การนวดเด็ก

                                                             การนวดสัมผัสเด็ก

 

                ลูกเปรียบเสมือนแก้วตาดวงใจของพ่อแม่ทุกคน  หลายคนคงได้ยินหรือยึดถือลูกเป็นโซ่ทองคล้องใจของสามีภรรยาครอบครัวที่มีบุตรไว้สืบสกุล  การดูแลเด็กจึงถือเป็นเรื่องสำคัญยิ่งใหญ่ที่จำเป็นต้องเรียนรู้พัฒนาเพื่อประโยชน์ของเด็กและครอบครัวเพื่อสังคม  เป็นที่ยอมรับว่าหากบิดามารดาทราบว่ามีวิธีการใดที่ทำให้บุตรของตนได้รัรบการพัฒนาให้เป็นคนดีมีความสุข  ร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง  เชื่อว่าไม่มีพ่อแม่คนใดจะปฏิเสธที่จะให้บุตรของตนพัฒนาในทุกๆ ด้าน

                การนวดสัมผัสเป็นวิธีการหนึ่งในการดูแลเลี้ยงดูเด็กอย่างใกล้ชิด  นอกเหนือจากการโอบกอดแบบปกติ  การนวดสัมผัสเด็กมีส่วนช่วยให้เด็กได้รับความรัก ความปรารถนาดีจากบิดามารดา  การพูดคุยสบตากันอย่างใกล้ชิด  เกิดความรัก ความอบอุ่น ช่วยให้เด็กผ่อนคลายกันได้ นอนหลับดี ร่างกายแข็งแรง  สมความปรารถนาของการดูแลเลี้ยงดูเด็กของพ่อแม่ทุกคน  หากเด็กสุขภาพจิตดีได้รับความรัก ความอบอุ่นอย่างเพียงพอ  ส่งผลให้เด็กแข็งแรงปลอดภัย  มีภูมิคุ้มกันที่ดี  การนวดสัมผัสจึงเปรียบเสมือนวัคซีนทางสุขภาพจิต  สุขภาพกายอย่างหนึ่งที่นำไปสู่การเป็นคนดีมีคุณภาพเพื่อพัฒนาสังคมต่อไป 

การนวดสัมผัสเด็ก 

การนวดสัมผัส

                เป็นการดูแลเด็กให้ใกล้ชิดอบอุ่นเป็นไปตามพัฒนาการของเด็กแต่ละวัย  ซึ่งมีผลต่อการเจริญเติบโตของเด็ก  เป็นการกระตุ้นระบบกล้ามเนื้อ  ระบบประสาทไหลเวียนของโลหิตและระบบการย่อยของลำไส้  กระเพาะอาหาร  อีกทั้งทำให้เด็กได้รับการสัมผัสและผ่อนคลายกล้ามเนื้อ  มีอารมณ์จิตใจแจ่มใส  ร่าเริง  นอนหลับพักผ่อนได้ดี  ผิวหนังถือได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของระบบประสาทสัมผัสที่สำคัญของร่างกายที่ไวต่อการรับรู้  มีความสำคัญอย่างมากในการส่งเสริมการทำหน้าที่ต่างๆ ของร่างกายและพัฒนาการทางจิตใจ  เพราะการสัมผัสเป็นจุดเริ่มต้นในการสื่อสาร  ดังนั้นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับเด็กทารกคือความรักและความอบอุ่นที่ได้จากแม่และพ่อ  ที่จะทำให้เด็กรู้สึกมั่นคงและปลอดภัย  ซึ่งเด็กจะสื่อสารจากการรับรู้ผ่านประสาทสัมผัสทางผิวหนังนั่นเอง  สัมผัสรักจากแม่จึงเป็นเครื่องมืออันวิเศษในการสร้างความสัมพันธ์ทางครอบครัว

ประโยชน์ของการนวดสัมผัสเด็ก

                ด้านร่างกาย

1. ช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดของกล้ามเนื้อ (เด็กมีกล้ามเนื้อแขนและขาเกร็ง)

2. กระตุ้นการทำงานของระบบหัวใจและการไหลเวียนของโลหิต  รวมทั้งระบบทางเดินหายใจ

ให้ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพมากขึ้น

                3. กระตุ้นการทำงานของระบบประสาท  ส่งเสริมการสร้างใยประสาทและการเชื่อมโยงของเซลล์ประสาท  ซึ่งส่งผลต่อการทำงานประสานกันของระบบประสาทและกล้ามเนื้อ

                4. ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรงทั่วตัว  ข้อต่อต่างๆ สามารถรับน้ำหนักและเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น  เตรียมพร้อมที่จะคลาน  นั่ง  ยืน  เดิน  นอกจากนั้นยังช่วยกระตุ้นการดูดกลืนได้ดีขึ้น

