สถานการณ์ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ได้ทำให้เกิดความหวาดวิตกไปทั่วทุกที่ มีตัวเลขผู้ป่วย และผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ว่า ในกลาง ก.ค.2552 องค์การอนามัยโลก จะออกมายอมรับว่าเป็นโรคประจำถิ่น จึงไม่ต้องมีการรายงานตัวเลขอีก แต่แนะประชาชนดูแลตัวเองต่อไป เพราะโรคนี้จะอยู่ไปอีกอย่างน้อยถึงปีหน้า คือ ปี 2010
At this point, further spread of the pandemic, within affected countries and to new countries, is considered inevitable. ตัวอย่างเช่น ที่ประเทศ โปรตุเกส เมื่อ 19-07-2009 ก็ประกาศว่ามีผู้ป่วยเพิ่ม ซึ่งติดเชื้อมาจากสหรัฐอเมริกา จากอังกฤษบ้าง จากสเปนบ้าง จนบัดนี้ มีผู้ป่วยเป็นโรคนี้ทั้งสิ้น 140 คน
องค์กรอื่นๆของสหประชาชาติก็กำลัง ให้ความรู้แก่คนทั่วไป ในเรื่องภัยของการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ 2009นี้ไปทั่วโลกเช่นกัน
ประเด็นความหวาดวิตกในเรื่องนี้ขยายไปทั่วทุกพื้นที่ โดยเฉพาะคนเป็นพ่อแม่ ที่จะเกิดอาการวิตกเพราะเป็นห่วงลูก และมีการพูดคุยถึงประเด็นนี้กันไปทุกหย่อมหญ้า ภาครัฐเองได้พยายามที่จะให้ประชาชนไม่ต้องกังวลจนเกินไป สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ ไม่ต้องตื่นตระหนก เพราะไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ไม่รุนแรงมากนัก สามารถหายเองได้ แต่รัฐก็ต้องยอมรับความจริงว่า สถานการณ์ขณะนี้เป็นเรื่องที่ควบคุมได้ยาก จึงจะต้องมีการรณรงค์ให้ผู้คนป้องกันตัวเองอย่างถูกวิธี อย่างเร่งด่วน
นักระบาดฯ เผยว่า หากไม่ป้องกันจะมีคนป่วย 80% ของประชากรทั้งหมด แต่หากป้องกันดีเยี่ยมป่วยแค่ 50% และจะหยุดระบาดต่อเมื่อผู้ป่วย 50% มีภูมิต้านทานระลอกที่ 1เกิดไปแล้ว ระลอกที่ 2 จะเกิดขึ้นอีกในช่วงใด บอกไม่ได้ ที่จะถึงนี้จะมาเมื่อใด ในเมื่อ ขณะนี้ในพื้นที่ กทม.มีอัตราการป่วยไม่ถึง 20% ด้วยซ้ำ ดังนั้น การเข้มงวดในการดูแลป้องกันตัวเอง จึงยังต้องมีต่อไปอย่างเข้ม
อีกทางหนึ่ง กรมควบคุมโรค ก็กำลังร่วม สวทช. เตรียมสำรวจข้อมูลครอบครัวคนป่วย หรือมีอาการไข้หวัด 2009 เพื่อทราบสถานการณ์โรคในไทย เริ่ม ก.ค.2552 นี้


พอดีได้เข้าไปอ่านข้อแนะนำต่างๆที่ องค์การอนามัยโลกได้ประชาสัมพันธ์ให้ทราบไว้ จึงจะขอนำมาเล่าต่อเฉพาะในหัวข้อสั้นๆที่น่าสนใจดังนี้:::
1.ในช่วงนี้ ควรจะงดเดินทางไปไหนต่อไหน โดยเฉพาะ ต่างประเทศเลยไหม ให้อยู่แต่ในบ้าน หรือ ในวงจำกัด
--WHO ไม่แนะนำให้งดเดินทางกรณีที่ไม่เจ็บป่วยอะไร และมีความจำเป็นต้องเดินทาง เพราะการงดการเดินทาง จะไม่ช่วยในเรื่องไม่ให้มีการแพร่เชื้อหวัดได้มากนัก เพราะเชื้อนี้ จะมีการแพร่จากคนสู่คนไปได้เร็วมากก่อนที่จะแสดงอาการ และโรคนี้ มีแนวโน้มจะระบาดนาน 6 เดือนจนถึงหลายปี
และบัดนี้ เชื้อ Influenza A(H1N1ได้แพร่ไปทั่วโลกแล้ว ทางที่ดีที่สุด คือ ผู้ป่วยเมื่อมีอาการของโรคนี้และมีอาการมากกว่าไข้หวัดธรรมดา แม้ไม่มีโรคประจำตัวก็ตามควรไปพบแพทย์ เพื่อให้ได้รับยาและข้อแนะนำในการดูแลตัวเอง และพักผ่อนอยู่กับบ้าน ที่ควรระวังคือ การล้างมือด้วยสบู่ หรือถูมือด้วยเจลแอลกอฮอล์บ่อยๆ หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้คนไอ-จาม ไม่เข้าห้องแอร์ถ้าไม่จำเป็น
