เงินทองของนอกกายจริง ๆ

ช่วงเช้าของวันนี้ยูมิต้องกลายเป็นหนี้แล้วสิเรา  เพราะยืมเงินของมหาวิทยาลัยไปใช้จ่ายในโครงการเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ที่จะคณาจารย์สายนี้ได้ร่วมกันรับผิดชอบอย่างน่าชื่นชม  เริ่มจากคณาจารย์หนุ่ม ๆ มาบอกว่า...

อาจารย์ครับพวกผมล้วนเป็นหนี้กันหมดแล้ว ยังหลงเหลือแต่อาจารย์นี้แหละ...อิ อิ อิ..อ้อ...เรามาเป็นหนี้กันเถอะ...เข้าใจแล้ว...

เพื่อให้คืนประโยชน์แก่สังคมส่วนรวมโดยการนำบรรดานิสิตในสาขานี้เดินทางไปทัศนะศึกษาในหลายที่แถวภาคกลางโดยเฉพาะกรุงเทพ ฯ อยุธยาและที่ใกล้เคียง 

 พวกเราจะออกเดินทางกันในช่วงเย็นของวันที่ 11 15 สิงหาคม  2552ได้ทราบว่าการไปครั้งนี้มีรถบัส 3 คัน เราไปกันเพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ทางด้านภาคสนามในส่วนสถานที่เกี่ยวข้องทางประวัติศาสตร์ 

 โดยยูมิกับรองคณบดีฝ่ายวิชาการ ฯ ของคณะมนุษย์ ฯ ม. ทักษิณ  พากันไปที่การเงิน  เมื่อผมเซ็นเป็นผู้รับเงินแล้วดูยอดเงินเกือบ แสนบาทเลยทีเดียว  แล้วเราก็เอาไปขึ้นเงินที่ธนาคาร เขาขอถ่ายบัตรประจำตัวประชาชนแล้วส่งเงินปึกใหญ่มาให้ไม่กี่อึกใจผมก็ส่งเงินทั้งหมดมอบให้รองคณบดีฝ่ายวิชาการ ฯ ในฐานะคณาจารย์คนหนึ่งในสาขาวิชาประวัติศาสตร์ที่ดูแลรับผิดชอบร่วมกันในโครงการดังกล่าว 

 เออ...เงินคือกระดาษผ่านมาแล้วก็ผ่านไป...เงินเหมือนมีปีกบินไปอย่างรวดเร็วปรื๋อ อยู่กันเราแค่เงาแห่งความทรงจำเท่านั้น..เงินทองของนอกกายจริง ๆ

เคยได้ยินคำกล่าวว่า...ทุกข์เพราะจนดีกว่าทนทุกข์เพราะเป็นหนี้...ถ้าเราเป็นหนี้อย่างนี้จะบวชเป็นพระในทางพระพุทธศาสนานี่ไม่ได้นะครับจนกว่าจะล้างหนี้ให้เสร็จสิ้นเท่านั้น...

และตอนใกล้เที่ยงนี้เองมีสายเข้ามา...อะโหล...สวัสดีครับ...อาจารย์ครับจำได้ไหมที่อาจารย์เป็นที่ปรึกษาโครงการของนิสิต...เราจะออกภาคสนามในวันที่ประมาณ 10- 11 ส.ค. นี้และอยากให้อาจารย์ช่วยยืมตางค์นะครับ...

บ๊ะ...อะไรจะมากันเป็นชุดขนาดนั้นนะนี่...อิ อิ อิ.