เที่ยวประวัติศาสตร์จำลองที่เมืองกาญจน์ เมืองที่มีมากกว่าธรรมชาติที่งดงาม

พรรคพวกเราตกลงกันว่า ในตัวเมืองกาญจน์นอกจากสะพานข้ามแม่น้ำแควแล้ว สตูดิโอพร้อมมิตรเป็นที่ที่เราต้องแวะชม ด้วยว่าที่นี้เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาวนาเทิ้ดอย่าให้ฝนตก เพราะถ้าตกทริปล่มแหง๋แก๋ และคำอธิษฐานของเราก็เป็นจริง ...แดดก่อนเที่ยงร้อนมั่ก มาก ยังดีที่ในการเดินชมบางช่วงยังมีรถรับ-ส่ง

  • ก่อนอื่นในตอนเช้า ขอแวะทานก๋วยเตี๋ยวต้มยำไข่ต้มยางมะตูมแถว ๆสะพานข้ามแม่น้ำแคว...ชม และช้อปของที่ระลึกกันก่อน

  

 

 เตรียมตัวอย่างไรเมื่อจะไปอโยธยาและหงสาวดี...

  • เตรียมหมวก หรือร่มให้พร้อม รองเท้าที่สวมใส่สบายเท้า ด้วยอาณาเขตกินบริเวณไปเกือบ 2,000 ไร่ (จุดที่ให้เดินชมก็หลายสิบไร่เหมือนกัน)...ทางสตูดิโอมีรถรับส่งให้ 2 ช่วง…มีรถกอล์ฟให้เช่าด้วย (แต่จำนวนน้อยคัน)...
  • ตรวจเช็คเส้นทาง กันหลง...ตรวจสอบแผนที่ให้ดีจะได้ไม่เสียเวลา บนถนนสาย 323 จากตัวเมืองกาญจน์ ผ่านตัวเมืองตรงไปทางน้ำตกเอราวัณ  ถึงแยกลาดหญ้า เลี้ยวขวาไปในค่ายสุรสีห์ หรือถนนหมายเลข 3086 (ทางไปอ.บ่อพลอย)  ขับตรงไปเรื่อยๆ ขวามือจะเป็นสวนสัตว์ค่ายสุรสีห์  จะเห็นสามแยก มีสวนสุขภาพ ให้เลี้ยวซ้ายตรงสวนสุขภาพ ตรงนี้มีป้ายบอกยินดีต้อนรับสู่กองพลทหารราบที่ 9  สุดทางจะเป็นหน่วยทหาร ก่อนถึงหน่วยทหารจะมีทางแยกเลี้ยวขวาไปจะเห็นป้ายโรงถ่าย  งง ป่าวนี่ ...คนไปก็งงเหมือนกัน พอดีพี่พินกับปู่น้อยคนเมืองกาญจน์พาไป...ไม่หลง แต่ยัง งง งง อยู่
  • เตรียมค่าบัตรผ่านประตู...คนละ 100 บาท นะเจ้าคะ (เด็กอายุไม่เกิน 12 ปี 50 บาท, ชาวต่างชาติ 200 บาท) บริเวณแรกเป็นบูธขายบัตร พร้อมนิทรรศการ เปิดบริการในเวลา 10.00-17.00 น. โทร.034-532-057-3

 

หลังจากนั้นก็เข้าสู่สถานที่ถ่ายทำ

บางคนโชคดีได้พบกับดารา สำหรับเราก็ได้พบเหมือนกันแต่เป็นตัวประกอบประเภท ช้าง ม้า แพะ  วัว (พม่า) ควาย...สำหรับเจ้าควายนี้ในเรื่องพระนเรศวรตอนที่ 3 นั้นคนเลี้ยงบอก ตัวนี้ถูกยิงตายด้วยนะ...เท่านั้นแหละ พวกเราเลยกรูกันไปขอถ่ายรูปกับดารา (ควาย) กันใหญ่...เดี๋ยวดังแล้ว...จะไม่มีโอกาสได้ถ่ายด้วยกัน