ล่าสุด 20-07-2009 ที่ประเทศอียิปต์ มีรายงานว่าพบผู้เสียชีวิตจากไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่เป็นรายแรกของประเทศ เป็นหญิงวัย 25 ปี ที่เพิ่งเดินทางกลับจากพิธีฮัจญ์ที่นครเมกกะ ซาอุดิระเบีย
แต่ก็มีบางสายการบิน เช่น สายการบินบริติช แอร์เวย์ และสายการบินเวอร์จิน แอตแลนติก ได้ประกาศใช้มาตรการห้ามไม่ให้ผู้โดยสารที่ต้องสงสัยว่าจะป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ขึ้นเครื่อง เพื่อป้องกันการแพร่ระบาด เนื่องจากในอังกฤษกำลังระบาดรุนแรงที่สุดในยุโรป โดยเมื่อต้นก.ค.2009 พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ถึง 5 หมื่น 5 พันคน เจ้าหน้าที่อังกฤษแนะนำให้ประชาชนที่รู้สึกว่าไม่สบายเลื่อนการเดินทางออกไปก่อน



2.ถ้าอยู่ในระหว่างเดินทาง เราจะป้องกันตัวอย่างไร
---แรกสุดเลย ถ้าป่วยไม่ควรเดินทาง แต่ถ้าอยู่ในระหว่างเดินทางก็ให้ปฎิบัติตัวเช่นเดียวกับที่ทำอยู่เป็นปกติ อาทิ มาตรการการปิดปาก จมูก เวลาไอ จาม ล้างมือ กินร้อน ช้อนกลาง การใช้หน้ากากอนามัย เป็นต้น กระทรวงสาธารณสุขเอง ก็พร้อมเตรียมจัดส่งคู่มือโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ฉบับพกพา 4 ล้านฉบับ กระจายทั่วประเทศในสัปดาห์หน้านี้แล้ว (20 ก.ค.2552เป็นต้นไป)
อีกทั้ง ปัจจุบัน (ก.ค.2552) ทางกระทรวงฯก็ได้ ปรับแนวทางการรักษาผู้ป่วยที่เข้าข่ายสงสัยโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ให้ยาต้านไวรัสผู้ป่วยอาการรุนแรงทันทีทุกราย ตามขนาดน้ำหนักตัว โดยไม่ต้องรอผลแล็ป และรับตัวไว้ดูแลอย่างใกล้ชิดในโรงพยาบาล
ส่วนกลุ่มเสี่ยงต่อโรครุนแรง เด็กอายุต่ำกว่า 2 ขวบ หรืออายุมากกว่า 65 ปี กลุ่มผู้ป่วย เรื้อรัง แต่อาการไม่รุนแรง ให้ติดตามอาการอย่างใกล้ชิด 48 ชั่วโมง มีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากกรมการแพทย์และคณะแพทยศาสตร์ 9 สถาบัน มาช่วยดูแลรายที่วิกฤติ อาการป่วย มักเป็น 6 ขั้นตอนดังนี้ ...ข้อมูลจาก BBC
1. High temperature, tiredness and lowered immunity
2. Headache, runny nose and sneezing
3. Sore throat
4. Shortness of breath
5. Loss of appetite, vomiting and diarrhoea
6. Aching muscles, limb and joint pain

3. ควรจะหลีกเลี่ยงการกินเนื้อหมูไหม
---เนื่องจากเชื้อนี้ พบครั้งแรกในหมู คนก็เลยค่อนข้างระแวงเรื่องความปลอดภัยในการกินเนื้อหมู
ถ้ากินหมูสุก จะปลอดภัย โดยต้องใช้ความร้อนไม่ต่ำกว่า 70°C/160°F จริงๆแแล้ว ให้ถึง 100 องศาC ก็จะดีที่สุด และทางราชการก็ต้องดูแล อย่าให้มีการนำหมูที่เป็นโรคคตาย มาแล่เนื้อขายอีก
4.ข้อแนะนำ จากWHOในการปรุงและกินอาหารอย่างปลอดภัยจากโรคต่างๆ รวมทั้งโรคไข้หวัดใหญ่นี้
- 4.1วัตุดิบในการนำมาประกอบอาหารต้องไม่เน่าเสีย และต้องทำความสะอาดให้ดีก่อนปรุง
- 4.2อาหารดิบและสุก ต้องแยกจากกัน
- 4.3ใช้ความร้อนในการปรุงให้ทั่วถึง
- 4.4จัดเก็บอาหารในอุณหภูมิที่เหมาะสมและดูว่าปลอดภัยเสมอ
- 4.5ใช้น้ำและวัตถุดิบที่สดสะอาด ไม่มีการปนเปื้อนก่อนมาปรุงให้สุกเสมอ


