GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

คนที่ตายแล้ว

คนที่ตายแล้ว คือ? คนที่เป็นอยู่ คือ คนที่คาดหวังเชิงบวก อย่างพอดี ๆ ปรับปรุงความคาดหวังนั้นด้วยปัญญาอย่างสม่ำเสมอ และพยายามอยู่อย่างต่อเนื่องที่จะบรรลุความคาดหวังนั้น โดยเฉพาะด้วยตนเอง หากจะมีพลังเหลือบ้างก็ช่วยไปสานฝันให้ความคาดหวังคนอื่นในสังคม ได้สมประสงค์

     “คนเราอยู่อย่างไม่มีความหวัง ก็คือตาย คนที่ตายแล้วไร้ซึ่งความหวัง” เป็นคำกล่าวของ อ.แก้วสรร อติโพธิ อดีต สว. กทม. อาจารย์ได้พูดในการนำอภิปรายหัวข้อ “ทำไมต้องปฏิรูปการเมือง: กรณีศึกษา ระบอบทักษิณ เมื่อวันที่ 9 พ.ค. 2549 ที่ผ่านมา ณ เวทีสาธารณะ การปฏิรูปการเมืองกับบทบาทเครือข่ายวิชาชีพสุขภาพ

     อาจารย์ได้ขยายความเรื่องนี้ไปอีกเยอะ ผมจับประเด็นได้ก็นำมาเล่าไว้ หากจะเสริม ๆ เข้าไปก็คงนัยยะที่อาจารย์ได้กล่าวไว้ เช่นเดิม เช่นที่ว่า หากเรายังอยู่ตัวเป็น ๆ เราจะอยู่อย่างคนตาย หรือคนเป็น ผมขอขยายต่อว่า “หากไม่หวังอะไรแล้ว ก็เป็นคนตาย การไม่หวังอะไรเลย ใช่ว่าพอเพียง เพราะพอเพียงก็ยังมีอหวัง หวังว่าชีวิตจะดีเช่นนี้ตลอดไป นี่ก็เป็นพอเพียง”

     ผมขอขยายต่อว่า “การเมืองเป็นเรื่องของความหวัง เพราะเราฝากความหวังไว้กับนักการเมืองในแต่ละระดับ การเมืองในยุคปัจุบัน เรานึกถึงแต่ระบบการตัวแทน เราต้องพยายามผลักดันความหวังให้เป็นจริงด้วยการเมืองภาคประชาชนด้วย อย่าปล่อยให้การเมืองตัวแทนฝ่ายเดียว เพราะเมื่อเราให้ความหวังเราไปแล้ว พวกนี้จะเหลิง ใช้ความหวังที่เราฝากไปให้ตามอำเภอใจ เอาตามผลประโยชน์ที่มาล่อ”

     คนที่ตายแล้วของผมนอกจากที่ อ.แก้วสรร กล่าวแล้ว คือไม่มีความหวังอะไรเลย ผมว่าคนที่มีความหวัง แต่ไม่ต่อสู่อะไรเลย เพื่อความสมหวังนั้น ก็เป็นอีกอย่างหนึ่งของคนที่ตายแล้ว หรืออีกประเด็นคือ คนที่หวังอย่างล่องลอย หวังเชิงลบ นี่ก็เป็นคนที่ตายแล้ว

     คนที่เป็นอยู่ คือ คนที่คาดหวังเชิงบวก อย่างพอดี ๆ ปรับปรุงความคาดหวังนั้นด้วยปัญญาอย่างสม่ำเสมอ และพยายามอยู่อย่างต่อเนื่องที่จะบรรลุความคาดหวังนั้น โดยเฉพาะด้วยตนเอง หากจะมีพลังเหลือบ้างก็ช่วยไปสานฝันให้ความคาดหวังคนอื่นในสังคม ได้สมประสงค์ สุขร่วมกัน เพราะสุขเป็นสิ่งไม่จำกัด ร่วมเสพกันได้โดยไม่สิ้นเปลือง

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): uncategorized
หมายเลขบันทึก: 28015
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 17
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (17)

จ๊ะเอ๋!!!  คนนี้ที่ยังไม่ตาย (แต่ไม่ใช่ตัวเป็นเป็น) แวะมาทักทาย "ด้วยความคิดถึง" จ๊ะอึ๊ย!!!