                5. ช่วยทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น  โดยเฉพาะเด็กที่มีอาการท้องอืดบ่อยจะดีมากเลย

                6. ในเด็กที่คลอดก่อนกำหนด  ระบบต่างๆ ของร่างกายยังทำงายไม่ปกติและอาจมีอาการปวดของกล้ามเนื้อและส่วนต่างๆ ของร่างกาย  ซึ่งการนวดจะช่วยลดความเจ็บปวดได้และยังส่งเสริมการทำงานของระบบต่างๆ ได้

                ด้านจิตใจ

                การนวดส่งเสริมพัฒนาการทางอารมณ์  ดังนี้

                1. ช่วยให้เด็กนอนหลับสบายมากขึ้น  ทำให้สมองได้รับออกซิเจนอย่างเพียงพอ  ส่งเสริมการพัฒนาสมองอย่างเต็มที่

                2. การสัมผัสทำให้เด็กเกิดความมั่นคงและอบอุ่น  ช่วยผ่อนคลายความเครียดจากการปรับตัวต่อสิ่งแวดล้อมใหม่ได้ 

               3. ช่วยสร้างสัมพันธภาพที่ดีระหว่างพ่อ-แม่-ลูก  มีโอกาสใกล้ชิดกับลูกมากขึ้น  ซึ่งลูกจะได้รับรู้ว่านี่เป็นช่วงเวลาพิเศษที่สุดที่จะได้รับความรัก ความอบอุ่นจากพ่อแม่ และช่วยกระตุ้นประสาทสัมผัสด้านอื่นๆ ร่วมด้วย  เช่น  การมองเห็น  การได้ยินจากการจ้องมอง  สบตา และการพูดคุยของแม่ระหว่างการนวด

                4. เด็กจะรู้จักจดจำและแยกแยะใบหน้า  รวมทั้งน้ำเสียงต่างๆ ของผู้นวด  ซึ่งจะช่วยพัฒนาทักษะทางการเล่นร่วมกับการพัฒนาระบบประสาทสัมผัส 

ขั้นตอนการนวดสัมผัสเด็ก

                1. การเตรียมเด็ก     เด็กจะต้องไม่หิวหรืออิ่มจนเกินไป  ในขณะนำเด็กมานวดต้องเป็นช่วงพักผ่อน  หลังรับประทานอาหารหรือนมแล้วประมาณ  1  ชั่วโมง  เด็กมีจิตใจร่าเริงแจ่มใสไม่เจ็บป่วยหรือมีปัญหาสุขภาพใดๆ รวมทั้งมารดาหรือบิดาที่นวดเด็กมีเวลาที่จะพักผ่อนไปได้ด้วยกัน  ไม่วิตกกังวลเรื่องใดๆ จิตใจจดจ่ออยู่กับการนวดเพียงอย่างเดียว

                2. เตรียมสถานที่และอุปกรณ์    มีอุณหภูมิพอเหมาะ  ไม่ร้อนหรือไม่เย็นเกินไป  เนื่องจากขณะนวดต้องถอดเสื้อผ้าเด็ก  ห้องสะอาด  มีอากาศถ่ายเทสะดวก  ที่สำคัญต้องมีความเงียบด้วย  เนื่องจากขณะนวดต้องใช้สมาธิต่อการนวด  หรืออาจเปิดเพลงบรรเลงเบาๆ จะเป็นเพลงพื้นบ้านหรือเพลงคลาสสิก  ไทยหรือต่างประเทศก็ได้ที่มีท่วงทำนองผ่อนคลายเบาๆ สบายๆ   น้ำมันสมุนไพรจะช่วยลดแรงเสียดทานในขณะนวด  ทำให้การนวดเป็นไปอย่างลื่นไหล  อีกทั้งทำให้ผิวของเด็กชุ่มชื่นด้วย  เช่น  น้ำมันมะกอก  น้ำมันดอกทานตะวัน  หรือเบบี้โลชั่นต่างๆ สามารถนำมาใช้ได้  

ขั้นเริ่มการนวดเด็ก  โดยแบ่งเป็นท่าต่างๆ ตามอวัยวะที่นวดดังต่อไปนี้ 

ท่าที่  1  นวดศีรษะ

                โดยลูบจากกลางศีรษะลงมาบริเวณแก้มจนถึงปลายคางเบาๆ  ให้มือมาบรรจบกันพอดี 

ท่านี้ช่วยให้โลหิตในสมองไหลเวียนดี  ปรอดโปร่ง  เวลานวดลงน้ำหนักเบาๆ เหมือนลูบศีรษะด้วยความระมัดระวัง  เนื่องจากเด็กยังมีศีรษะอาจยังไม่เต็มหัว 