โรคไข้หวัดใหญ่ 2009 ติดต่อได้ โดยการไอหรือจามรดกันโดยตรง หรือการติดต่อผ่านทางมือที่สัมผัสของปนเปื้อน เสมหะ น้ำมูก น้ำลาย เช่น ลูกบิดประตู ราวบันได โทรศัพท์ โต๊ะ เก้าอี้ แป้นคอมพิวเตอร์ ไมโครโฟน และเคาน์เตอร์ เป็นต้น แล้วใช้มือแคะจมูก ขยี้ตา ป้ายปาก โดยไม่ได้ล้างมือด้วยสบู่ หรือ แอลกอฮอล์เจลก่อน การดูแลเอาใจใส่ป้องกันตัวเอง อย่างถูกวิธี รวมถึงการดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงด้วยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ และพักผ่อนให้เพียงพอ ก็จะช่วยให้เราปลอดภัยจากโรคติดต่อชนิดนี้ ไปได้มากทีเดียว
อาการเริ่มต้นที่ต้องทราบคือ...ไข้สูง ไอ เจ็บคอ ปวดเมื่อยตามตัว ปวดศรีษะ หนาวสั่น อ่อนเพลีย ท้องเสียและอาเจียน อาการจะเป็นอย่างนี้อยู่ 3-5 วัน และต่อเนื่องไปอีก 7 วัน และควรไปหาแพทย์อย่างรีบด่วน ถ้าเป็นไข้ 2 วันแล้วไม่ดีขึ้น แถมมีอาการซึม เหนื่อยหอบด้วย
การแพร่เชื้อ...ตั้งแต่เริ่มต้นมีอาการจนถึง ระยะเริ่มจะหายประมาณ8 วัน ช่วงนี้ คนอื่นจะสามารถติดโรคได้ กลุ่มเสี่ยงคือ ผู้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง เช่น ตับ ไต หัวใจ ปอด หอบหืด เป็นต้น โรคอ้วน หญิงมีครรภ์ เด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี ผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป ผู้ที่มีภูมิต้านทานโรคต่ำ เช่น เอดส์ มะเร็ง ฯลฯ

ถ้าสงสัยตัวเองว่า จะเป็นไข้หวัด ไม่ว่าสายพันธุ์ใด ควรจะรีบปฎิบัติตัวอย่างไร
1.พักผ่อนอยู่ที่บ้าน ดื่มน้ำธรรมดา น้ำผลไม้ น้ำซุปให้มากเป็นพิเศษ สังเกตจากปัสสาวะ จะเป็นสีเหลืองอ่อนๆและใส เพราะเรายังไม่ทันร้ตัวว่าจะเป็นไข้หวัด แต่คนอื่นสามารถติดโรคจากเราได้แล้ว ภายใน 24 ช.ม.ที่เราติดเชื้อ และยังจะแพร่เชื้อไปอีกประมาณ 7 วันหลังจากนี้
2.นอนพักให้มากๆ เพื่อช่วยให้ immune system ของเรา ต่อสู้กับเชื้อโรคได้ดี
3.กินยาลดไข้อย่างระมัดระวัง ตามที่แพทย์เคยสั่งไว้ให้ ระวังยาลดไข้บางชนิด ให้ผลข้างเคียงเช่น Ibuprofen อาจทำให้กะเพาะระคายเคือง และไม่ควรกิน aspirin
4.ถ้าอาการไม่บรรเทา ให้รีบไปหาแพทย์โดยด่วน


เชื้อโรคนี้ เมื่อออกไปจากตัวของผู้ป่วยแล้ว เช่นไปอยู่ตามลูกบิดประตู จะมีชีวิตอยู่ได้นานเท่าใด
จากข้อมูลของแพทย์จาก http://www.mayoclinic.com บอกว่า เชื้อไข้หวัดใหญ่ จะอยู่นานกว่าไข้หวัดธรรมดา และจะมีชีวิตอยู่ตามสิ่งของต่างๆได้ ตั้งแต่ 2-3 นาที จนถึง 48 ช.ม. แล้วแต่พื้นผิวที่เชื้อโรคไปเกาะ แต่ที่พื้นผิวที่ไม่มีรูพรุน เช่น พลาสติก โลหะ ไม้ เชื้อจะอยู่นานกว่า เชื้อที่ติดอยู่ตามเสื้อผ้า กระดาษ หรือผิวหนัง
แต่อย่างไรก็ตาม คนส่วนใหญ่ที่ป่วยจากไข้หวัดใหญ่ที่ระบาดไปทั่วโลกนี้ จะหาย และน่าจะมีภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไวรัสตัวใหม่นี้ ไปสักอีกระยะหนึ่ง ในที่สุด
ขอบคุณครับ
พี่ศศินันท์คะ
ตามมาอ่านข้อมูล และได้รวบรวมบันทึกไว้ในบันทึกไข้หวัด 2009 : ลดความเหลื่อมล้ำทางความรู้ด้วยการช่วยกันแนะนำวิธีการดูแล และป้องกัน แล้วค่ะ ^_^
ขอบคุณมากๆ ค่ะ
ขอบคุณมากครับ
สวัสดี เจ้า พี่ศศินันท์ ที่บ้าน เน้น ผัก อย่างเดียว พยายาม ประกอบอาหาร ที่ต้องทานผักด้วยค่ะ วันเสาร์ - อาจารย์ มีผักสด เป็นหลัก 5 มื้อ เลยทีเดียว
สบายดี เน้อเจ้า
สวัสดี ครับ
ขอบพระคุณ บันทึก ดี ดี ฉบับนี้ ครับ
ผมต้องโดยเจาะเลือด 2 ครั้ง เพื่อ หาเชื้อหวัด 2009
สุดท้าย....ไม่มีเชื้อ ...ไข้หวัดครั้งแรก หายไป แล้วก็ตามมาด้วย ไข้จากยุง สายพันใหม่ ชิกุนฯ
วันนี้ ก็ยังกลัว หวัด 2009 อยู่ ...
