ในขณะที่งานยุ่งๆ แต่ผมกลับสามารถหลับตั้งแต่สองทุ่มครึ่งติดต่อกันมาได้สองสามคืนแล้วครับ ไม่ได้ตั้งใจจะนอนหลับครับ แต่มันหลับไปเฉยๆ (ฮิฮิ) คืนนี้เลยต้องเริ่มต้นการทำงานด้วยกาแฟเสียก่อน หลังจากที่อดกาแฟได้อย่างมีนัยสำคัญมาเกือบสองอาทิตย์แล้ว ที่สำคัญเฉพาะวันนี้สองแก้วไปแล้วครับ (ฮือ จำเป็นต้องลืมคำว่า "ภาวะเสี่ยง" ไปก่อน เพราะงานไม่เดินจริงๆ)
ช่วงเช้าวันนี้ตั้งใจว่าจะเอางานเรียนไปนั่งทำที่ห้องทำงานครับ (ที่บ้านไม่ได้ทำแน่ๆ) แต่สุดท้ายก็ไม่ได้หยิบงานมาทำอย่างตั้งใจครับ เพราะเมื่อเช็คเมลดู ปรากฏเจอแต่เมลของนักศึกษาถามว่า ทำไมส่งงานตั้งนานแล้ว ใน visual class จึงยังไม่มีคะแนนสักที บางคนก็บอกว่า ทำไมข้อเสนอแนะของอาจารย์ไม่เปลี่ยนสักที ส่งงานมาใหม่ตั้งนานแล้ว (ฮิฮิ ตอนนี้ตรวจงานได้เฉพาะงานปัจจุบันครับ งานเก่า งานส่งช้า ไม่มีเวลาย้อนกลับไปตรวจใหม่) บ้างก็เมลมาถามว่า ทำไมคะแนนสูง แต่เกรดไม่เป็นไปตามเกณฑ์ โอ้ อันนี้เรื่องใหญ่ครับ เลยต้องเช็คใหม่ยกชั้น (ตรวจงานได้สักพัก หัวหน้าสาขาวิชาก็มานั่งคุยงานด้วยครับ สรุปได้ว่า อย่าหวังเลยว่าจะสามารถมาคอรัปชั่นเวลาทำงานได้ ฮิฮิ)
ก่อนพักเที่ยงก็ได้รับแจ้งว่า ช่วงบ่ายจะมีประชุมสรุปการเตรียมความพร้อมสำหรับงานวันพรุ่งนี้ ออ. พรุ่งนี้งานใหญ่ครับ เปิดอาคารคณะศึกษาศาสตร์ (เปิดเฉพาะอาคารคณะครับ ส่วนคณะศึกษาศาสตร์ ต้องร้องเพลงรอไปก่อน) และการสัมมนา (นานาชาติ) ผมเป็นหนึ่งในคณะกรรมการดำเนินงานที่ท่านตั้งโดยที่ไม่ต้องรับผิดชอบอะไรครับ แค่ขอให้เข้าประชุม แต่สุดท้ายผมก็เข้าได้แค่ครั้งแรกและครั้งนี้ซึ่งเป็นครั้งสุดท้ายของการเตรียมงาน ฮิฮิ (ก็งานมันยุ่งอิรุงตุงนังไปหมดครับ)
รอบนี้มีความรู้จากการประชุมในช่วงแรกครับ เนื่องจากท่านประธานคณะกรรมการดำเนินงาน คือ รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ ท่านตรวจสอบการแปลคำกล่าวต้อนรับ ปรากฏว่า มีการแปลคำที่ล่อแหลมกับการตั้งภาคี อันนี้เรื่องใหญ่ครับ กระทบต่อการศรัทธาในศาสนา ความจริงมันเป็นปัญหาเรื่องของธรรมชาติของการใช้ภาษาไทยเท่านั้นเองครับ แต่นักวิชาการต้องระวังการใช้คำพูด