อ่านคำสัมภาษณ์ "ลีซอ" นักบอลดาวรุ่งยิงสามประตูชัย เอาไทยได้แชมป์ จากหนังสือ Lips (ของคุณศักดิ์ชัย กาย ฉบับต้นปีนี้)

เด็กหนุ่มอายุ 21 ปี บอกว่า "ฝันให้ไกลไปให้ถึง ถ้าไม่ถึงก็ไม่เป็นไรเพราะได้ลองทำแล้ว"

ในพื้นทีจำกัดขององค์กร คนที่เป็น Dead wood จะไม่สามารถอยู่ได้ แต่องค์กรจะทิ้ง Dead wood ที่เคยมีประโยชน์หรือไม่ อยู่ว่าองค์กรหวังอะไรด้วย

     "คนที่เป็นอยู่ คือ คนที่คาดหวังเชิงบวก อย่างพอดี ๆ" ที่คุณชายขอบบันทึกไว้ ผมเห็นด้วยครับ เพราะคนส่วนใหญ่มักอ้างว่า "ขอเป็นกลาง" ไม่เข้าข้างใด ไม่ว่า ดี-ชั่ว , มาก-น้อย เป็นต้น แต่แท้จริงแล้ว "กลาง" นั้นคือ "ความดี , ความถูกต้อง หรือเชิงบวก" เช่นคุณชายขอบกล่าวถึงครับ หาใช่..ไม่ดี/ไม่ชั่ว ,ไม่บวก/ไม่ลบ..ไม่  เพราะอย่างน้อย..เราก็ไม่ได้คิดเพียงเพื่อตัวเองเพียงฝ่ายเดียว

คุณ Vij ครับ

     "จ๊ะเอ๋!!!" ทำให้นึกถึงตอนเด็ก ๆ ที่เคยเล่นเข้หยบ (ซ่อนหา) เวลาคนที่หาปิดตา คนแอบกำลังหาที่ซ่อน อยู่ ๆ คนที่หามาเจอเราทางหลัง แล้วก็พูดว่า...
     "จ๊ะอึ๊ย!!!" เป็นเกมส์ข้างต้นเหมือนกัน แต่คนซ่อนเผอิญไปเจอกันเองโดยไม่ตั้งใจในที่ซ่อนที่เดียวกัน เลยอุทานว่า "จ๊ะอึ๊ย!!!" 
     เล่นเหมือนกันไหมครับ คนละจังหวัดกัน ลปรร.กันต่อได้ก็จะดีนะ เพราะจะเป็นประโยชน์ต่อไปได้ (ทุกวันนี้เด็กเขาเล่นเกมส์คอมฯ กันหมดแล้ว)

คุณไร้นาม

     องค์กรไม่ควรจะทอดทิ้งครับ สำหรับ Dead Wood เพราะจะทำให้ทัศนคติของพนักงานในองค์กรอื่น ๆ เสียกำลังใจ ในขณะเดียวกันก็ต้องดำเนินการกับเขาเหล่านั้นให้เหมาะสม เช่น การเล่าเรื่อง/ถ่ายทอด Tacit K. ออกมาอย่างภาคภูมิใจ เป็นต้น ไม่เช่นนั้นพนักงาน ก็จะเปรียบเทียบและสูญเสียกำลังใจได้เช่นกันครับ (ดูซีเรียส ๆ ไปไหมครับ)

คุณวีระยุทธ (สิงห์ป่าสัก)

     "สายกลาง" คือ"ความดี , ความถูกต้อง หรือเชิงบวก" ผม get อะไรได้หลายอย่างเลยครับ มากต่อมาก ที่อ้างสายกลางแล้วเป็นเหมือน "คนที่ตายแล้ว" ผมก็ว่างั้นนะ หรือว่าไง

อ่านแล้วนิ่งคิดอยู่หลายครั้ง หลายคราเหมือนนั่งพิจารณาถึงสิ่งที่ผู้บันทึกสื่อและบอกเล่า “คนเราอยู่อย่างไม่มีความหวัง ก็คือตาย คนที่ตายแล้วไร้ซึ่งความหวัง” ..."ความหวังในชีวิต" นี่แหละคือสิ่งที่มนุษย์พึงกระทำและทำกับตน แม้ว่าคนคนนั้นจะมีเรื่องราวต่างๆมากมายเข้ามาในชีวิต แต่หากเมื่อใดที่มองปัญหาว่าไม่เป็นปัญหา และนำตนพยายามก้าวผ่านเรื่องร้ายนั้นในชีวิตได้...อย่างมีความหวังและพลังใจที่ก่อเกิดในจิตใจ ว่าทุกอย่างมีทางออกและชีวิตนี้เลือกได้..