ขอบพระคุณ บันทึก ฉบับนี้ ครับ
เรื่องนี้เป็นเรื่องสาธารณะที่ทุกคนคงเรียนรู้อย่างท่องแท้และนำไปปฏิบัติ มันอยู่ใกล้ตัวเราทุกคนมาก ขอบพระคุณครับ พาหลานมาเรียนรู้ด้วย
สวัสดีค่ะ อาจารย์กู้เกียรติ ญาติเสมอ
ขอบคุณที่เข้ามาอ่าน และก็มีข่าวว่า..นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวตอนหนึ่งก่อนเดินทางจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิไปยัง จ.ภูเก็ต เพื่อเปิดการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนและคู่เจรจา เช้าวันที่ 20 กรกฎาคม 2552 ว่า...
สำหรับการแจกคู่มือป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 จำนวน 4 ล้านเล่มในวันนี้ นายกรัฐมนตรีมั่นใจว่า จะช่วยลดความสับสนได้ของการแพร่ระบาดได้ ทั้งนี้จะประเมินอีก 1-2 วันว่าสถานการณ์ดีขึ้นหรือไม่
อาหารที่มีวิตามินซีมากๆ จะช่วยได้มากค่ะ ดิฉันเอง ก็พยายามทานผัก ผลไม้มากขึ้นค่ะ
สวัสดีค่ะน้องมะปรางเปรี้ยว
ปกติพี่เอง ไม่ค่อยเป็นหวัด แต่พอมีโรคระบาดแบบนี้ ก็รู้สึกกลัวๆ ระวังตัวมากขึ้น รวามทั้งพยายามดูแลเด็กๆด้วย
ได้ข่าวว่า มูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร์บอกว่า ยังมีต้นคาวพลู ซึ่งสามารถกินใบแบบสดๆ แก้ไข้หวัดได้ด้วย
สมุนไพรคาวตอง หรือพูลคาวตอง หรือพลูคาว
น่าจะรักษา โรคไข้หวัดใหญ่ 2009 ได้ เหมือนฟ้าทะลายโจรเช่นกัน จะต้องลองหาความรู้ดูสักหน่อยค่ะ
ส่วน ฟ้าทลายโจรแก้หวัดที่ฮ็อตฮิตมาก มียอดจอง 5-6 หมื่นกระปุก ต้องเร่งโหมผลิตกันเต็มที่เลยค่ะ
โรคนี้ ถ้าหยุดงาน หยุดเรียน และพักผ่อนอยู่ที่บ้านจนกว่าจะหาย ก็จะช่วยตัวเองและสังคมได้มากนะคะ
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม สายด่วนไข้หวัดใหญ่ 2009 กระทรวงสาธารณสุข โทร. 1422
สวัสดีค่ะคุณบวรบวร
ขอบคุณค่ะ ที่มาอ่าน ดิฉันมีข่าวคืบหน้าที่น่าสนใจ มาเล่าค่ะ
วันนี้ก็มีข่าวว่า...นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เฝ้าดู ไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009 อยู่ตลอด และตั้งใจว่าจะรอดูอีก 1 - 2 วัน เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดขึ้น หลักในการบริหารคือทำอย่างไรให้มีชะลอการแพร่ระบาดของเชื้อ ซึ่งเราก็ต้องดูว่าสถานการณ์ในปัจจุบันเป็นอย่างไร และดูตัวเลขผู้ที่ไปรักษาตัวในสถานพยาบาลว่ากำลังของสถานพยาบาลเพียงพอต่อการรองรับหรือไม่ โดยตนให้กระทรวงสาธารณสุขรายงานเข้ามาทุกวัน
นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึงการแจกคู่มือการปฏิบัติตนเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไว้หวัดสายพันธุ์ใหม่ให้ประชาชนเป็นวันแรก ว่า จะทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจที่ดีขึ้น
ดังนั้นหลังมีคู่มือออกมาเมื่อ 20-07-2009 ก็จะเป็นทางหนึ่งให้ประชาชนเริ่มมีความเข้าใจต่อเรื่องนี้ดีขึ้น
สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องติดตามว่ามีปัญหาการดื้อยาหรือไม่
