ที่มาของเรื่องสามัคคีเภทคำฉันท์

 

   

  

    บทประพันธ์เรื่อง สามัคคีเภทคำฉันท์  นี้ว่าด้วยกษัตริย์ลิจฉวี  กรุงเวสาลี  แห่งแคว้นวัชชี  ถูกวัสสการพราหมณ์  มหาอำมาตย์ของพระเจ้าอชาตศัตรู  กรุงราชคฤห์แห่งแคว้นมคธ  เข้าไปบ่อนทำลายความสามัคคีจนเสียเมือง  เรื่องนี้มีมาในมหาปรินิพพานสูตรและอรรถกถาสุมังควิลาสินี  นายชิต  บุรทัต  ได้อาศัยเค้าคำแปลเรื่องนี้เป็นโครงร่างในการประพันธ์  ได้ต่อเติมเสริมความตามลีลาแห่งฉันท์เมื่อ  พ.ศ. ๒๔๕๗ 

          ในครั้งพุทธกาลแคว้นมคธมีกรุงราชคฤห์เป็นเมืองหลวง  เป็นมหาอาณาจักรบนลุ่มแม่น้ำคงคา  พระเจ้าพิมพิสารทรงเป็นพระมหากษัตริย์ปกครองโดยระบอบสมบูรณาญาสิทธิราช  มีพระราชโอรสองค์ใหญ่

ทรงพระนามว่า  อชาตศัตรู  เจ้าชายอชาตศัตรูนี้นับถือศาสนาเชน  มิได้นับถือพุทธศาสนาเหมือนพระราชบิดา  จึงถูกพระเทวทัตยุให้กบฏชิงราชสมบัติ  อยู่มาวันหนึ่งเจ้าชายเหน็บกริชลอบเข้าไปหมายจะสังหารพระราชบิดา  เมื่อถูกจับได้ก็สารภาพว่าจะสังหารเพื่อให้ได้ราชสมบัติ  พระเจ้าพิมพิสารได้พระราชทานอภัยโทษและยกราชสมบัติให้พระราชโอรสเมื่อก่อนพุทธปรินิพพาน  ปี หรือก่อน พ.ศ.  ปี  แต่ทว่าพระเจ้าอชาตศัตรูหวาดระแวงว่าพระราชบิดาจะเปลี่ยนพระทัย  จึงสั่งให้อำมาตย์จับพระราชบิดาไปขังไว้บนภูเขาคิชฌกูฎและทรมานจนสวรรคต 

           แคว้นวัชชีเป็นสหพันธรัฐตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำคันธกะ   แควหนึ่งแห่งแม่น้ำคงคา  มีกรุงเวสาลีเป็นเมืองหลวง  และมีพรมแดนติดต่อกับแคว้นมคธ  กษัตริย์ลิจฉวีผลัดเปลี่ยนกันปกครองโดยระบอบสามัคคีธรรม  มีรัฐสภาเป็นที่ปรึกษาราชการแผ่นดิน  และมีวัฒนธรรมประจำชาติซึ่งยึดถือปฏิบัติอย่างมั่นคง    ประการ  เรียกว่า  อปริหานิยธรรม  ฉะนั้นแม้แคว้นวัชชีจะเล็กกว่าแคว้นมคธ  ก็มีความเจริญรุ่งเรืองและสามัคคีกันไม่น้อยกว่าแคว้นมคธ 

       พระเจ้าอชาตศัตรูมีกรณีพิพาทเป็นประจำกับกษัตริย์ลิจฉวี  เรื่องแย่งเครื่องเทศอันมีค่าที่เชิงภูเขา พรมแดนห่างจากแม่น้ำคงคาประมาณ  โยชน์  พระองค์จึงทรงวางแผนสงครามโดยใช้ให้มหาอำมาตย์สุนิธะกับปุโรหิตผู้เฉลียวฉลาดนามว่าวัสสการพราหมณ์ให้ไปสร้างบ้านปาฏลิคามขึ้นเป็นเมือง  ริมฝั่งแม่น้ำคงคาใกล้ปากน้ำคันธกะ  ทางเข้าสู่แคว้นวัชชี  เมืองนี้เพียบพร้อมด้วยค่ายคูประตูหอรบ  เพื่อใช้เป็นฐานทัพเข้าโจมตีแคว้นวัชชี  แต่ถึงอย่างไรก็ดีพระเจ้าอชาตศัตรูก็ยังไม่กล้าจะหักหาญ  เพราะเกรงอิทธิพลของกษัตริย์ลิจฉวีอยู่ 

