ผมเคยทำนิตยสารแจกฟรีในมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานีด้วยนะครับ ^^

วันนี้เลยจะเล่า วิธีคิด และแสดงวิธีทำ เผื่อมีผู้ที่สนใจลองเอาไปปรับใช้บ้างน่ะครับ ;)

ขอเล่าที่มาของนิตยสารเล่มนี้ก่อนนิดนะครับ...

ตอนเรียนปี 1 เดย์ได้รู้จักนิตยสารรายเดือนชื่อ a day เมื่อต้นปี 2545 แล้วเกิดติดใจ และถูกชะตาเอามากๆ ทั้งแนวคิด + เนื้อหา + Design ที่ย้ำให้ผมเห็นตัวเองชัดเจนขึ้นว่าจริงๆแล้ว เราก็เป็นคนที่ค่อนข้างดื้ออยู่เหมือนกัน อิอิ

a day ฉบับแรก (ภาพจาก exteen)

ช่วงนั้นตล๊ก ตลกครับ คือพอเดย์อ่านมากๆเข้าจะเกิดอาการ คุยกับเพื่อนไม่รู้เรื่อง 555 คือบางทีเราได้เห็นได้ซึมซับแนวคิดเจ๋งๆจาก a day มาเล่าให้เพื่อนฟัง แล้วพอชวนพวกมันสร้างสรรค์การเรียนแบบแตกต่างจากเดิมนิดหน่อย ก็ต้องอธิบายกันนาน แต่ก็ดีนะครับ ได้ลองทำอะไรใหม่ๆ

อ่านไปอ่านไป ก็สะดิ้ง อยากมีตัวหนังสือของตัวเองลงพิมพ์ใน a day ให้คนอื่นอ่าน 555 แม้รู้ว่าเป็นไปได้ยากแต่ก็ยอมรับว่าผมอยู่กับอารมณ์นั้นมานาน...จนขึ้น ปี 3 ^^

ตรึกตรองดูแล้วได้ความว่า จริงๆน่ะ เราต้องการแค่มีคนอ่านไอเดียของเรา เท่านั้นเอง ไม่ได้กะขายกะมีรายได้ค่าเรื่องอะไรนั่นหรอก แล้วถ้าจะรอส่งบทความไปให้นิตยสารต่างๆพิจารณาพิมพ์ก็ยิ่งเป็นไปได้ยากมากๆ ขืนรอนะมีหวังหมดไฟก่อนพอดี 555 อีกอย่างความคิดที่อยากเขียนโน่นนี่ก็ไม่ได้ดีเด่อะไรเล๊ย เป็นแค่ชิ้นความคิดเล็กๆ ค่อนข้างซื่อบื้อและไร้สาระเสียด้วยซ้ำ...ใครจะสนกับแก ^^

เลยเป็นเหตุให้ได้ทำนิตยสารของตัวเองที่คิด + เขียน + พิมพ์ และแจกให้อ่านกันฟรีๆเลย วะ อะ อะ สะใจ

ตั้งชื่อเก๋ๆว่า อะจิงง่ะ? จำกัดความมันให้เป็น นิตยสารชวนเชื่อยาก เป็นข้อเขียนที่ตั้งคำถามกับสิ่งที่ผมสนใจทั่วไป ว่าสิ่งใดๆนั้นล้วนมีหลายแง่มุม ไม่ควรมองด้านเดียวแล้วเชื่อไปโดยที่ยังไม่ทันคิด ^^

ทำแจกรายสะดวกครับ 2-3 เดือนทำที ใช้ตังค์ส่วนตัวต่อครั้งประมาณ 500 บาท ผลิตได้ครั้งละประมาณ 50 เล่ม แล้วเดินก็ไล่แจก + ยัดใส่มือนักศึกษาทั่วไปครับ 555 (ก่อนให้ก็มองหน้าดูว่าจะเอาหนังสือตูไปทิ้งมั้ยว๊า 555)

ทั้งนี้ทั้งนั้น นี่คือความสุขที่ผมดื่มได้ครับ นึกถึงทีไรก็ปลื้มใจที่ตัวเองไม่ปราณีต่อความอยาก ลงมือทำในสิ่งที่เราเชื่อ ^_^

............................................................................