 

 บริเวณแรก SET เป็น Location ในเมืองโยเดียตามสำเนียง การเรียกขานของชาวพม่า หรืออโยธยาของชาวไทย เป็นหมู่บ้านบรรยากาศร่มรื่นค่ะ แต่ถ้าให้ In แล้วหล่ะก้อ ต้องดูภาพยนตร์มาก่อนจะ Work สุดๆ เพราะจะทำให้ซึมซาบถึงวัดร้างที่เป็นจุดนัดพบของคู่พระนาง และความเป็นวัดของมหาเถรคันฉ่อง...ถ้าไม่มีพื้นมาก่อน ก็ เหรอๆ ก๊าบๆ ถ่ายรูปไปงั้นๆ  

 

 รถรับ-ส่งข้ามฝากพาพวกเราข้ามฝากมายังกำแพงเมืองหงสาวดีที่อลังการด้วยสิงห์พม่าตัวใหญ่บึ้ม เห็นแล้วเข้าใจว่านี่คือพม่าจริงๆ มองเห็นท้องพระโรงสีหสาสนบัลลังก์  ผู้ใดอยากได้รูปย้อนยุคด้วยการก็สามารถใช้บริการถ่ายภาพได้ มีค่าใช้จ่ายสำหรับค่าชุด แถมด้วยการแต่งหน้าทำผม หากสนใจก็ควรเผื่อเวลาไว้ไม่น้อยกว่า 30 นาที  จุดนี้มีซุ้มจำหน่ายเครื่องดื่ม และข้าวเหนียวเนื้อเค็ม อ๊ะ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปก็มี เผื่อใครหิว

 

ระหว่างที่จะไปท้องพระโรงพระที่นั่งสรรเพชรปราสาท ที่เป็นของฝ่ายอโยธยานั้น จะมีซุ้มให้ยิงปืน...มัน ฮา ขนาดไหนมีภาพมาให้ดูด้วย ยั่งงี้ซิ คุ้มค่าบัตรแม้จะเป็นแค่โรงถ่ายภาพยนตร์ แต่ข้างในพระที่นั่งสรรเพชรปราสาท ก็ทำได้น่าดูมาก

 

เหนื่อยน้อยลงเมื่อมีรถมารับเราไปส่งยังท้องพระโรงเมืองหงสาวดี  ถ้าได้ดูภาพยนตร์จะเห็นว่า แหม้ ทำได้ยังงัยที่ถ่ายออกมาแล้วดูลังการงานสร้างมั่กมาก  ถัดมาเป็นจุดโรงเก็บอุปกรณ์ประกอบ และส่วนจำหน่ายของที่ระลึก เตรียมเงินไว้จ่ายให้ดีเถอะ บางคนในคณะของเราก็ได้ของที่ระลึกติดไม้ติดมือมาบ้าง แต่บางคนก็สร้างความประทับใจไว้ในภาพ ที่เมื่อใดเราเปิดดูเราอดที่จะยิ้มน้อยๆ หรือหัวเราะกว้างๆ ไม่ได้...

  • นี่แหละเสน่ห์ของเมืองกาญจน์ ที่นอกจากจะร่ำรวยธรรมชาติแล้ว ยังมีแหล่งท่องเที่ยวประเภทอื่นๆ ให้เที่ยวชมได้ตามความสนใจ
  • ก่อนกลับคืนสู่ขอนแก่นเราก็แวะซื้อของฝากจากจุดรวมของฝาที่เป็นทางผ่าน...ร้านแก้ว...ที่สาขาท่าม่วง..นอกจากพักรถแล้วยังได้พักท้องด้วยมีศูนย์อาหารด้วย...ประหยัดเวลาการเดินทางได้เยอะทีเดียว ของฝากขึ้นชื่อ ทองม้วน หลากหลายรส วุ้นน้ำมะพร้าว และวุ้นเส้น