คำที่ว่า คือการกล่าวขอบคุณผู้บริจาคเงินสร้างอาคารศึกษาศาสตร์ครับ คือ โดยปกติการกล่าวขอบคุณต้องขอบคุณอัลลอฮ์ก่อน จากนั้นจึงขอบคุณคนบริจาค (หรืออื่นๆ) แต่ในภาษาอาหรับหลังจากการขอบคุณอัลลอฮ์แล้ว จะใช้คำว่า (بعد) แปลตามตัวคือ หลังจากนั้น
อ่านแล้วอาจจะงง ผมขอเอาคำแปลมาเป็นตัวอย่างเลยแล้วกันครับ เวลาขอบคุณ แนวปฏิบัติคือ "ฉันขอบคุณอัลลอฮ์ หลังจากนั้น ฉันขอขอบคุณ......." ถ้าฟังตามแนวภาษาไทย ผมว่ามันทะแม่งๆ อยู่ครับ เรามักจะได้ยินคนพูดว่า "ฉันขอขอบคุณ....และ(ขอขอบคุณ)......" เรามักจะต่อคนที่เราขอบคุณไปเลย ซึ่งอันนี้ตามหลักการอิสลามแล้ว ไม่ได้ครับ จะไปขอบคุณพร้อมพระเจ้าได้งัย ถือเป็นการตั้งภาคีครับ
เรื่องนี้ทำให้ผมนึกถึงวิทยานิพนธ์ของผมครับ ตอนนั้นถ้าจำไม่ผิด ผมจะขอบคุณอัลลอฮ์ไว้หนึ่งบรรทัดเลย ส่วนที่เป็นผู้มีคุณอื่นๆ ก็จะอยู่อีกย่อหน้าหนึ่งไปเลย แต่ต้องบอกว่า อันนี้ทำไปโดยยังไม่รู้หลักการข้อนี้ที่เพิ่งได้ยินจากท่านรองอธิการฯ อธิบายให้ฟังนี้แหละครับ เอ๋. น่าจะใช้คำว่า "ถัดไป" ก็น่าจะสวยในครับในภาษาไทย
ในภาษาไทยมีประเพณีการพูดหลายอย่างที่เป็นที่ต้องห้ามสำหรับมุสลิมครับ เอาง่ายๆ คำว่า "นมัสการ..." สำหรับผู้บรรยายที่เมื่อมีผู้ฟังเป็นพระภิกษุ คำนี้ชัดเจนครับว่า ต้องห้ามแน่นอนสำหรับมุสลิม เนื่องจากความหมายชัดเจนจากพจนานุกรมคือ "การแสดงความอ่อนน้อมด้วยการกราบไหว้" การแสดงความอ่อนน้อมไม่มีปัญหาครับแต่กรรมวิธีที่ใช้คือการกราบไหว้ อันนี้ในอิสลามห้ามมุสลิมกราบไหว้ทุกสิ่งทุกอย่างครับ ยกเว้นพระเจ้าอย่างเดียว และการ "กราบไหว้" กินความหมายทุกมิติครับ ทั้งการกระทำ วาจาและใจ แค่พูดว่า กราบใคร ก็ผิดแล้วครับ
ประเด็นนี้คงต้องเป็นเรื่องของการเรียนรู้ระหว่างวัฒนธรรมนะครับ อย่าสงสัยว่าทำไมผมและหลายๆ คนที่เป็นมุสลิมไม่ใช้คำนี้เวลาขึ้นเวทีบรรยายในขณะที่มีพระภิกษุร่วมรับฟังด้วย (สัปดาห์หน้า ผมก็มีคิวบรรยายพร้อมกับพระภิกษุอีกครั้งหนึ่งครับ) เพราะเรื่องนี้มันอลุ่มอล่วยกันไม่ได้ครับ หลักใหญ่หลักสำคัญของอิสลามเลย
