เมื่อวานนี้ นักเรียนต่างพากันซื้อแว่นตาพิเศษ เพื่อการชมตะวันถูกดวงจันทร์บดบัง แต่ก็มองไม่ไหนเพราะ ฟ้าปิด มีฝนด้วย เมื่อมาถึงตอนเย็น ก็มาพบกับพ่อบ้านที่มีอาการเหมือนคนเซ่อขี้ตา หรือ อาการของคนนอนตอนเย็น อาการนี้เกิดขึ้นบ่อยๆๆ กับคนที่เหนื่อยมากและต้องการนอนพักตอนเย็น แต่มาตื่นตอนหัวค่ำ โพล้เพล้ คิดว่า.....เป็นวันใหม่ สำหรับที่บ้านครูอ้อยช่างเป็นเรื่องที่น่าขำ......โบราณเรียกว่า ตะวันเหยียบตา..... ***** ***** เมื่อครั้งที่ครูอ้อยยังเป็นเด็ก เรียนอยู่ชั้นมศ.5 ครูอ้อยต้องตื่นแต่เช้ามืด เดินทางไปโรงเรียนที่จังหวัดนนทบุรี เมื่อก่อนนี้ ถนนไม่ได้กว้างขวาง และไม่มีรถมากมาย ครูอ้อยต้องนั่งรถไปโรงเรียนถึง 3 ต่อ กว่าจะถึงโรงเรียนก็เหนื่อยล้า ยิ่งตอนเย็นก็ไม่ต้องพูดเลย.....เหนื่อยมากๆๆ ดังนั้น ครูอ้อยจึงนอนทั้งเครื่องแบบนักเรียน เมื่อกลับมาถึงบ้านในตอนเย็น พอตอนเย็นพลบค่ำ ครูอ้อยก็ตื่นขึ้น เพราะคุณพ่อปลุกให้กินข้าวเย็น ครูอ้อยงัวเงีย เซ่อขี้ตา และจะแต่งตัวไปโรงเรียนอีก คิดว่า เป็นวันใหม่แล้ว คุณพ่อมาปลุกให้ไปโรงเรียนแล้ว.....คนทั้งบ้านหัวเราะครูอ้อยใหญ่เลย.....อาการแบบนี้ เรียกว่า.....ตะวันเหยียบตา..... พอมามีครอบครัว ลูกสาวของครูอ้อย มีอาการแบบนี้ทุกคน โดยเฉพาะน้องขวัญ ลุกขึ้นอาบน้ำ แต่งตัวชุดเครื่องแบบนักเรียนเลย.....พากันหัวเราะกันทั้งบ้าน ส่วนเมื่อวานนี้ พ่อบ้านค่ะ ครูอ้อยก็หัวเราะจนน้ำตาเร็ด เอิ๊กเอิ๊ก เธอนอนตอนเย็นด้วยอาการเพลีย เพราะไปเข้าเวรตั้งแต่ตีสาม ครูอ้อยเห็นแล้ว จึงปล่อยให้นอนด้วยคำว่า.....เดี๋ยวตะวันเหยียบตานะ และก็จริงค่ะ ครูอ้อยปลุกเธอมากินข้าวเย็น เธองัวเงียและถามครูอ้อยว่า.....วันนี้ วันที่เท่าไร เช้าแล้วหรือ....เอาล่ะสิ ตะวันเหยียบตาเธออย่างแรงเลย เอิ๊กเอิ๊ก
สวัสดีครับพี่ครูอ้อย
ภาษาบ้านผมเยียกว่า...หวันข่มตา...ซึ่งแปลแล้วก็ความหมายเดียวกัน...อิอิ...กำลังจะเขียนในบันทึกก็มาอ่านเจอพอดี
ขอบคุณครับ
สวัสดีค่ะ น้องชาย นายช่างใหญ่
ขอบคุณมากค่ะน้องชาย
สบายดีนะครับ
สวัสดีค่ะ ท่านพี่เหลียง สิทธิรักษ์
ขอบคุณมากค่ะ สบายดีค่ะ ท่านพี่ละคะ