ท่าที่  2  นวดหน้าผาก

                โดยใช้นิ้วชี้กับนิ้วกลางทั้งสองมือวางบนกึ่งกลางหน้าผากเป็นรูปสามเหลี่ยมและลูบลงมาบริเวณขมับประมาณ  5  ครั้ง : 1 ท่า 

ท่านี้มีประโยชน์คือช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดบริเวณหน้า  ทำให้เด็กอารมณ์ดี  แจ่มใส  ยิ้มง่าย 

ท่าที่  3  นวดปาก

                การนวดปากให้ทุกคนใช้นิ้วหัวแม่มือสองข้างวางลงบริเวณกึ่งกลางของริมฝีปากบน  ลากลงมาบริเวณมุมปากประมาณ  5  ครั้ง และเปลี่ยนเป็นริมฝีปากล่างอีก  5  ครั้ง 

ท่านี้จะช่วยกระตุ้นริมฝีปากให้ดูดนมได้ดี และอารมณ์ดี  ยิ้มง่าย  ยิ้มเก่ง 

ท่าที่  4  นวดหน้าอก

                โดยใช้มือทั้ง  2  ข้างวางลงบริเวณกลางหน้าอกแล้วลูบลงมาบริเวณชายโครงทั้ง  2  ข้างจนถึงหน้าท้อง  เป็นลักษณะของรูปหัวใจ  ท่านี้ทำอย่างน้อย  5  ครั้ง  แต่ในครั้งแรกๆ  5  ครั้ง  หลังจากนั้นหากเด็กพึงพอใจให้ความร่วมมือ  จึงเพิ่มเป็น 6-10  ครั้ง ตามลำดับ 

ท่านี้ช่วยให้เด็กรู้สึกสบายตัว  โลหิตสูบฉีดทั้งร่างกายได้สัมผัสความอบอุ่นจากการสัมผัสและสบตากับแม่ขณะนวดอย่างอบอุ่น 

ท่าที่  5  นวดหน้าท้อง   โดยท่านี้แบ่งเป็นท่าย่อยๆ  5  ท่า  ดังนี้ 

                5.1 ใช้มือลูบจากหน้าอกด้านซ้ายลงมาบริเวณหน้าท้องน้อย 

                5.2 ใช้มือลูบจากด้านขวาใต้ชายโครงผ่านมาด้านซ้ายของเด็ก และจากขวามาซ้ายและลากจนถึงท้องน้อย 

                5.3 ใช้มือลูบจากท้องน้อยด้านขวาขึ้นไปบริเวณชายโครงโค้งมาทางชายโครงด้านซ้าย แล้วลากมาถึงบริเวณท้องน้อย 

ท่านี้จะช่วยในการเผาผลาญอาหาร  ทำให้ระบบการย่อยของเด็กดีขึ้น  รวมทั้งระบบขับถ่ายและป้องกันการท้องอืด ท้องเฟ้อได้ด้วย

                5.4 ใช้มือทั้งสองข้างวางบริเวณหน้าท้องใกล้ชายโครง  ลูบลงมาสลับมือกันซ้ายขวาเข้าหาตัว  การลงน้ำหนักแล้วแต่ตัวเด็ก  ถ้าเด็กตัวเล็กก็ลงน้ำหนักน้อย  เด็กตัวโตก็ลงน้ำหนักมากหน่อย  โดยพิจารณาตามความรู้สึก  ลูบแล้วเด็กพอพอใจสบายตัวให้ลองทำดูจะสังเกตเห็นเด็กได้  โดยย้ำว่าควรสบตาพูดคุยสังเกตเด็กอยู่ตลอดเวลา 

ท่านี้จะช่วยขับลมแก้ท้องอืด 

                5.5 นวดหน้าท้องด้วยปลายนิ้วชี้กับนิ้วกลาง  ท่านี้เหมือนจั๊กกะจี้เด็ก  โดยใช้นิ้วชี้กับนิ้วกลางสลับกัน และย่ำเหมือนเดิน  โดยใช้ปลายนิ้วย่ำๆ บริเวณหน้าท้องน้อยด้านขวาไปสู่ด้านซ้าย   

ท่านี้จะช่วยให้เด็กอารมณ์ดีและเป็นการนวดหน้าท้องเพื่อให้เด็กผ่อนคลาย  ส่งผลถึงอารมณ์ที่ดีของเด็ก 

ท่าที่  6  นวดรักแร้

                โดยจับให้เด็กยกแขนขึ้นและใช้มือขวาเฉพาะนิ้วกลางกับนิ้วชี้  กดเบาๆ บริเวณรักแร้เด็กและนวดคลึงเบาๆ ประมาณ 5 ครั้ง  