ส่วนชื่อบันทึกวันนี้เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่น่าสนใจ ความจริงเป็นเรื่องที่ได้ข้อสรุปไปแล้วตั้งแต่การประชุมครั้งก่อนกระโน้นที่ผมไม่ได้เข้าครับ อันเนื่องจากการหาคนมาเป็นผู้ดำเนินการเสวนาในการอภิปรายช่วงบ่ายของการสัมมนาครับ มีข้อเสนอให้เชิญท่านผู้ทรงคุณวุฒิจากภายนอก ซึ่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหนครับ คนกันเองทั้งนั้น ปรากฏว่ามีกรรมการในทีประชุมไม่เห็นด้วย บอกว่า เป็นคนนอก อยากได้คนใน โดยส่วนตัวตั้งแต่ได้ยินคำพูดนี้ อันเนื่องจากมีคนมาเล่าให้ฟัง ก็ไม่เห็นด้วยแล้วครับ แต่คิดว่าเมื่อเป็นมติตามนั่นไปแล้ว ก็ไม่เหมาะที่จะให้คนขาดประชุมอย่างผมไปหยิบเอามาคุยใหม่ในวันนี้
แต่แล้วคนที่ต้องการให้ทบทวนมตินี้คือ ท่านประธานเองครับ ท่านก็หยิบเอาคำพูดนี้มาย้ำ เหมือนจะถามความเห็นว่า ยังเห็นด้วยยังนั้นอีกหรือเปล่า ฮือ เปิดโอกาสขนาดนี้ มีหรือผมจะไม่พูดอะไร ฮิฮิ ประการที่หนึ่งคือ สถาบันอุดมศึกษาในยุคปัจจุบัน ถ้าไม่พูดถึงเครือข่าย ก็ตกยุคละครับ อยู่ได้อย่างไร? การเชิญคนนอกมาร่วมงานในลักษณะนี้เป็นการสร้างเครือข่ายที่ดีมากๆ ครับ ที่สำคัญในเวทีนี้เราก็มีตัวแทนของมหาวิทยาลัยร่วมนำเสนอบทความด้วยแล้ว
ประการต่อมา (อันนี้กรรมการท่านอื่นร่วมนำเสนอ) คือ คนนอกที่ว่านะ ทำมาช่วยงานเรายิ่งกว่าคนในเสียอีก ช่วยมาตั้งแต่เริ่มก่อนตั้งวิทยาลัยด้วยซ้ำไป ประเด็นนี้น่าสนใจครับ ผมบอกได้เลยว่า มหาวิทยาลัยนี้อยู่ได้มาถึงบัดนี้ได้ ต้องขอบคุณนักวิชาการ อาจารย์หลายมหาวิทยาลัยมากครับที่มาช่วย ตัวอย่างง่ายๆ ที่ผมสัมผัสมาด้วยตัวเอง คือ สาขาวิชาชีพครู ก็ ผศ.ดร.อิบราเฮ็ม ณรงค์รักษาเขต ผศ.จีระพันธ์ เดมะ มาร่วมร่างหลักสูตรตั้งแต่ต้นเลย สาขาวิทยาการคอมฯ อาจารย์จาก มอ. จาก มวล.แวะเวียนมานั่งประชุม ผลักดันจนตั้งสาขาได้
ที่สำคัญตั้งแต่ไหนแต่ไรมา เราไม่เคยได้รับคำปฏิเสธจากอาจารย์ในมหาวิทยาลัยอื่นๆ เลย เมื่อเราขอความช่วยเหลือ เขาคือเพื่อนคือญาติของเราจริงๆ ครับ บางคนยังพูดเลยว่า ถ้าทางมหาวิทยาลัยเรายอมจ่ายค่าเสียหาย (จำไม่ได้ว่าเขาเรียกว่าอะไร) ให้กับมหาวิทยาลัยต้นสังกัด เขาจะยอมลาออกมาอยู่กับเรา โดยมาเริ่มเงินเดือนใหม่ ไม่นับต่อจากมหาวิทยาลัยเดิมเลย ฮือ ขนาดนี้จะว่าเขาเป็นคนนอกอีกหรือนี่