พี่แอ๊ด (ขจิต)

     ขอบคุณมากครับ ผมจะนำไปบอกฝากเดม ได้ความว่าอย่างไรแล้วจะแจ้งให้ทราบนะครับ
     คุณขจิตรู้จัก "เข้หยบ" "จับบอก-จับโผง กับ ลูกพลับพลา" ผมรู้สึกดีจังครับ อยากอนุรักษ์ เพราะทุกวันนี้เด็กไม่รู้จักกันแล้วครับ

คุณชายขอบ

      ใช่แล้วครับ คนที่อ้างว่าสายกลางแต่เป็นเหมือน"คนที่ตายแล้ว" ในความหมายของคุณชายขอบ ผมขอใช้คำว่า "ทำตัวไร้ซึ่งคุณค่า" 
     เพราะทุกชีวิตมีหน้าที่ "แต่เขายังไม่ได้ทำหน้าที่อย่างสมบูรณ์แบบ" มองสิ่งที่จะต้องปกป้องแก้ไขภัยพิบัติแห่งสังคมส่วนรวมแบบ "ธุระไม่ใช่" ...แต่มีสุขขอร่วมเสพ(ก่อน)..หากมีภัยหลีกลี้สาบสูญ...

  • ผมเรียนอยู่ที่สงขลา 4 ปีนะครับ
  • อยากให้เด็กๆไทยรู้การละเล่นเดิมๆนะครับ ช่วยกันอนุรักษ์ได้จะดีมากเลยครับ

Dr.Ka-poom

     "ความหวัง" เป็นเรื่องของคน ตัวเป็น ๆ แต่ต้องใช้ปัญญาในการตั้งความหวัง และจัดการกับความหวัง เพื่อให้สิ่งที่หวังเป็นจริงได้ อยู่บนโลกของความจริง และเป็นความจริง...ขอให้กำลังใจในปฏิมากรรมที่กำลังบรรจงสร้าง

คุณวีระยุทธ (สิงห์ป่าสัก) 2

     "ธุระไม่ใช่" ...แต่มีสุขขอร่วมเสพ(ก่อน) ...หากมีภัยหลีกลี้สาบสูญ ...เมื่อหมดภัยก็โผล่มา น่ากลัว ๆ ครับ

พี่แอ๊ด (ขจิต) 2

     ที่สงขลาคงมีอะไรให้จดจำเยอะใช่ไหมครับ หากลงมาทางใต้ (ก่อนไปยะลา) แวะพัทลุงอีกทีนะครับ จะรอต้อนรับครับ

ชะแว๊บ!!! แอบปิ๊ง!!!

แว่ว ๆ ว่าใครจะมายะลา แว๊ะซื้อลูกขลบมาฝาก "vij" ด้วยน่ะค่ะ

     คิดว่าคุณขจิต จะแวะไป แต่ก็อดเป็นห่วงไม่ได้ เลยว่าจะขอให้แวะพัทลุงก่อน จะได้มอบให้ผ้ายันต์กัน...เบิด
     ส่วนลูกขลบยังพอหาได้ แล้วจะฝากรถรางเที่ยวเช้า (พัทลุง-ยะลา) ให้มารอรับเอาที่ 'ถานีรถไฟ จะถึงไปประมาณ เที่ยง ๆ
  • ถ้าไปจะแวะพัทลุงครับ
  • คงหาผ้ายันต์แถววัดคูหาฯ
  • ลูกขลบสบายมากที่ภาคกลางแยะครับคุณชายขอบ
  • อยากได้ลูกเนียง หัวครกมากกว่า...ยิ้มมากๆ