ท่านี้จะเป็นการช่วยกระตุ้นต่อมน้ำเหลืองและเป็นการผ่อนคลายกล้ามเนื้อเด็ก 

ท่าที่  7  นวดแขน

                โดยให้จับมือข้างที่จะนวดและให้มืออีกข้างหมุนขึ้น-ลง ประมาณ  5  ครั้ง ไปรอบๆ แขนจนถึงข้อมือเด็กทั้งสองข้างคลึงกับมือเด็กเบาๆ ทั้งสองข้าง  โดยใช้ระหว่างนวด  เมื่อเราเปลี่ยนท่าหากมือเราฝืดให้ใช้โลชั่นทา

 

ท่านี้จะช่วยให้ผ่อนคลายกล้ามเนื้อแขน  โดยบริเวณฝ่ามือต้องคลี่และลูบปลายนิ้ว  โดยใช้นิ้วหัวแม่มือ

ลูบคลึงบริเวณฝ่ามือขึ้นไปจนถึงปลายนิ้วทุกๆ นิ้ว  จะเป็นการกระตุ้นปลายประสาทให้เด็กได้

ผ่อนคลายความตึงเครียด 

ท่าที่  8  นวดข้อเท้า

                โดยให้จับข้อเท้าเด็กยกขึ้นลักษณะเดียวกับท่านวดแขน  โดยหมุนจากต้นขาถึงข้อเท้าแล้วสลับขึ้น-ลง  เหมือนกันทั้งสองข้าง และใช้หัวแม่มือสองข้างลูบจากส้นเท้าขึ้นมาถึงปลายเท้า และลูบไล้นิ้วทุกนิ้วจากโคนนิ้วถึงปลายนิ้วด้วยความอ่อนโยน 

ท่านี้เป็นการช่วยผ่อนคลายเด็กที่มีปัญหากล้ามเนื้อแขน-ขาเกร็ง 

ท่าที่  9  นวดขาเด็ก

                โดยให้ยกขาเด็กขึ้น  ใช้ฝ่ามือทั้งสองข้างประคองเด็กขึ้นมาแล้วคลึงจากโคนขาหนีบถึงปลายทั้งสองข้าง 

ท่านี้จะช่วยให้กล้ามเนื้อขาลดความเกร็งลง และทำให้เดินได้มั่นคงยิ่งขึ้น 

ท่าที่  10   นวดหลัง

                โดยให้เด็กนอนคว่ำ  เริ่มจากใช้ฝ่ามือทั้งสองข้างวางบนแผ่นหลัง  บริเวณไหล่ทั้งสองข้างแล้วลูบลงมาลักษณะกดมือสลับขึ้นลงเบาๆ ถึงบริเวณเอว  ทำซ้ำๆ ประมาณ 5 ครั้ง  แล้วแต่ความพึงพอใจของเด็ก 

ท่านี้ช่วยให้ผ่อนคลายกล้ามเนื้อบริเวณแผ่นหลังและช่วยให้กล้ามเนื้อหลังและคอแข็งแรง  ทำให้เด็กชันคอได้เร็วขึ้น 

                1. ในการนวดครั้งแรกๆ เด็กอาจจะไม่ให้ความร่วมมือหรือไม่อยู่นิ่งเฉยนัก  เนื่องจากไม่คุ้นเคย 

อาจทำเท่าที่จะสามารถทำได้ค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไป หรืออาจจูงใจโดยใช้ของเล่นดึงดูดความสนใจของเด็ก หรือพูดคุยหยอกล้อกับเด็กด้วยท่าที่อ่อนโยน

                2. เป็นอันจบทุกกระบวนท่าในการนวดสัมผัสเด็ก  ซึ่งเด็กอาจหลับก็ปล่อยให้เด็กหลับต่อไปได้เลย  หรือแม่อาจงีบตามเป็นการพักผ่อนไปด้วยกัน  เพื่อมีแรงไว้ดูแลยามตื่นนอนต่อไป

     จากคำถามที่ถูกอาจารย์ถามตอนสอบวิจัยว่าการนวดกับการนวดสัมผัสต่างกันอย่างไร

ตอบ     การนวด มักลงลึกถึงกล้ามเนื้อเช่นการนวดแผนไทยและจีนกดจุดแต่การนวดสัมผัสคือการลูบไล้โดยอาศัยโลชั่นหรือเบบี้ออยก็ได้ในประเทศเนปาลนิยมน้ำมันมะพร้าวแต่จะทำให้ผิวเด็กเสียความชุ่มชื้นและสมดุลย์ตามปกติไปจึงไม่แนะนำน้ำมันมะพร้าว