สุนทรียปรัศนี...เป็นการใช้อารยะของตัวเองในการก้าวไปข้างหน้า ด้วยการใช้คำถามที่ก่อให้เกิดความซาบซึ้ง การให้กำลังใจมาเป็นตัวตั้ง โดยค้นหาสิ่งดีๆที่แต่ละคนมีอยู่ออกมา

ตอนที่ 1  สุนทรีย ปรัศนี...หมายถึงอะไร ??

       นับเป็นความโชคดีที่ได้มีวันนี้   วันที่ได้รับความรู้ใหม่ๆ  แนวคิดใหม่ๆ  จากพ่อครู ทันตแพทย์อุทัยวรรณ    กาญจนกามล   ผู้อำนวยการสถาบันสร้างเสริมพลังชุมชน นวัตกรสังคมชั้นเยี่ยม จากสถาบันเสริมสร้างพลังชุมชน   เมื่อวันที่ 15-17 กรกฏาคม 2552 ที่ผ่านมา  ณ.โรงแรมลานนาพาเลซ  เชียงใหม่

 

           สุนทรียปรัศนี...เป็นการใช้อารยะของตัวเองในการก้าวไปข้างหน้า  ด้วยการใช้คำถามที่ก่อให้เกิดความซาบซึ้ง  การให้กำลังใจมาเป็นตัวตั้ง   โดยค้นหาสิ่งดีๆที่แต่ละคนมีอยู่ออกมา    เพื่อให้ได้ปฏิบัติการอันสุนทร  และจะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางบวก

           ศิลปะในการตั้งคำถาม  ที่จะเสริมสร้างพลัง  ทำให้ดึงเอาทั้งความรู้  ความสามารถ   พรสวรรค์  ที่มีอยู่แล้วในทุกคน  ให้ผลุดพลายออกมาให้เห็นเป็นที่ประจักษ์  และ..เพื่อให้คนนั้นเกิด ...ความเชื่อมั่น...  ภาคภูมิใจ ...  ในตัวเอง

คุณมองน้ำครึ่งแก้วอย่างไร ??

       ตราบใดที่เรามองว่าน้ำลดลง  ต้องเอามาเติมให้เต็ม  เหมือนเรามองว่าตัวเองบกพร่อง   ต้องปรับปรุงแก้ไขอยู่ตลอด            

        แต่...ถ้าเรามองตรงกลับกัน  ว่ายังมีน้ำเหลืออีกตั้งครึ่งแก้ว  เราจะพยายามใช้ส่วนที่เหลือให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุด  เหมือนแอ่งน้ำเล็กๆกลางทะเลทราย  ที่ทุกคนต้องเอามาใช้อย่างคุ้มค่า  และอย่างทนุถนอม

          จึงเป็นเหตุผลว่า..ทำไมต้องมีสุนทรียปรัศนี   เพราะ... เป็นการสื่อสารเชิงบวก  และมีชีวิตชีวา   เพื่อก่อให้เกิดความร่วมมือในการทำงานอย่างเคียงบ่าเคียงไหล่และเข้มแข็ง

     

 

           ขอฝากกลอนดีๆให้ลองอ่านดูค่ะ

  • สองคนยลตามช่อง

      คนหนึ่งมองเห็นโคลนตรม

      อีกคนตาแหลมคม

     มองเห็นดาวแพร่พร่างพราย....

  • ถ้อยคำ คือ เครื่องมือ สำหรับคนที่มีค้อนในหัวใจ    ทุกสิ่งไซร้  คือ ตะปู

    

         สร้างสรรค์สิ่งดีๆที่มีแทนการตั้งหน้าตั้งตาแก  แก้ไขเฉพาะสิ่งที่ผิดพลาด

          สุนทรียปรัศนี  จึงมีความหมาย ....

  • การมองหาสิ่งที่ยังใช้ได้

  • พบพานความมีชีวิตชีวา

  • ฉายภาพของโลกที่สดใส

  • เต็มไปด้วยพลังแห่งสติปัญญา

  • พลังบวก....ที่ระเบิดออกมา  และ...ฉุดรั้งไม่อยู่

 

          เรามาช่วยกันเปิดกระบวนทัศน์การทำงานใหม่ให้องค์กร  และ..ตัวเองกันเถอะค่ะ

ขอบคุณและ...โปรดรออ่านตอนต่อไปนะคะ