีกแล้วเรา

เสร็จงานนี้ก็ไปต่องานเป็นวิทยากรให้กับสำนักงานยุติธรรมจังหวัดปัตตานี งานนี้เดิมมีหนังสือเชิญเป็นวิทยากรรอบแรกรอบเดียวครับ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ก็เลยเข้าใจว่า ให้ไปครั้งเดียว ที่ไหนได้ เขามีกันห้ารุ่น ผมต้องไปทุกรุ่น (ฐานที่ไปครั้งแรก) ก็เลยงานนี้ไปซ้ำกับงานวิทยากรที่มหาวิทยาลัย ฮือ ตัดสินใจว่า เอาใจคนข้างนอกก่อนแล้วกัน จึงยกเลิกงานข้างใน ซึ่งเลื่อนมาแล้วสองครั้งแล้ว (งานนี้เลยต้องย้ำคนจัดว่า ต่อไปถ้าต้องมาหลายรอบ หนังสือเชิญก็ต้องชัดหน่อย ไม่ใช่เชิญมาครั้งเดียวแล้วต้องมาหลายรอบ วิทยากรเสียกับเสียครับ)

สังคมสมานฉันท์ ปรากฏรอบนี้ทหารมากกว่าชาวบ้านครับ ก็เลยนึกไม่ออกว่าจะคุยยังงัยดี ฮิฮิ ระหว่างนั่งประชุม รอบรรยาย ก็เดินงานอื่นไปด้วยครับ งานด่วนจริงๆ ช่วงนี้ ประชุมไปก็ส่งเอกสารประกอบการบรรยายไปให้อีกรายการหนึ่ง อันนี้ก็รายการด่วน ไม่รับก็ไม่ได้ ด้วยความเกรงใจครับ

กลับมาถึงบ้านด้วยสภาพเต็มสมองเลยครับ สิ่งที่อยากทำมากที่สุดคือ ออกกำลังกาย เผื่อว่าจะได้สดใจขึ้น เลยไปปั่นจักรยานครับ ซึ่งไม่ได้ออกกำลังกายมาหลายวันแล้วครับ อันเนื่องจากออกจากบ้านแต่เช้า กลับมาถึงบ้านก็เย็น ก็ค่ำ ปรากฏปั่นได้แค่สองกิโลเมตรครับ เหนื่อย อันที่จริงที่เหนื่อยเพราะครั้งนี้ผมลองปั่นแบบเร่งเต็มแรงครับ ได้สองกิโลก็โอเคแล้ว เลยหันหัวกลับเข้าบ้าน รวมๆ แล้วก็สี่กิโลเมตร

ระหว่างทานเข้าเย็นกับครอบครัว นึกขึ้นได้ว่า วันนี้คณะมีกิจกรรม แต่อ่านกำหนดการแล้วนึกภาพไม่ออกว่าเขาจะทำอะไรกัน แต่คิดแล้วครับว่าจะเข้า (ก็ไม่ได้เข้าร่วมมาหลายกิจกรรมแล้ว) เลยไปละหมาดที่มัสยิดในมหาวิทยาลัย เพื่อจะร่วมกิจกรรมต่อเลย งานนี้ถึงไปมัสยิด ก็เจอะเจอท่านคณบดีครับ คุยกันค่อนข้างนานมาก (ไม่ได้คุยกับท่านมาเป็นเดือนๆ แล้วครับ) รอบนี้ต้องคุยครับ เพราะงานวิจัยมีกำแพงขวางอยู่อย่างหนึ่ง และคนที่จะกำจัดกำแพงนี้ได้ ก็มีท่านคนเดียว ซึ่งท่านก็รับปากกว่าจะรีบดำเนินการให้

ออ. เลยทราบว่า วันที่ 13-14 นี้ท่านอธิการฯ ในฐานะอมีรุลฮัจย์จะจัดโครงการสัมมนาใหญ่ระหว่างประเทศอีกแล้วครับท่าน เพื่อว่าการบริหารจัดการฮัจย์ของไทยจะได้ไม่ประสบปัญหาซ้ำแล้วซ้ำเล่าทุกปี ทราบว่า รอบนี้มีแขกระดับประเทศมาร่วมด้วยหลายประเทศมากครับ ซึ่งงานนี้คนดำเนินงานคือท่านคณบดีในฐานะที่เป็นกรรมการฮัจย์ปีนี้