เพราะประสบการณ์ของไวรัสในลักษณะนี้มันมีกรณีเกิดการกลายพันธุ์ หรือการระบาดรอบ 2 และรอบ 3 ที่รุนแรงกว่า จึงต้องจับตาดูเป็นพิเศษ
อย่างไรก็ตามการให้ยาของเราที่ผ่านมา น่าจะอยู่ในเกณฑ์ที่ทำให้ความเสี่ยงเรื่องนี้มีค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับหลายๆ แห่ง แต่เราก็ต้องยอมรับว่าถ้าเกิดการดื้อยา ซึ่งในต่างประเทศเริ่มมีแล้ว แต่ยังไม่มีเรื่องการกลายพันธุ์ก็ต้องระวัง เพราะการเดินทางไปมาของคนยุคนี้มีมาก
สวัสดีค่ะคุณ แสงแห่งความดี
โอ คุณไม่สบายหรือคะ นึกอยู่เหมือนกันว่า ทำไมเงียบไป ดีใจที่ทราบว่า หายแล้วเรียบร้อย ตอนนี้ ต้องพักผ่อนมากหน่อย ทานอาหารมีประโยชน์และอย่าเพิ่งออกกำลังมากนักนะคะ ขอให้กลับมาแข็งแรงไวๆๆ แต่อย่าใจร้อนนะคะ
มีคนไปฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลมากมายฟรี เขาจะฉีดให้กลุ่มเป้าหมาย 7 โรคคือป่วยโรคถุงลมโป่งพอง หอบหืด หัวใจ หลอดเลือดสมอง ไตวายเรื้อรัง เบาหวานและผู้ป่วยโรคมะเร็ง
ตอนนี้ Swine fluหรือไข้หวัดใหญ่ชนิดนี้ แพร่ไปทั่วโลกแล้วค่ะ นับแต่ระบาดครั้งแรกที่เม็กซิโก เป็นโรคไข้หวัดใหญ่ระบาดครั้งใหม่ในรอบ 440 ปี คนเขากลัวกันว่า จะมีคนเป็นโรคนี้ เป็นล้านคนค่ะ เท่าที่อ่านพบมาจาก BBC จะมีขั้นตอนการติดเชื้อและเป็นโรคดังนี้ค่ะ
1. High temperature, tiredness and lowered immunity
2. Headache, runny nose and sneezing
3. Sore throat
4. Shortness of breath
5. Loss of appetite, vomiting and diarrhoea
6. Aching muscles, limb and joint pain
แต่ถ้าเรารู้ตัวตั้งแต่เนิ่นๆ รีบรักษาตัวเสีย ก็คงไม่เป็นอะไรมาก แต่จะเกิดภูมิคุ้มกันขึ้นมาด้วยค่ะ ทราบว่า ทางรัฐบาลก็พยายามให้ความรู้แก่ประชาชนเป็นอย่างมาก มีคู่มือแจกตั้งแต่วันนี้เลยค่ะ ที่ 7-11ค่ะ
สวัสดี ค่ะ ดีใจ ที่ได้ อ่านบันทึก นี้ ทันยุค มากๆ ค่ะ
ขอบคุณที่พวกเราช่วยกัน คิดว่า บันทึกนี้ เป็นประโยชน์มากๆ สำหรับคนที่อ่าน และปฎิบัติได้
ช่วยกันบอกต่อๆ คนที่ไม่ได้ อ่านกันอีกทาง นะคะ
ขอบคุณค่ะ
สวัสดีค่ะ
ที่จังหวัดที่ดิฉันอยู่ ก็มีคนเป็นหวัดนี้ แม้ไม่มากนัก ก็มีอยู่ค่ะ ดิฉันมีลูกเล็กๆ และพ่อแม่ที่อายุมากแล้ว ก็บอกกันว่า ให้ดูแลตัวเองให้ดี แต่คู่มือการป้องกันไข้หวัดจากภาครัฐฯจะช่วยได้มากนะคะ
สวัสดีค่ะ
ดิฉันมีหลานอยู่อนุบาล 1 ค่ะ ที่ โรงเรียนคุณครูให้เด็กเอาผ้าปิดจมูก ไปด้วย เพราะกลัวติดหวัดกัน พอเอาใส่ให้ก็เอาออก แล้วอย่างนี้จะทำอย่างไรดีค่ะ เพราะเด็กบอกยากเหมือนกันค่ะ
สวัสดีค่ะคุณครูครูใหม่ บ้านน้ำจุน

ดี แล้วค่ะ ที่พวกเราพยายามบำรุงรักษาตัวเองให้มีภูมิต้านทานสูงๆไว้ก่อน อยู่ที่อากาศดีๆ ไม่แออัด ทานผักสด ผลไม้ให้มากๆหน่อย ขอให้แข็งแรงกันทั้งครอบครัวนะคะ
มีคนนำมะเขือม่วงจากเชียงใหม่มาฝาก ยังคิดถึงคุณครูอยู่เลยค่ะ
เรื่องไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ตามข้อมูลจากMayoClinic.com อธิบายว่า Swine flu คือ การติดเชื้อไข้หวัดใหญ่A ที่ทางเดินหายใจส่วนต้น ซึ่งตามปกติจะทำให้หมูป่วยด้วยโรคนี้ และคนเราก็ติดเชื้อจากหมูป่วยนี้ได้ แต่ไม่บ่อย คนติดโรคจากคนด้วยกันเองสำหรับ true swine flu ก็เป็นไปได้แต่ไม่บ่อยเช่นกัน