บ่นแค่นี้พอแล้วนะครับ (เยอะแล้วละ)
อัสลามุอะลัยกุมค่ะ
รู้จัก มอย. มากขึ้นจากบล็อกอาจารย์จารุวัจน์นี่แหละค่ะ เหอๆๆๆ ชุกรอนสำหรับการบ่นอย่างมีสาระเสมอๆ อ่านเพลินดีค่ะ
วาอาลัยกุมุสลามครับอาจารย์ ครูต่างถิ่น
สวัสดีค่ะ
รักษาสุขภาพด้วยกาแฟสุขภาพนะคะ
ครับเราอยู่ในวัฒนธรรมที่แตกต่างก็ต้องเอื้อต่อกัน อะไรที่เราทำร่วมกันได้ก็ทำ อะไรที่ทำกันไม่ได้ก็น่าจะยอม สังคมถึงจะสันติ
ส่วนเรื่องคนนอกคนใน อาจารย์บาง่านแม้จะอยู่มหาลัยอื่น ผมก็ยังรู้สึกว่าเขาก็เป็นคนเรา เป็นสมาชิกของเรา ไม่อยากแยกเลย แยกไปเหมือนแยกคณะ แยกสาขาวิชาเท่านั้นเอง
ถ้ารู้จักแบบร้าวระทม อย่างอาจารย์ ครูต่างถิ่น ว่า
ผมคงต้องเปลี่ยน "สัญญาอนุญาต" เป็น สงวนสิทธิ์ทุกประการแล้วครับ ไม่งั้นมีคนฟ้องร้องผมแน่ๆ
ขอบคุณครับพี่ pa_daeng [มณีแดง คนสวย แซ่เฮ]
ลองมาหลายแบบแล้วครับ ไม่มีคาเฟอีน แบบผสมเห็ดลินจือ อารมณ์การดื่มไม่เหมือนกันเลยครับ ยิ่งอย่างหลัง ดื่มทีไรท้องเสียทุกทีไป
ขอบคุณครับอาจารย์ Ibm ครูปอเนาะ ڬوروفوندق
มันเป็นความผูกพันด้วยศรัทธาและการทำเมื่อสังคมครับ จนแยกไม่ออกว่า เขาหรือเรา
จะตอบตั้งแต่เมื่อคืนแต่ไม่ไหวครับ...โดญส่วนตัวแล้วผมคิดว่าเราเป็นส่วนหนึ่งของสังคมครับเพราะฉะนั้นการที่เราทำกันอยู่ทุกวันนี้เพราะเราไม่ได้แยกไงครับ แต่พอมองอีกด้านบางครั้งเรามองไม่เห็นสังคม อันนี้น่าเป็นห่วงสำหรับที่นี่ในบาง...วัลลอฮฺอะลัม
พูดมากก็ลำบากครับ(เคยโดนแล้วครับ)...ช่วงหลังเลยไม่ค่อยได้พูด (เลือกพูดกับบางท่านดีกว่าครับ)
ขออัลลอฮฺคุ้มครองและตอบแทนครับ
มาชม
จิตใจคนเรา บางครั้งผมว่าเงินซื้อไม่ได้นะครับ
อิ อิ อิ
ขอบคุณครับอาจารย์ เสียงเล็กๆ
ไม่ว่าอยู่ไหน สังกัดอะไร ภารกิจเดียวกันครับ จะไปแบ่งไปแยกทำไม
ขอบคุณครับท่านอาจารย์ umi
เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งครับ ยกเว้นที่ใช้คำว่า บางครั้ง ดูน้อยไปนิดหนึ่งครับ ฮิฮิ