กิจกรรมคืนนี้ทำผมประทับใจมากครับ ผมกำลังคิดอยู่นานแล้วว่า กิจกรรมนักศึกษาเราขาดอะไรสักอย่างหนึ่ง ปรากฏพอดูกิจกรรมแล้ว นี่ใงที่ผมรู้สึกว่าเราไม่เคยทำ ผมจำได้ว่าตอนเป็นนักศึกษา ชมรมมุสลิมจัดงานแบบนี้ทุกปีๆ ละครั้ง การแสดงของนักศึกษาครับ ตอนปีสี่ เป็นปีเดียวที่ผมขึ้นเวทีแสดงด้วย ปกติทุกๆ ปีเพื่อนๆ บอกว่าไม่เป็นไร การแสดงผมที่ร่วมกับเพื่อนปีนั้น เป็นที่กล่าวถึงกันไปสองถึงสามปีเลยครับ ฮิฮิ ตอนนี้ไม่รู้มีใครจำได้หรือเปล่า

ดูกิจกรรมที่นักศึกษาแสดงคืนนี้ แน่นอนครับ ผิดสคริปท์กันเป็นแถวๆ แต่นั้นแหละครับ ความสนุก ความเป็นธรรมชาติ ผมเก็บรูปไว้เยอะครับ (เจตนาพากล้องถ่ายรูปไปเลยตั้งแต่ออกจากบ้านครับ)

สาขาวิชาภาษาอาหรับมาด้วยบทกวีภาษาอาหรับเลยครับ แฮะแฮะ หมดปัญญาที่จะทำให้รู้เรื่อง เพราะแค่คุยธรรมดาๆ ก็ไม่รู้เรื่องอยู่แล้ว ฮิฮิ

กว่าจะได้ชมการแสดงของ รปศ. อาจารย์ๆ ในสาขาวุ่นครับ ฮิฮิ สุดท้ายก็ละครที่แสดงก็กลายเป็นนักแสดงอายเป็นแถวๆ แล้วก็เป็นอย่างภาพข้างล่างครับ

คุยกันสองคนครับ แถมไม่ยอมหันหน้ามาทางผู้ชมเลย ฮิฮิ ก็มันทั้งอายทั้งประหม่านี่ครับ จะให้ทำงัยละ

ดาวรุ่งเกิดด้วยสาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ฯ ครับ เสียงอนาชีดเพราะมากจริงๆ แมวมองอยู่ไหนไม่ทราบ

ส่วนสาขาวิชาภาษาอังกฤษเป็นการโต้วาทีครับ แฮะแฮะ แต่ใช้ภาษาไทย อันเนื่องจากกลัวว่า ผู้ฟังฟังไม่เข้าใจ และที่สำคัญกลัวคนพูดๆ ไม่ได้ออกด้วย ฮิฮิ สุดท้ายต้องเปลี่ยนเป็นมลายูครับ เพราะไทยก็พูดไม่ออกเหมือนกัน ฮือ หลักสูตรนานาชาติทางภาษาจริงๆ

บรรยากาศของผู้ชมครับ ฮา ตลอดงาน เต็มไปด้วยรอยยิ้ม  อาว หายไปไหนอีกรูปหนึ่ง อันนี้พิเศษจากนักศึกษาสาขาวิชาภาษาอังกฤษครับ แต่งเพลงสามภาษาในเพลงเดียวกัน ถ่ายทอดชีวิตตอนเรียนเตรียมภาษา ฮิฮิ เนื้อหาอาจจะรันทดนิดหนึ่ง แต่ต้องยกนิ้วให้จริงๆ ขออนุญาตหารูปก่อน อับแล้วยังหว่า

คนนี้ครับ แต่งเอง ร้องเอง สามภาษา ไม่ใช่เป็นประโยคๆ นะครับ เอามาปนกันทุกภาษาในประโยคเดียวกัน ฮิฮิ

ถามว่า งานแบบนี้ให้อะไร ในมุมมองผม มันให้มากๆ สำหรับนักศึกษาครับ ให้รู้จักการทำงานเป็นทีม การช่วยเหลือซึ่งกันและกัน รู้จักคำว่า การคิดเชิงสร้างสรรค์ ฝึกความกล้า สารพัดสิ่งดีๆ ในงานน่ารักๆ ยกนิ้วให้ฝ่ายกิจกรรมนักศึกษา คณะเลยแล้วกันครับ

ออ. งานไม่ทันเสร็จครับ ผมต้องกลับก่อน เพราะต้องเตรียมข้อมูลนำเสนอพรุ่งนี้ และมะรืนนี้