ในบรรดาสิ่งทั้งหลายที่คุณมี การศึกษา คือ สิ่งที่เราอยากให้ลูกๆ ของเราที่สุด

.

.

.

"บอกเราที หากมีสิ่งใดที่เราจะทำให้หมู่บ้านของเธอได้

สิ่งนั้นคืออะไร" 

"ด้วยความเคารพ ซาหิบ คุณแทบไม่มีอะไรเสนอเราเลยในแง่ของพละกำลังและความหรหด 

ทั้งเราก็มิได้ริษยาจิตวิญญาณที่ยอมอยู่ินิ่งของคุณ เป็นไปได้ว่าเราอาจจะมีความสุขกว่าคุณ 

แต่เราอยากให้ลูกๆของเราได้ไปโรงเรียน 

ในบรรดาสิ่งทั้งหลายที่คุณมี การศึกษา คือ สิ่งที่เราอยากให้ลูกๆ ของเราที่สุด

บทสนทนาระหว่าง เซอร์ เอ็ดมุนด์ ฮิลรารี่ กับ เออร์เคี่ยน เชอร์ปา 

จาก Schoolhouse in the clounds

 

จาก หนังสือ Three cups of Tea.

เขียนโดย เกร็ก มอร์เทนสัน & เดวิด โอลิเวอร์ เรลิน

แปล คำเมือง

ISBN: 978-616-90025-0-5

 

ชาถ้วยแรกที่ดื่ม...

คุณคือคนแปลกหน้า

 

ชาถ้วยที่สอง...

คุณคือแขก

 

ชาถ้วยที่สาม...

คุณคือครอบครัว และเราตายแทนกันได้

 

หนังสือดี เรียกน้ำตาคนทำงานกับเด็กแบบผมได้ไปถึงสองครั้งสองครา นับแต่อ่านมาจนถึงหน้า 185

ยังอ่านไม่จบ และกำลังอยู่ระหว่างที่อ่านอยู่ ...

 

เจตนา ไม่ได้อยากโฆษณาหนังสือเลย ... แต่ทุกตัวอักษร ที่ร้อยเรียงออกมา มันเขียนจากชีวิตของคนคนหนึ่ง ที่ทุ่มเทนับสิบปี ในการมุ่งมั่นสร้างโรงเรียน จากการโรงเรียนแห่งแรก ให้กับหมู่บ้านเล็กๆ ที่ไม่มีชื่อปรากฎในแผนที่ แต่จิตใจของคนในหมู่บ้านที่ช่วยเหลือนักปีนเขาหลงทางด้วยความโอบอ้อมและเป็นมิตร

 

ตัวอย่างข้อความซาบซึ้ง ที่ผมได้อ่าน

หลังจากเพลงชาติท่อนสุดท้ายจบลง เด็กๆ นั่งล้อมกันเป็นวง

และเริ่มต้นเขียนตารางสูตรคูณ  ส่วนใหญ่ใช้ไม้ที่ถือติดมือมาเพื่อการนี้ ขีดลงบนพื้น

คนที่โชคดีกว่าอย่างจาฮานมีกระดานชนวน และใช้แท่งไม้นี้จุ่มโคลนผสมน้ำเขียนแทนปากกา

"คุณนึกภาพเด็กชั้นเกรดสี่ในอเมริกา อยู่ในห้องเรียนกันตามลำพังโดยไม่มีครู นั่งกันเงียบๆ ทำแบบฝึกหัดไปเรื่อยๆ ออกไหม"

มอร์เทนสันถาม

"ผมรู้สึกเหมือนถูกกระชากหัวใจออกจากอก

เด็กพวกนี้ตั้งใจเด็ดเดี่ยวที่จะเรียน ไม่ว่าอุปสรรคที่กางกั้นพวกเขามันจะยิ่งใหญ่แค่ไหน"  

♠ ♠ ♠ ♠ ♠

ฮาจี อาลี มาหยุดอยู่ที่หน้าอาคารซึ่งทุกคนในหมู่บ้านพยายามอย่างหนักที่จะสร้าง

มันยืนหยัดมั่นคงต่อหน้า เค2 ของคอร์ฟี่ มีผนังหินล้อมรอบที่จะให้ความอุ่นสบาย โบกปูนและทาสีเหลือง

มีประตูไม้หนาที่จะกันความเย็นจากภายนอก

เด็กชาวบ้านคอร์ฟี่จะไม่ต้องคุกเข่าเรียนหนังสือบนดินที่เย็นจนแข็งอีก

"ไม่ต้องเศร้าไป" เขาบอกชาวบ้านที่กำลังหดหู่

"หลังจากที่แกะพวกนั้นถูกฆ่ากินไปเนิ่นนานแล้ว โรงเรียนแห่งนี้ก็จะยังคงอยู่ วันนี้ฮาจี เมธี มีอาหาร แต่บัดนี้ลูกหลานของเราจะมีการศึกษาตลอดไป"

หลังค่ำ ท่ามกลางแสงไฟหรุบหรู่ในบัลติของเขา ฮาจี อาลี กวักมือเรียกมอร์เทนสันให้ไปนั่งข้างๆ 

แล้วหยิบคัมภีร์อัลกุรอานที่สี่มุมยู่ยี่ มีคราบไขมันแต้มเป็นจุด ขึ้นมาส่องกับกองไฟ

"คุณเห็นไหมว่าพระคัมภีร์นี่งดงามแค่ไหน" เขาถาม

"ครับ"

"ผมอ่านไม่ออก" นูร์มาธาร์บอก

"ผมอ่านหนังสือไม่ออกสักตัว นี่เป็นความเสียใจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตผม

ผมจะทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้ลูกหลานในหมู่บ้านของผมต้องรับรู้ความรู้สึกอย่างเดียวกันนี้

ผมยอมอะไรก็ได้เพื่อให้เด็กๆ มีการศึกษาตามที่พวกเขาสมควรจะมี"

♠ ♠ ♠ ♠ ♠

เรื่องราวของหนุ่มอเมริกัน นักปีนเขา ที่ทำเรื่องราวดีๆ จนไม่อยากเล่าต่อในบลอก หรือหากจะเอามาแบ่งปัน ก็อาจจะกระท่อนกระแท่นซะจนอยากให้คนที่ผ่านมาและมีโอกาสได้อ่านบันทึกนี้ ไปหาหนังสือเล่มนั้นมาอ่านกันทุกๆ คน 

ราคา 350 บาทตอนนี้ ผมอ่านร้อยกว่าหน้า คุ้มจนเกินคุ้มแล้ว

และเชื่ออย่างยิ่งว่า เมื่ออ่านจบ ผมคงคิดได้แค่เพียงว่า "ผมดีใจที่ตัดสินใจซื้อหนังสือเล่มนี้มา

แม้ว่าในตอนนี้ผมจะเหลือเงินติดกระเป๋ากินข้าว ไปได้อีกแค่ไม่กี่วัน"

 

บางส่วนจากคำนิยม

"การต่อสู้กับการก่อการร้าย เราอยู่บนพื้นฐานของความกลัว แต่การสร้างสันติภาพ

เราอยู่บนพื้นฐานของความหวัง ศัตรูที่เลวร้ายที่สุดของสันติภาพ คือการไม่รู้

เพราะการไม่รู้ทำให้เกิดการเกลียดชัง" ABC News

 

"เป็นหนังสือที่เปลี่ยนแนวคิดของคนว่า เราจะเปลี่ยนแปลงโลกนี้ได้อย่างไร?" NBC

 

 

อยากรู้ว่า หนังสือเล่มนี้ ดีอย่างไร ลองไปหามาอ่านกันเด้อ