ในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นช่วงเวลาของการเดินทางที่วุ่นวายมากของผม ต้องเดินทางไปกรุงเทพฯ ถึงสองครั้งต่อสัปดาห์

การเดินทางบางครั้งเป็นการเดินทางไปอย่างไม่มีจุดหมาย เป็นการเดินทางที่ผมบอกกับตัวเองว่าผมจะมีประโยชน์ต่อโลกนี้มากกว่า หากปล่อยให้ผมได้นั่งทำงานอยู่บนหน้าเครื่องคอมพิวเตอร์

แต่การเดินทางครั้งหนึ่งนั้นกลับทำให้ผมได้พบกับนางฟ้า

ครับ ผมได้พบนางฟ้า

คุณเคยพบนางฟ้าไหมครับ

ผมเคยพบนางฟ้าแล้วครับ

มาถึงวันนี้ผมยืนยันได้แล้ว นางฟ้ามีจริงครับ มีตัวตน สัมผัสได้จับต้องได้ พูดคุยกับเราได้ มีรอยยิ้ม มีเสียงหัวเราะ มีความฝัน ความเจ็บปวด และมีชีวิตเกิดแก่เจ็บตายได้เหมือนเราทุกคน

เหมือนพวกเราทุกคนที่เป็นคนในโลกนี้เป็นอย่างยิ่ง

นางฟ้าผู้อุทิศชีวิตให้แก่ความสุขของเด็กน้อยทุกคนที่กำลังจะเกิดมา ให้เขาได้มีชีวิตที่ดีและมีสุขภาพที่สมบูรณ์ตั้งแต่วันแรกของชีวิต

นางฟ้าที่มอบความสุขให้แก่แม่ผู้มีลูกน้อย ให้ได้สัมผัสถึงความรักอันบริสุทธิ์ที่สุดอันพึงจะมีได้ในโลกนี้

เธอไม่มีปีก เหมือนกับพวกเราทุกคนที่ไม่มีปีก

เธอใช้สองมือ หนึ่งสมอง หนึ่งหัวใจ และใช้เวลาในยี่สิบสี่ชั่วโมงต่อวันของเธอทำภาระกิจของนางฟ้า

......

แม้ในวันที่เธอไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะมาถึงหรือไม่

เธอก็ยังไม่ละทิ้งภาระกิจนั้น

......

ตั้งแต่เด็กจนถึงอายุเท่านี้ พวกเราทุกคนคงจะคิดสงสัยกันอยู่บ้างไม่น้อย

สวรรค์มีจริงหรือไม่?

ภพนี้มีจริง แล้วภพหน้าล่ะ?

แล้วนรกล่ะ มีจริงหรือเปล่า?

เทวดาอยู่ไหน?

พระเจ้าหน้าตาเป็นอย่างไร?

เราเกิดมาทำไม?

ผมเชื่อว่าทุกคนในโลกนี้ต้องเคยถามคำถามกับตัวเองว่า "เราเกิดมาทำไม?"

บางคนได้คำตอบแล้ว บางคนยังเรียนรู้ที่จะค้นหาคำตอบ บางคนหลงลืมที่จะค้นหาคำตอบ บางคนได้รับรู้ถึงคำตอบที่ผ่านมาในชีวิตทุกวัน

ผมเป็นคนพวกสุดท้ายครับ

ทุกวันมีคำตอบผ่านมาในชีวิตผมให้ได้รับรู้และเรียนรู้

คือการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ คือการจัดการความรู้ระดับจิตวิญญาณ

ขอบคุณเทวดาและนางฟ้าทุกท่านที่กรุณาสอนบทเรียนชีวิต และให้คำตอบแก่ผมว่า "ผมเกิดมาทำไม?"