การที่จะได้หรือจะเสีย เราต้องจ่ายไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง...

win of IS
ภาพจาก http://www.rungxp.com/mylinks/winofis.php

1.
เพื่อนผมคนหนึ่งเคยแนะนำให้ใช้บริการบางอย่างด้วยความตื่นเต้น
เขาบอกว่าดีและที่สำคัญคือ"ฟรี"
ผมให้ความเห็นเชิงทักท้วงว่า"ของฟรีไม่มีในโลก"
อย่างไรก็ตามผมก็เกรงว่าอาจมีข้อโต้แย้งไม่จบ
ผมจึงออกตัวว่า..มันเป็นความเห็นในกรอบแนวคิดทางเศรษฐศาสตร์...
เพื่อนออกอาการเคืองๆ...สวนแนวคิดมาในเชิงนามธรรม..
(ในเมื่อมันจับต้องไม่ได้ หรือคนละกรอบแนวคิด หรือ พูดกันคนละ paradigm  บางทีมันก็ลำบากอยู่..)

อย่างไรก็ตาม ผมคิดว่า แนวคิดนี้ มันใช้ได้กับอะไรหลายๆอย่าง ไม่ใช่แค่ทางเศรษฐศาสตร์เท่านั้น
ต่อให้คุณได้อะไรมาฟรีๆ(ในความคิด) - อย่างน้อยอีกฝ่ายที่ให้..ต้องจ่ายหรือมีต้นทุน..
มันมีกำไรหรือขาดทุนหรือเท่าทุนเข้ามาเกี่ยวข้อง
ทุกอย่างมันมีได้ มีเสีย..มี"ทุน" ซึ่งเราต้องจ่ายไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
ซึ่งหากเราไม่จ่าย เพื่อนก็ต้องจ่าย สังคม-รัฐ-สิ่งแวดล้อมก็ต้องจ่าย..

การเห็นแก่ได้...บางทีมันนำไปสู่การได้ไม่คุ้มกับที่เสีย
หลายๆครั้ง มันเป็นเรื่องที่น่าเศร้าที่ภาระนั้นถูกผลักไปสู่สังคมหรือคนที่ไม่รู้เรื่องด้วย...


2.
หลายคนทำอะไรหลายๆอย่างแล้วบอกว่า"ได้กำไรชีวิต"
 - นั่นหมายถึงว่า เขาต้องลงทุนอะไรสักอย่างและได้รับการตอบแทนอะไรสักอย่าง
ซึ่งอาจเป็น"มูลค่า" หรือ "คุณค่า" ก็ได้

"บุญคุณต้องทดแทน แค้นต้องชำระ"
 - นี่ไม่ฟรีแน่นอน เพราะต้อง"เอาคืน"หรือต้อง"ชำระ"

"สิบปีแก้แค้นยังไม่สาย"
 - ครับ แบบนี้อาจต้องมีดอกเบี้ยด้วย

"หว่านพืชย่อมหวังผล"
 - สุภาษิตแต่ดั้งเดิมก็บอกไว้แล้ว

"อยู่บ้านท่านอย่านิ่งดูดาย ปั้นวัวปั้นควายให้ลูกท่านเล่น"
 - แสดงว่า ไม่ได้อยู่ฟรีแน่นอน

"กินบนเรือน ขี้บนหลังคา"
 - นี่ก็ตอบแทนบุญคุณซะเหลือเกิน

ฉันมีความรู้สึกดีๆให้เขา เขาก็มีความรู้สึกดีให้ฉัน
เป็นสิ่งดีๆ ได้มาฟรีๆ ไม่มีใครได้ใครเสีย..
- ครับ อย่างน้อยต้นทุนของคุณคือ"ความดี" ที่คุณได้ทำมาแล้ว
ผมจ่ายตังค์ 25 บาท ได้ข้าวราดแกงมา 1 จาน
ก็ไม่มีใครได้ใครเสีย มีแต่คนได้กับคนได้ หรือคนจ่ายกับคนจ่าย หรือไม่ก็คนจ่ายกับคนรับ

การแลกเปลี่ยน หรือ การที่มันต้องมีต้นทุน อาจไม่ได้หมายถึงกำไรหรือขาดทุนเสมอไป
อย่างน้อยผมอยากให้โลกนี้เริ่มต้นที่การ"เท่าทุน"ก็ยังดี
อาทิ คนการตั้งใจทำงาน ควรจะมีอนาคตและความก้าวหน้า ซึ่งถือว่า เท่าทุนหรือกำไร
หาไม่ก็จะเกิดการ slowdown หรือ แช่แข็ง หรือใส่เกียร์ว่าง
นั่นหมายความว่า มีการขาดทุนเกิดขึ้นแน่นอน.....


"เด็กด้อยโอกาส"
- ต้นทุนของเขาคือ"โอกาส" ซึ่งอาจจะเป็นทุนทรัพย์ เวลา สถานภาพของครอบครัว ฯ
และมันเป็นเรื่องเศร้าของสังคม,หากเด็กด้อยโอกาสคนหนึ่งได้รับโอกาสเช่นการศึกษาที่ดี
เขาอาจสร้างสรรค์สิ่งดีๆได้มากกว่าการเก็บขยะ..ขอทาน..เป็นกรรมกร หรืออาชญากร..หรือฯลฯ..

3.
ผมคิดว่าการที่เรานึกถึง"ของฟรี"
มันทำให้คนเราคอยจ้องฉกฉวยโอกาสตลอดเวลา เกิดการได้เปรียบ-เสียเปรียบ
และที่สำคัญมันเกิดการ"เสียสมดุลย์"หลายๆอย่าง โดยเฉพาะธรรมชาติ และ สิ่งแวดล้อม
อาทิ เราคิดว่าสามารถปล่อยสาร CFC ไปในอากาศและบรรยากาศได้ฟรีๆ ไม่ต้องจ่ายค่าปล่อยสารให้ใคร
..บรรยากาศของฉัน...เรื่องของฉัน...
ทุกวันนี้ แลกมาด้วยสภาพบรรยากาศแบบเรือนกระจก โลกร้อน นำแข็งขั้วโลกละลาย เสียสมดุลย์กันไปหมด
ไม่รู้ต้องรักษาและเยียวยากันอีกเท่าไร...นั่นคือทุน นั่นคือสิ่งที่"พวกเราต้องจ่าย !!!"

ในโลกนี้ ผมจึงคิดว่า ไม่ว่าจะคิด หรือ ทำอะไร มัน"ไม่ฟรี"
มันมีต้นทุนและการทดแทนกันอย่างใดอย่างหนึ่ง
มันมีขาดทุน กำไร หรือ เสมอตัว
การที่จะได้หรือจะเสีย เราต้องจ่ายไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง..เสมอ...