คนที่ตายแล้ว คือ? คนที่เป็นอยู่ คือ คนที่คาดหวังเชิงบวก อย่างพอดี ๆ ปรับปรุงความคาดหวังนั้นด้วยปัญญาอย่างสม่ำเสมอ และพยายามอยู่อย่างต่อเนื่องที่จะบรรลุความคาดหวังนั้น โดยเฉพาะด้วยตนเอง หากจะมีพลังเหลือบ้างก็ช่วยไปสานฝันให้ความคาดหวังคนอื่นในสังคม ได้สมประสงค์

     “คนเราอยู่อย่างไม่มีความหวัง ก็คือตาย คนที่ตายแล้วไร้ซึ่งความหวัง” เป็นคำกล่าวของ อ.แก้วสรร อติโพธิ อดีต สว. กทม. อาจารย์ได้พูดในการนำอภิปรายหัวข้อ “ทำไมต้องปฏิรูปการเมือง: กรณีศึกษา ระบอบทักษิณ เมื่อวันที่ 9 พ.ค. 2549 ที่ผ่านมา ณ เวทีสาธารณะ การปฏิรูปการเมืองกับบทบาทเครือข่ายวิชาชีพสุขภาพ

     อาจารย์ได้ขยายความเรื่องนี้ไปอีกเยอะ ผมจับประเด็นได้ก็นำมาเล่าไว้ หากจะเสริม ๆ เข้าไปก็คงนัยยะที่อาจารย์ได้กล่าวไว้ เช่นเดิม เช่นที่ว่า หากเรายังอยู่ตัวเป็น ๆ เราจะอยู่อย่างคนตาย หรือคนเป็น ผมขอขยายต่อว่า “หากไม่หวังอะไรแล้ว ก็เป็นคนตาย การไม่หวังอะไรเลย ใช่ว่าพอเพียง เพราะพอเพียงก็ยังมีอหวัง หวังว่าชีวิตจะดีเช่นนี้ตลอดไป นี่ก็เป็นพอเพียง”

     ผมขอขยายต่อว่า “การเมืองเป็นเรื่องของความหวัง เพราะเราฝากความหวังไว้กับนักการเมืองในแต่ละระดับ การเมืองในยุคปัจุบัน เรานึกถึงแต่ระบบการตัวแทน เราต้องพยายามผลักดันความหวังให้เป็นจริงด้วยการเมืองภาคประชาชนด้วย อย่าปล่อยให้การเมืองตัวแทนฝ่ายเดียว เพราะเมื่อเราให้ความหวังเราไปแล้ว พวกนี้จะเหลิง ใช้ความหวังที่เราฝากไปให้ตามอำเภอใจ เอาตามผลประโยชน์ที่มาล่อ”

     คนที่ตายแล้วของผมนอกจากที่ อ.แก้วสรร กล่าวแล้ว คือไม่มีความหวังอะไรเลย ผมว่าคนที่มีความหวัง แต่ไม่ต่อสู่อะไรเลย เพื่อความสมหวังนั้น ก็เป็นอีกอย่างหนึ่งของคนที่ตายแล้ว หรืออีกประเด็นคือ คนที่หวังอย่างล่องลอย หวังเชิงลบ นี่ก็เป็นคนที่ตายแล้ว

     คนที่เป็นอยู่ คือ คนที่คาดหวังเชิงบวก อย่างพอดี ๆ ปรับปรุงความคาดหวังนั้นด้วยปัญญาอย่างสม่ำเสมอ และพยายามอยู่อย่างต่อเนื่องที่จะบรรลุความคาดหวังนั้น โดยเฉพาะด้วยตนเอง หากจะมีพลังเหลือบ้างก็ช่วยไปสานฝันให้ความคาดหวังคนอื่นในสังคม ได้สมประสงค์ สุขร่วมกัน เพราะสุขเป็นสิ่งไม่จำกัด ร่วมเสพกันได้โดยไม่สิ้นเปลือง