กลอนหัวเดียว : หนุ่มผมยาวกับสาวตาคม

ดิว :     พบแม่สาวตาคม    นั่งรถกินลมกับผมเอาไหม

 

พันช์ : โอ้! พ่อหนุ่มผมยาว  ผมรุงรังราวฤๅษีชีไพร


ดิว :    ถึงผมพี่ยาวอย่างนี้    แต่ใจพี่ดีอย่าบอกใคร


พันช์ : ผมพี่ยาวอย่างนี้       นานๆ สระทีน้องนี้แน่ใจ

ดิว :    ผมพี่ยาวอย่างนี้      ประหยัดเงินดีใช่มั้ย ๆ


พันช์ :  ผมยาวอย่างนี้    กลัวกลิ่นของพี่จะมากวนใจ


ดิว :    โอ้แม่สาวตาคม    มองเพียงทรงผมก็ใจแคบเกินไป

พันช์ :  แม้มองแต่เพียงภายนอก   ก็พอจะบอกชัดถึงภายใน

ดิว:      ลองคบกับพี่ดูก่อน     ประเดี๋ยวจะอ้อนติดใจ

พันช์  :  อุ๊ย! เค้าไม่กล้าเดินเคียง  ได้โปรดจงเลี่ยงห่างไกล


ดิว :     ผมยาวของพี่สุดเท่    พี่ขอทุ่มเทให้ทั้งหัวใจ (หน่อยน่า...)


พันช์ :   เฮ้อ!  หนุ่มผมยาวมาทำเกเร   มาเดินโซเซวุ่นวายหัวใจ


ดิว :     แหม! เรามันแสนเหมาะสม  กับสาวตาคมเหลือเกินปะไร

พันช์ :  โถ ! เราคงจะขื่นขม    มัวนั่งกินลมกับหนุ่มแมงกะไซค์

ดิว :  ความรักมิใช่ของขม  มันน่าภิรมย์ละเมียดละไม

พันช์ : หรือเราจะลองชื่นชม   คบหนุ่มไว้ผมเดรดล็อคนี้ไว้

 

ดิวและพันช์  :  ความรักของหนุ่มผมยาว  ก็จบเรื่องราวกับสาวตาคมสมใจ

                          ....................
  คำประพันธ์   กลอนหัวเดียว 

        กลอนหัวเดียวเป็นเพลงพื้นบ้านของภาคกลาง ใช้ในการด้นสดในเพลงแหล่  เพลงลำตัด  ฯลฯ  มีสัมผัสระหว่างวรรค  และลักษณะเด่นคือคำท้ายบาท หรือคำสุดท้ายของบรรทัดจะลงด้วยสระเสียงเดียวกันทุกบาท 

        กลอนนี้เหมาะสำหรับให้คุณครูนำไปฝึกนักเรียน เรียนรู้เรื่องของการสัมผัสได้เป็นอย่างดี  ครูภาทิพมีโอกาสได้รับความรู้เรื่องนี้จาก ครูกานต์  ศิวกานต์  ปทุมสูติ  ขอขอบพระคุณมา ณ โอกาสนี้

ศึกษากลอนหัวเดียวเพิ่มเติมที่นี่>>กลอนหัวเดียว

 

ความดีงามใดๆ ของบันทึกนี้ขอมอบเป็นเครื่องบูชาพระคุณของคุณพ่อคุณแม่และครูบาอาจารย์

             HOME   สมุดเยี่ยม