ไม่ว่าเราจะมีอะไร มากน้อยเท่าไร นั้นไม่สำคัญเท่ากับว่า เราได้สร้างหรือใช้สิ่งที่มีอย่างไร

สวัสดีครับ

วันนี้ขอนำเรื่องเล่าจากภาพของผมเอง ในระยะเวลาตลอด 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา ผมไม่ได้โกนหนวดและเคราของผม ทำให้มีนักศึกษา มีคนรู้จักหลายคนทักทาย เช่น ลูกสาวกำลังเป็นสาวใช่หรือไม่? ไม่มีเวลาว่างเลยหรือ? หล่อดีนะ หน้าตาดุจังเลย หรือ หน้าตาเหมือนหนุ่มเกาหลีเลย เป็นต้น ที่ผมไว้หนวดไว้เครา เพราะต้องการดูว่า หากตัวเรามีอะไรที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง? มีอะไรเข้ามาหรือออกไปจากชีวิตบ้าง?

ภาพก่อนและหลังโกนหนวดเครา

สิ่งที่ผมพบ 

1.การดำรงชีวิตของผมไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก เพียงแต่รู้สึกรำคาญบ้าง เพราะบางครั้งหายใจเข้าออกแรง รู้สึกมีอะไรสั่นบริเวณปาก หนวดสั่นเพราะแรงลม เช็ดปากไม่สะดวกเพราะติดหนวด ล้างหน้ารู้สึกมีหนวดทิ่มมือ คันๆบริเวณรอบปาก (เป็นประสบการณ์อีกอย่างหนึ่ง)

2.มีคนทักทาย (เพราะมีการเปลี่ยนแปลงของหน้าตา) นักเรียนกลัว หัวเราะ(เพราะหน้าตาดุ หรือหน้าตาอาจารย์ประหลาดไปจากเดิม) มีหลายคำทักทายที่ผมกล่าวไปแล้ว

3.อื่นๆ ทั่วไปก็ยังปกติ ยังเป็นตัวของตัวเราเอง

สรุป : คนเราและสิ่งรอบตัวเรามีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

เกิดขึ้น คงอยู่ และ ดับไป

หนวดเครางอก ยาวขึ้น และถูกโกนทิ้งไป

การเปลี่ยนแปลงในชีวิตเรา ล้วนเกิดขึ้นจากตัวเราสร้างเองหรือคนอื่นๆมาเกี่ยวข้อง มากันร่วมสร้าง ที่มีทั้งเรื่องที่ดีและไม่ดี

แต่โดยส่วนใหญ่จะเกิดจากการกระทำของตัวเราเอง (อย่าเพิ่งไปโทษคนอื่นๆ)

การเปลี่ยนแปลงบางอย่างในตัวเรา ในร่างกาย ในบุคลิกภาพของเรา ใน...ของเรา (ตอนนี้) อาจส่งผลมากหรือน้อย... ก็ได้

การเปลี่ยนแปลงตนเอง เราควรดึงศักยภาพที่มีอยู่ในตัวของเราออกมาให้มากที่สุด หากเราทำในสิ่งที่ดีๆ เรารู้ เราภูมิใจ เราเป็นสุข และผลที่ตามมา (ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องดี เห็นผลช้าบ้าง  เร็วบ้าง) เช่น

นักเรียน นักศึกษา มีความขยัน อ่านหนังสือ ตั้งใจเรียน ผลที่ได้รับ น่าจะดี ได้ความรู้ ระยะสั้นยาวแตกต่างกัน

เปลี่ยนจากการอ่านแถวหลัง มานั่งแถวหน้า

เปลี่ยนจากลอกการบ้านหรือรายงานคนอื่นๆ เปลี่ยนเป็นทำการบ้านด้วยตนเอง (หากไม่เข้าใจก็ถามเพื่อน อาจารย์ ผู้รู้มากขึ้น ... อย่าพึงเบื่อ) ทำรายงานด้วยตนเอง

ใช้เวลาทบทวน เรียนรู้จากผู้อื่น(ในทางที่ดี ที่ถูก ที่ควร คิด วิเคราะห์ แนวทางของตัวเอง เพื่อการเปลี่ยนแปลงตนเองให้ดีขึ้น

เป็นต้น

ส่วนการกระทำที่ไม่ดีทั้งหลาย ทั้งปวง อาจเกิดผลขึ้นตามมา เร็วหรือช้าแตกต่างกัน ตัวเรารู้ คนอื่นอาจรู้หรืออาจไม่รู้ แต่ผลที่ได้น่าจะเป็น ทุกข์

ผมดูหนังเรื่อง Step up 2 ได้รับข้อคิดจากหนังในคำกล่าวที่ถึงตัวเราเองว่า 

ไม่ว่าเราจะแต่งตัวอย่างไร? จะมาจากไหน? จะกินอะไร? ขอให้เราทำงานด้วยความตั้งใจ รักและชอบที่จะทำ ก็จะเกิดเป็นความสุขได้ 

ไม่ว่าเราจะมีอะไร มากน้อยเท่าไร มันไม่ใช่เรื่องสำคัญ แต่มันสำคัญที่ว่า เราสามารถสร้างหรือนำสิ่งที่มีนั้นๆให้เกิดประโยชน์ มีคุณค่าได้อย่างไร

 

ซึ่งเป็นคำกล่าวของนางเองในเรื่อง ได้กล่าวเมื่อต้องการเข้าร่วมประกวดการเต้นแบบใต้ดินที่ข้างถนน ซึ่งเป็นจุดศูนย์รวมของนักเต้นระดับต่างๆที่ต้องการมาโชว์ มาร่วมสนุกกับการเต้น ซึ่งทีมของนางเองได้ถูกขัดขว้างจากเจ้าถิ่น แต่เมื่อเธอได้กล่าวคำนี้ขึ้นมา ทำให้นักเต้นทั้งหลายยอมรับและโอกาสทีมของเธอได้ลงแข่งและเต้นโชว์ได้ ซึ่งเธอได้แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจ การไม่ยอมแพ้อะไรง่าย ยอมเหนื่อย เพื่อสิ่งที่รัก ที่ชอบ

 

ที่นำเสนอเหล่านี้ เพราะต้องการแสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงต่างๆที่เกิดขึ้นจากตัวเรา จะดี จะชั่ว อยู่ที่ตัวเรา ถ้าเรามีกำลังใจ มั่นใจ ตั้งใจ เชื่อมั่น ย่อมสามารถผ่านอุปสรรค ปัญหาต่างๆนานาไปได้

แต่ถ้าเราอ่อนแอ อ่อนไหว ท้อใจ ขาดกำลังใจ การต่อสู้กับอุปสรรคหรือปัญหา ย่อมเป็นไปด้วยความลำบากและยากที่จะผ่านหรือสำเร็จไปได้

ดังนั้น... อยู่ที่ตัวเราเอง ได้คิด คิดให้ได้ ด้วยสติ ปัญญา ไม่ประมาท ทำก่อนคิด คิดก่อนทำ ทำด้วยใจรัก สนุกกับการทำด้วยการนำสิ่งต่างๆที่มีอยู่ในตัวเราหรือรอบตัวเรามาใช้อย่างคุ้มค่า เกิดประโยชน์ มีคุณค่าต่อชีวิต สังคม และประเทศชาติ...

สำหรับท่านละครับ คิดอย่างไรกับการเปลี่ยนแปลง... ของชีวิต บ้างครับ