อะจิงง่ะ? ฉบับแรกของโลก ^_^ตอนนั้นยังใช้ห่วงพวงกุญแจอยู่เลย 555

การออกแบบ

ก่อนที่จะเป็นรูปเล่มอย่างที่เห็นนั้น ผมไปเปิดหนังสือเกี่ยวกับ Design ดูเยอะมากๆครับ ไม่ได้ดูพวกวิธีทำหนังสือนะ แต่ไปสนใจพวกการออกแบบใบปลิว นามบัตร และการจัดหน้าของสิ่งพิมพ์ต่างประเทศ เลยได้รู้ว่าวงการนี้น่าสนุกดี (กราฟฟิกดีไซน์)

กระดาษ การพิมพ์ และรูปเล่ม

ตั้งใจให้มันออกมาบาง และสวยน่าหยิบอ่านเป็นอันดับแรกครับ ^^ ขนาดเลือกเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส

กระดาษก็แล้วแต่เราชอบครับ กระดาษสีที่เค้าขายเป็นแผ่นใหญ่ๆ ก็เอามาตัดให้ได้ตามกำหนด กระดาษขาวผมก็ใช้ 80 แกรมบ้าง แต่ชอบ 120 ขึ้นไปมากกว่า...มันทนดี อิอิ

และพิมพ์ด้วยหมึกสีดำ Laser Printer (ไม่มีพริ้นเตอร์สีไงครับ อิอิ หรือถ้าใช้นะก็คงเปลืองน่าดู) จะดูน่าสนใจมากขึ้น

การจัดหน้า

นิตยสารผมได้แบ่งออกเป็น 4 พาร์ท ไม่รวมปกได้แก่

1. บทบรรณาธิการ 1 แผ่น...ทำเก๋เป็น บก. เขียนเกริ่นไปเรื่อยเปื่อย 555

2. เนื้อหาส่วนความคิดทดลอง 3-4 แผ่น...ผลงานความคิดของน้องๆที่มาร่วมแจม และบทสัมภาษณ์บุคคลที่น่าสนใจ

3. ข้อคิดสั้นๆประจำแต่ละฉบับ 3 แผ่น...คำพูดโดนๆจากหนัง, ประโยคสะกิดใจจากคนหลายวงการ 

4. Theme เนื้อหาหลักของแต่ละฉบับ 4-5 แผ่น...เช่นฉบับที่ 3 อยากเขียนถึง ความเป็นเด็กในตัวเรา ก็ว่ากันไป หาทางเขียนให้มันเกี่ยวกันจนได้ 555

เปิดออกมาจะเห็นกระดาษหลายๆขนาดไม่เท่ากัน คล้ายๆการแบ่ง Theme ของแต่ละส่วน ^^

การเข้าเล่ม

เนื่องจากเป็นอุตสาหกรรมพี่น้อง อุปกรณ์ที่จำเป็นก็แค่ คัตเตอร์, ไม้บรรทัดเหล็ก, ตุ๊ดตู่ไว้เจาะรู และก็ห่วงทองเหลืองไว้ยึดเล่มแทนเชือก กาว หรือสแต๊บเปิ้ล ^^

ตุ๊ดตู่ก็ขนาดปกติครับ จับกระดาษรวมให้สันเท่ากัน แล้วดันเข้าตุ๊ดตู่จนสุด ก็จะได้ระยะพอดีเป๊ะกับห่วงทองเหลืองครับ ^^

ห่วงทองเหลืองที่ผมใช้นั้นไม่ทราบเบอร์เหมือนกันครับ แต่ขนาดมันจะพอๆกับเหรียญ 10 บาท แล้วมันอ่อนด้วยไงครับ มือสาวๆสามารถง้างดัด แล้วสอดเข้าเล่มได้ง่ายๆ อิอิ

ห่วงทองเหลือง ง้างออกพอประมาณ แล้วก็สอดร้อยกระดาษทั้งปึกให้รวมเป็นรูปเล่ม ^^

แต่ละแผ่นนั้น สามารถเปิดพลิกได้อิสระ 360 องศา

ต้องให้แน่ใจในขั้นตอนการเจาะด้วยว่า ดันสุดตุ๊ดตู่ นะคร๊าบ ;)

แท๊แด๊น!!!!...เสร็จแล้วครับ ^0^

(อ้าว...ห่วงบนหายซะงั้น อิอิ)

หยิบ จับได้สะดวกจ๊า ^^

ใครกำลังจะทำหนังสือเล็กๆของตัวเอง แล้วชอบแบบประมาณนี้ก็เอาไปประยุกต์ทำเอาได้เลยนะคร๊าบ

หวังให้บันทึกนี้ก่อเกิดประโยชน์ได้บ้างผมก็ดีใจสุดๆแล้ว ^_^

ขอบพระคุณทุกท่านที่แวะเข้ามาชมครับ ^^