           เมื่อพระเจ้าอชาตศัตรูเสวยราชย์ได้  ปี หรือ ก่อนพุทธปรินิพพาน  ปี ทรงใช้วัสสการพราหมณ์ให้ไปเฝ้าพระพุทธเจ้าแทนพระองค์บนเขาคิชฌกูฎ  ให้ทูลถามถึงความทุกข์สุขก่อน  แล้วให้กราบทูลถึงพระราชดำริของพระองค์ที่จะโจมตีแคว้นวัชชี  และเมื่อพระพุทธองค์รับสั่งอย่างไร  ก็ให้จำมากราบทูลอย่างนั้น

       วัสสการพราหมณ์ไปเฝ้ากราบทูลตามพระราชบัญชา  พระพุทธเจ้าจึงตรัสถามพระอานนท์ว่าชาววัชชียังประพฤติวัฒนธรรม (อปริหานิยธรรม) ๗  ประการอยู่หรือ  พระอานนท์ก็กราบทูลว่า  ได้ยินว่าเขายังประพฤติกันอยู่  พระพุทธองค์จึงตรัสต่อไปว่า ได้ทรงแสดงธรรมทั้ง ๗ นี้แก่กษัตริย์ลิจฉวีครั้งหนึ่ง  เมื่อเสด็จไปประทับที่สารันทเจดีย์  กรุงเวสาลี  ว่าเป็นความเจริญฝ่ายเดียว  ไม่มีความเสื่อม 

 

          วัสสการพราหมณ์ได้ฟังดังนั้นจึงกราบทูลว่า  แม้เพียงข้อเดียวเท่านั้นก็มีความเจริญฝ่ายเดียวไม่มีความเสื่อมเลย  ไม่ต้องกล่าวถึง  ข้อ  เพราะฉะนั้นพระเจ้าอชาตศัตรูจึงไม่ควรทำการรบกับพวกวัชชี  นอกเสียจากการรอมชอม หรือการทำลายสามัคคีของกษัตริย์ลิจฉวีเสียก่อน  เมื่อกราบทูลความคิดเห็นอย่างนี้แล้วก็ทูลลากลับไป 

       เมื่อวัสสการพราหมณ์กลับไปแล้ว  พระพุทธองค์จึงทรงเรียกประชุมสงฆ์แสดงภิกขุอปริหานิยธรรมสูตร ซึ่งมีลักษณะคล้ายวัชชีอปริหานิยธรรมสูตร  เมื่อประทับอยู่ที่ภูเขาคิชฌกูฎเป็นเวลาพอสมควรแล้ว  จึงเสด็จผ่านบ้านปาฏลิคามที่สร้างขึ้นเป็นเมืองปาฏลีบุตรแล้ว  รอนแรมไปโดยลำดับจนถึงกรุงเวสาลี  ประทับจำพรรษาสุดท้ายที่นั่น  ต่อจากนั้นก็เสด็จไปปรินิพพานที่อุทยานสาลวัน  แขวงกรุงกุสินารา  แคว้นมัลละ

       พระเจ้าอชาตศัตรูได้ทรงทราบดังนั้นจึงไม่กล้าโจมตีแคว้นวัชชี  แต่ทรงปรึกษากับวัสสการพราหมณ์ออกอุบายทำลายความสามัคคีของกษัตริย์ลิจฉวี  โดยแกล้งลงโทษวัสสการพราหมณ์แล้วเนรเทศให้ไปอยู่แคว้นวัชชี  วัสสการรพราหมณ์ดำเนินการบ่อนทำลายความสามัคคีอยู่  ปี จึงเป็นผลสำเร็จ  

 

       พระเจ้าอชาตศัตรูได้ทรงทราบแล้วก็กรีธาทัพเข้าไปยึดครองแคว้นวัชชีโดยไม่มีการสู้รบ  ภายหลังพุทธปรินิพพาน ๒ ปี หรือก่อน พ.ศ. ๓ แคว้นวัชชีก็ตกอยู่ภายใต้การปกครองของพระเจ้าอชาตศัตรู


ขอบคุณที่ติดตามเข้ามาอ่านเรื่องราว สามัคคีเภทคำฉันท์  ซึ่งการสืบค้นเนื้อเรื่อง ดำเนินการเพื่อประกอบการจัดทำหนังสือประกอบการเรียนวรรณคคี ของครูแป๊วค่ะ..
หากนักเรียนเข้ามาอ่าน และไม่เข้าใจ เขียนถามไว้หรือ มาปรึกษากับครูแป๊วได้..โดยตรงค่ะ