ปกติก็ไม่ใช่คนที่ชอบใช้โทรศัพท์เพื่อการคุยเฉยๆ โอกาสที่จะคุยโทรศัพท์นานๆมักจะเป็นเพราะมีคนโทรมาหามากกว่าที่จะเป็นคนโทรไป เพราะจะใช้โทรศัพท์เพื่อการติดต่ออะไรเป็นเรื่องเป็นราวมากกว่า เพิ่งนึกได้ว่าน่าจะเป็นเพราะอะไรก็เพราะการคุยโทรศัพท์นาน 26 นาทีเมื่อหัวค่ำนี้เองค่ะ
เห็นชัดเอาวันนี้แหละค่ะว่า การคุยโทรศัพท์นั้น เราจะทำอะไรไปด้วยให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้นเป็นไปไม่ได้จริงๆ แล้วปกติก็เป็นคนที่ไม่ชอบอยู่เฉยๆนานๆแบบมือว่างๆ ต้องทำโน่นทำนี่ไปด้วยเสมอ วันนี้รับโทรศัพท์เพื่อนเก่าแก่ที่ไม่ได้เจอกันเกิน 20 ปีแล้ว เลยได้คุยกันหลายเรื่อง ก่อนที่จะรับโทรศัพท์กำลังทำงานอยู่และเตรียมตัวจะเคลียร์เมลที่ไม่ได้เคลียร์มา 2-3 วันอยู่ งานการตรวจสอบตัวเลขที่ทำอยู่ก่อนรับโทรศัพท์นั้นไม่สามารถทำไปพร้อมกับคุยโทรศัพท์ได้ ก็เลยไปเปิดเมลแทน คิดว่าไม่น่าจะเป็นอะไรเพราะก็แค่คลิกไล่ดูเมลที่มีมากมาย อันไหนที่ต้องตามลิงค์ก็ตามไปแล้วกลับหรือ action แล้วก็ลบเมลที่ไม่ต้องการ
อ่านไปด้วยคุยไปด้วย เคลียร์เมลไปด้วย วางโทรศัพท์แล้วกลับไปดูเมลต่อ เล่นเอาตกใจ เพราะเห็นใครต่อใครตอบรับ Hi5 จากเรากันมาเป็นแผงในเมล คิดได้ว่านั่นเป็นเพราะพูดโทรศัพท์ไปด้วย คลิกเมลไปด้วย แล้วไปคลิกเอาสิ่งที่ไม่ได้ตั้งใจนั่นเอง นึกอยู่เหมือนกันตอนที่คลิกว่านี่มันอะไรนะ แต่มือก็คลิกไปเสียแล้ว
เข้าใจแล้วว่าทำไมถึงมีกฎหมายเรื่องการห้ามรับโทรศัพท์ระหว่างขับรถ เพราะสมาธิในงานตรงหน้าของเรานั้น ถูกทำลายโดยสิ้นเชิงจริงๆในระหว่างที่เราติดพันกับการคุยโทรศัพท์ ใครมีประสบการณ์เล่าสู่กันฟังบ้างนะคะ
"มีโอกาสจะเข้ามาศึกษาบทความ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ในเครือข่าย นับได้ว่าเป็นเวทีที่ทรงคุณค่าจริงๆ จากการแนะนำของพี่ชาย ที่อยู่ในเครือข่ายนี้เช่นกัน ด้วยความเคารพและขอบคุณครับ"
ประสบการณ์คุณพีระ น่าเอามาถ่ายทำเป็นหนังตัวอย่างของอันตรายที่เกิดขึ้นได้เมื่อใช้โทรศัพท์บนท้องถนนจริงๆนะคะ เพราะนี่ขนาดตั้งตัวระวังแล้วยังเกิดเหตุน่าหวาดเสียวจนได้ อ่านแล้วนึกภาพไปด้วย ทำให้นึกถึงวันก่อนได้รับ forward mail เป็นหนังโฆษณาแสดงให้เราเห็นถึงอันตรายของการใช้โทรศัพท์มือถือในระหว่างกิจกรรมต่างๆ ไม่ว่าเราจะเป็นคนขับหรือคนเดินถนน เมื่อไหร่คุยโทรศัพท์ (ยิ่งคุยนานๆด้วยละก็) มนุษย์ทุกคนก็จะขาดสติกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าแน่นอนค่ะ
ดูแล้วเชื่อว่า ถ้าเอามาฉายให้ดูซ้ำๆบ่อยๆรับรองว่า ไม่ต้องมีกฎหมายหรอกค่ะ คนต้องกลัวจนไม่ทำหรือหาทางแก้ไขอย่างที่คุณพีระ ทำนี่แหละนะคะ
ขอบคุณที่เอาประสบการณ์น่าสนใจมาฝากกันนะคะ เห็นโทษชัดกว่าของพี่โอ๋เยอะเลย