“โตขึ้นอยากเป็นอะไร” คำถามนี้เป็นคำถามที่พ่อแม่ของผมถามผมเป็นประจำสมัยเด็กๆ และคำถามที่ผมตอบกลับไปเสมอก็คือ “อยากเป็นคนรวยคับ”
ตอนเด็กๆผมเป็นคนที่เรียนไม่เก่งเท่าไหร่ หรือพูดอีกอย่างคือ ผมไม่ขยันเรียนและไม่ชอบเรียน ไปโรงเรียนก็ไม่สนใจเรียน เล่นกับเพื่อนไปวันๆ เป็นอย่างนี้มาจนกระทั่งผมอายุ12 ปี ตอนนั้นเรียนอยู่ชั้น ม.1 คุณยายของผมป่วย เข้ารับการรักษาอยู่ที่โรงพยาบาลที่มีชื่อในจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งอาการป่วยของคุณยายผมตอนนั้นเป็นอาการเดียวกับที่คุณตาผมเคยเป็นและรักษาหายมาแล้ว ตอนที่ผมไปเยี่ยมคุณยายนั้น คุณยายของผมไม่สามารถพูดหรือตอบสนองต่อสิ่งใดๆได้อีกต่อไปแล้ว ห้องที่คุณยายผมนอนอยู่เป็นห้องผู้ป่วยรวม ซึ่งจากที่ผมสังเกตส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วยที่จัดได้ว่า อาการหนัก มีผู้ป่วยหลายรายที่อาการคล้ายๆกับคุณยายของผม ในห้องนั้นมีเตียงอยู่ประมาณ 30 เตียง มีผู้ป่วยนอนอยู่ทุกเตียง แต่สิ่งหนึ่งที่ผมไม่เห็นเลยในห้องนี้คือ “หมอ” ตลอดเวลาที่ผมอยู่ในห้องนั้นซึ่งโดยรวมก็ประมาณ 2-3 ชั่วโมงต่อครั้งที่ไปเยี่ยมคุณยายของผม ไม่เห็นว่าจะมีแพทย์ซักคนที่จะมาดูแลหรือตรวจอาการของผู้ป่วยภายในห้องเลยซักคน มีเพียงพยาบาลซึ่งทำเพียงแค่เปลี่ยนสายน้ำเกลือ เคลื่อนย้ายผู้ป่วยเพียงแค่นั้น คุณยายผมเข้าโรงพยาบาลได้ประมาณ 4 วัน พอเข้าวันที่ 5 ชีพจรของคุณยายผมที่ปรากฏในเครื่องวัดเริ่มแผ่วลงๆ ญาติๆผมรีบบอกพยาบาลที่เปลี่ยนสายน้ำเกลือให้คนไข้เตียงใกล้ๆ พยาบาลคนนั้นก็รีบออกไปตามหมอ ประมาณ 5 นาที ก็มีหมอคนหนึ่ง “เดิน” เข้ามาพร้อมกับพยาบาลที่ไปตาม พอหมอมาถึงก็ตรวจคุณยายผม(ซึ่งตอนนั้นผมไม่รู้ว่าหมอตรวจอะไรยังไง)ตรวจอยู่ไม่ถึงนาที หมอก็พูดขึ้นมาว่า “อาการคนไข้ตอนนี้ไม่สามารถรักษาได้แล้วครับ” พูดจบก็เดินออกไปจากห้องเลยไม่มีท่าทีว่าหมอคนเมื่อกี้จะพยายามช่วยชีวิตหรือยื้อชีวิตคุณยายผมเลยซักนิดเดียว อีกไม่กี่ชั่วโมงต่อมาคุณยายของผมก็เสียชีวิตลง ผมถามอยู่ในใจว่า “แล้วเวลา 4 วันที่ยายผมเข้าโรงพยาบาลพวกหมอทำอะไรกันอยู่ ไม่มีหมอซักคนมารักษาหรือแม้แต่ดูอาการ หรือว่าหมอเห็นว่าคุณยายผมอายุมากแล้วก็เลยไม่รักษา?” หลายคำถามเกี่ยวกับหมอเกิดขึ้นในตัวผม และทำให้ผมตัดสินใจได้ว่าคนเมื่อผมโตขึ้น “ผมจะเป็นหมอ และจะเป็นหมอที่ดี จะไม่ยอมให้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับคุณยายผมไปเกิดขึ้นกับญาติพี่น้องของคนอื่น” จากเหตุการณ์นั้นทำให้ผมเริ่มปรับปรุงตนเองจากที่ไม่ขยันเรียน โดดเรียน เกเรไปวันๆ ก็เริ่มสนใจการเรียนขึ้นมาบ้าง ภายใน 6 ปีที่ผมเรียนมัธยม ผมก็สามารถพัฒนาตัวเองในด้านการเรียนได้ จนกระทั่งผมสอบติดและได้เข้ามาเรียนในคณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่นอยู่ทุกวันนี้
ไอซ์ต้องเปนหมอที่ดีแน่นอน
เวลาท้อแท้ หรือเหน็ดเหนื่อยก็เก็บเรื่องนี้มาเป็นแรงผลักดันตัวเองต่อไปนะ
หลายๆคน รอดูความสำเร็จของไอซ์อยู่ รวมถึงยายของไอซ์ด้วยนะ ^^
หวัดดีไอซ์ เค้าฝ้ายเอง ประสบการณ์คล้ายกันเลยนะเรา ^^
เค้าเชื่อว่ามันเป็นแรงผลักดันให้เราเป็นหมอที่ดีได้จริงๆ
หัวอกของคนเป็นญาติน่ะ ก็อยากให้หมอปฏิบัติ อยากให้หมอดูแลญาติเราดีๆ
จบไปแล้วก็เก็บเอาประสบการณ์นี้แหละไปใช้
ทำกับเขาเหมือนที่เราเคยรู้สึกว่าอยากให้เป็น
แล้วก็เชื่อว่าไอซ์ทำได้แน่ๆ สู้ๆนะ
ไอซ์สู้ๆๆๆๆ
เอินเชื่อว่าไอซ์จะต้องเป็นหมอที่ดีได้อย่างแน่นอน
คุณยายเฝ้ามองไอซ์อยู่
เค้าสัญญาอีกคนว่าจะไม่ทำเหมือนที่คุรหมอท่านนั้นทำกับคุณยายไอซ์เด็ดขาด
ว่าแล้วก็คิดถึงย่าเค้าอะ
รู้สึกจะหลงๆลืมๆคล้ายๆอัลไซเมอร์แล้วล่ะ
เค้าเศร้าอะ
อยากให้ย่าอยู่กะเค้านานๆ
จำเค้าได้นานๆ
อย่างน้อยก็เอาปริญญาของหลานสาวไปนอนกอดก็ยังดี
สู้ตายไอซ์
สู้ๆ การเรียนหมอถึงแม้จะหนักกาย
แต่ถ้าเรามีจิตใจที่เแน่วแน่ซะอย่าง..
ความสำเร็จก็อยู่แค่เอื้อม
ไม่มีอะไรยากเกินความสามารถคนเรา...ใช่มั๊ย??
เอาประสบการณ์เป็นแรงผลักดัน
และคอยเตือนตัวเองไม่ให้นอกลู่นอกทาง
เอาใจช่วยนะ...เพื่อนร่วมอุดมการณ์
ขอให้ฝ่าฟันอุปสรรคต่าง ๆ ไปได้เป็นหมอนะ