แต่ที่มีการระบาดกันทั่วโลกเวลานี้ เป็นสายพันธุ์ใหม่คือ ซึ่งเป็นการผสมของเชื้อ swine, avian and human influenza viruses ค่ะ จึงเกิดการติดต่อกัน จากคน สู่คนได้มาก
สิ่งที่จะช่วยได้มากที่สุดคือ หลีกเลี่ยงการไปอยู่ใกล้ผู้ป่วย เพราะมีโอกาสติดเชื้อจาก น้ำลาย น้ำมูกได้ ใส่หน้ากากอนามัย ก็จะช่วยได้มาก ถ้าเกิดติดเชื้อไข้หวัดนี้ และมีอาการไข้สูง รีบไปหาหมอ ถ้าไม่ต้องอยู่โรงพยาบาล ก็พักผ่อนอยู่ที่บ้าน จนหายสนิทค่ะ
กินผักผลไม้ที่มีวิตามินซี กินอาหารที่ให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย ดื่มน้ำสะอาดมาก ก็พอช่วยให้หายเร็วๆได้นะคะ
สวัสดีค่ะอาจารย์นายประจักษ์~natadee
หลานม่อน มีคุณพ่อคุณแม่คุณปู่่คุณย่า ดูแลดีมากนะคะ แต่ก็อย่าประมาท ไปโรงเรียนหรือยังคะ
มีข่าวว่า...
วันนี้ 20 กรกฎาคม ทางกระทรวงศึกษาธิการ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รมว.ศึกษาธิการ นายวิทยา แก้วภราดัย รมว.สาธารณสุข และนายไพฑูรย์ แก้วทอง รมว.แรงงาน ก็ร่วมประชุมหารือถึงมาตรการในการป้องกันไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
โดยช่วยกันหามาตรการในการป้องกันการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่ 20 09 ในโรงเรียนและโรงงาน
เนื่องจากเห็นว่ากลุ่มเด็กนักเรียนและคนวัยทำงานมีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อ เพราะเด็กนักเรียนต้องอยู่ร่วมกันในห้องเรียนเป็นเวลาหลายชั่วโมง ขณะที่คนงานก็ทำงานอย่างน้อยวันละ 8 ชั่วโมง ซึ่งหากไม่มีมาตรการในการคัดกรองผู้ป่วยอาจทำให้เกิดการแพร่ระบาดได้ง่ายและรวดเร็วยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตาม ขอย้ำให้ผู้ที่ป่วยที่มีอาการไข้และมีโรคประจำตัวซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงรีบไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาล
แต่คนที่ไม่มีโรคประจำตัวให้พักอยู่กับบ้าน 2 วัน เพื่อดูอาการ หากไข้ยังไม่ลดให้ไปที่โรงพยาบาลทันที
โดยโรงพยาบาลของรัฐทุกแห่งได้เตรียมยาต้านไวรัสโอเซลทามิเวียร์ไว้พร้อมแล้ว
หากมีโรงเรียนใดที่จำเป็นต้องปิดเรียน ก็ให้หารือกับสาธารณสุขอำเภอ ซึ่งจะเป็นตัวแทนของ สธ.ในการให้คำแนะนำเรื่องดังกล่าว เมื่อสาธารณสุขอำเภอให้ปิดก็ปิดได้ทันที
ส่วนตามสถานประกอบการต่างๆ ให้มีการคัดกรองคนงานก่อนเข้าทำงานประจำวัน ซึ่งหากสถานประกอบการมีลูกจ้างมีอาการป่วยก็ให้นำลูกจ้างไปพบแพทย์โดยทันที และให้หยุดงานได้จนกว่าจะหายเป็นปกติ นอกจากนี้ได้ขอความร่วมมือนายจ้างทำความสะอาดสถานประกอบการอุปกรณ์สำนักงาน ที่มีการใช้ร่วมกันและรณรงค์ให้ลูกจ้างล้างมือและสวมหน้ากากอนามัยทุกครั้งก่อนทำงานด้วยค่ะ
สวัสดี ครับ คุณ
สวัสดีค่ะคุณ subah
วันนี้ 20-07-2552 สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนดุสิต เปิดเผยผลสำรวจเรื่อง "สื่อสารไข้หวัด 2009 อย่างไรให้มีประสิทธิภาพ"
พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ 89.50% ต้องการให้แถลงข่าวรายวันมากกว่า เพราะจะได้รู้ความคืบหน้าของโรคนี้อย่างต่อเนื่อง ทันเหตุการณ์ โดยเห็นว่าเป็นเรื่องใกล้ตัวที่ทุกคนควรให้ความสำคัญ และเป็นโรคระบาดที่มีความรุนแรง
สิ่งที่ประชาชนอยากรู้เกี่ยวกับไข้หวัด 2009 มากที่สุด คือ เรื่องวิธีการป้องกันและการดูแลรักษา รองลงมา คือ อาการเบื้องต้น/การสังเกตอาการ และลักษณะของการติดต่อหรือแพร่ระบาด
อาการเริ่มต้นที่ต้องทราบคือ...ไข้สูง ไอ เจ็บคอ ปวดเมื่อยตามตัว ปวดศรีษะ หนาวสั่น อ่อนเพลีย ท้องเสียและอาเจียน อาการจะเป็นอย่างนี้อยู่ 3-5 วัน และต่อเนื่องไปอีก 7 วัน และควรไปหาแพทย์อย่างรีบด่วน ถ้าเป็นไข้ 2 วันแล้วไม่ดีขึ้น
การแพร่เชื้อ...ตั้งแต่เริ่มต้นมีอาการจนถึง ระยะเริ่มจะหายประมาณ8วัน ช่วงนี้ คนอื่นจะสามารถติดโรคได้
เมื่อไรไปพบแพทย์....ควรไปพบแพทย์ทันที ที่แน่ใจว่า ติดโรคนี้แล้ว เช่น มีไข้สูง ไอ ปวดเมื่อยตามตัว ที่ต้องรีบด่วนมากคือ ถ้ามีอาการหอบ หายใจไม่สะดวก หรือมีอาการทางปอดอื่นๆ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลังจากกลับจากการเดินทาง ต้องแจ้งแพทย์ให้ละเอียด
ทำไมถึงเป็นโรคนี้...คนติดโรคมาจากการไปอยู่ใกล้ผู้ป่วย จากการที่เขาไอ หรือจามใส่ หรือเราเองไปจับต้องสิ่งของ ที่มีคราบน้ำมูก น้ำลาย ขอผู้ป่วยอยู่ แล้วเราก็เอามือไปจับ และมาจับต้องที่ตา ปาก หรือ จมูกของเราเอง
โรคแทรกซ้อน..มักเป็นโรคทางระบบทางเดินหายใจ โรคปอด อาการของโรคจะเลวลงอย่างรวดเร็วมาก
การรักษา....ส่วนใหญ่ รักษาตามอาการ เช่นลดอากรทางระบบทางเดินหายใจและปอด เป็นต้น ยาต้านไวรัส Antiviral drugs จะลดความรุนแรงของโรคลงได้ เช่น ยา oseltamivir (Tamiflu) และ zanamivir (Relenza), ยาทั้งสอง เป็นยา neuraminidase inhibitors
ข้อสำคัญที่สุด คือ ผู้ป่วยต้องได้รับการรักษ ภายใน 48 ช.ม.
เพื่อให้อุ่นใจขึ้น ว่าจะไม่เป็นไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลปกติซ้ำเข้าไปอีก ขณะนี้ ทางรัฐบาล ก็มีนโยบาย ใช้วัคซีนไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล ฉีดให้กลุ่มเสี่ยงเป้าหมาย 7 โรคคือป่วยโรคถุงลมโป่งพอง หอบหืด หัวใจ หลอดเลือดสมอง ไตวายเรื้อรัง เบาหวานและผู้ป่วยโรคมะเร็ง
ข้อมูลบางส่วนจาก MAYO CLINIC.com
ตามมาอ่านบันทึกใหม่ของพี่เกี่ยวกับหวัด 2009 ค่ะ
ขณะนี้เท่าที่น้องสังเกต พบว่าพฤติกรรมการใช้ หน้ากากอนามัย แพร่หลายมากขึ้นค่ะ แม้แต่ในโรงเรียนของหลาน ๆ สามใบเถา คุณแม่เด็ก ๆ เขาก็เตรียมให้ลูกทุกวันเลยค่ะ โรงเรียนเองก็รณรงค์และให้ความรู้เด็ก ๆ ด้วย
ส่วนตัวน้องเอง เมื่อก่อนจะเป็นหวัดง่าย เคยทำบันทึกส่วนตัวไว้ ใน 1 ปี เคยเป็นหวัดถึง 13 ครั้ง เป็นเสียจนไม่แน่ใจว่าเป็นหวัดหรือภูมิแพ้ ปรึกษาแพทย์ ก็แนะนำให้สังเกตตัวเอง พบว่าเกิดจากการเป็นภูมิแพ้เป็นหลัก ประกอบกับพฤติกรรมชอบเดินตากฝน (ความชอบส่วนตัว) ยิ่งทำให้เป็นหวัดง่ายค่ะ
ขณะนี้หลังปรับเปลี่ยนนิสัยการกิน เพิ่มผักสด ผลไม้ ออกกกำลังกายทุกวัน (เดิน ปั่นจักรยาน โยคะ) ไม่เดินตากฝน ไม่นอนห้องแอร์ ทำให้ไม่เป็นหวัดอีกเลย ตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมาค่ะ
ขอบคุณข้อมูลดี ๆ ค่ะ น้องคิดว่าหากทุกคนรับผิดชอบต่อตนเองด้วยการดูแลสุขภาพของตนเอง หากป่วยระวังการแพร่เชื้อให้คนอื่นแล้ว โรคนี้ก็ไม่ได้น่ากลัวนักค่ะ
(^___^)
สวัสดีค่ะคุณนันทิดา 12
ผู้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง เช่น ตับ ไต หัวใจ ปอด หอบหืด และหอบหืด เป็นต้น โรคอ้วน หญิงมีครรภ์ เด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี ผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป ผู้ที่มีภูมิต้านทานโรคต่ำ เช่น เอดส์ มะเร็ง ฯลฯ ก็เป็นกลุ่มเสี่ยงหมดค่ะ
ดิฉัน รู้จักคนที่เป็นโรคนี้ 2-3 คนแล้ว คนหนึ่ง ไปโรงพยาบาลบ่อยๆ ไปติดเชื้อมาจากโรงพยาบาล อีกคนเป็นเด็กประถม ก็ไปติดมาจากโรงเรียนค่ะ แต่ตอนนี้ ทั้งคู่หายแล้ว ไม่มีใครติดจากเขา เพราะ พักอยู่กับบ้านอย่างเดียว และกินยาตามหมอสั่ง
ถ้าเราบังเอิญไปติดโรคเข้า มีอาการเล็กน้อย ก็พักรักษาตัวและทานยาอยู่ที่บ้าน และถ้าอาการไม่ดีขึ้นใน 2 วัน ไข้ไม่ลด ซึม เหนื่อยหอบ ฯลฯ ถือว่าอาการหนัก ต้องไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลทันที
ดิฉันมี สมุนไพรไทย "ฟ้าทะลายโจร" ไว้ด้วย มีสรรพคุณบรรเทาอาการไข้หวัดได้ ใช้ได้ทั้งแบบบรรจุเสร็จและชนิดสด
โดยชนิดบรจุเสร็จให้รับประทานคือครั้งละ 4 เม็ด หลังอาหาร 3 มื้อ และก่อนนอน ซึ่งยานี้สามารถใช้ร่วมกับยาพาราเซตามอลลดไข้ได้
ส่วนใบสด ใช้ประมาณ 1 กำมือ ล้างสะอาด ต้มกับน้ำ 10-15 นาที ดื่มหลังอาหาร 3 มื้อและก่อนนอนเช่นกัน โดยไม่ควรใช้นานเกิน 7 วัน ถ้าเราจะไปไหนที่คนแออัด ใช้หน้ากากอนามัยที่ทำจากผ้าก็ดีนะคะ ทำได้เอง ซักง่าย ใช้สะดวก และควรมีคนละ 2 ชิ้นค่ะ
สวัสดีค่ะคุณ กฤษณา 13
การจะให้เด็กอนุบาล ใส่หน้ากากอนามัย ค่อนข้างยากอยู่ค่ะ แต่มีวิธีป้องกันแก้ไขอย่างอื่นอยู่ค่ะ
ขั้นแรก คงต้องให้เด็กมีสุขภาพแข็งแรง มีภูมิต้านทานดี ถ้าป่วยเป็นไข้หวัดทุกชนิด ให้หยุดโรงเรียน อยู่บ้าน ที่บ้าน ก็ให้มีการทำความสะอาดบ่อยๆ ไม่ให้เด็กออกไปนอกบ้านเพื่อลดการแพร่เชื้อ อยู่บ้าน ก็ กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือบ่อยๆ ไม่ใช้ของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น เช่น ผ้าเช็ดตัว ผ้าเช็ดหน้า แก้วน้ำ ปิดปากเวลาจามหรือไอ
สำหรับตามโรงเรียน ก็ทราบว่า ทุกโรงเรียน มีการทำความสะอาดเป็นการใหญ่ เร่งให้ความรู้แก่นักเรียนทุกด้าน โดยเฉพาะวิธีป้องกันไม่ให้ติดเชื้อโรคไข้หวัดใหญ่
อย่างไรก็ตาม การป้องกันไข้หวัดใหญ่ที่ได้ผลมากคือ การล้างมือบ่อยๆ ไม่ใช้ของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น เช่น ผ้าเช็ดตัว ผ้าเช็ดหน้า แก้วน้ำ ออกกำลังกายให้ร่างกายแข็งแรงอย่างสม่ำเสมอ นอนพักผ่อนให้เพียงพอ และหลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วย สำหรับผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่
เวลาเป็นหวัด ให้ใช้หน้ากากอนามัยคาดปิดปากและจมูกป้องกันการแพร่เชื้อไปสู้ผู้อื่น ค่ะ