ยอมรับว่าการดำเนินการเรื่องนี้มีความล่าช้า ทั้งที่ข้าราชการครูฯได้รับวิทยฐานะมาหลายปีแล้ว

เรื่องการคงวิทยฐานะของผู้ที่ผ่านการประเมินวิทยฐานะมาแล้วว่า ความจริงเรื่องการโยกย้ายผู้บริหารเมื่ออยู่ในตำแหน่งนั้นๆ ครบ 4 ปี ในอดีตก็เคยมีการปฏิบัติกันมา แต่ในส่วนของสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และ สอศ. จะต้องดูความเหมาะสมกันด้วย ซึ่งสำนักงาน ก.ค.ศ.จะต้องเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องมาช่วยกันพิจารณาจัดทำรายละเอียดในเรื่องนี้ ส่วนการออกหลักเกณฑ์การประเมินคงวิทยฐานะ ทางสำนักงาน ก.ค.ศ.ยังคงพิจารณาอยู่ เพียงแต่ยังมีความกังวลว่า เมื่อวางหลักเกณฑ์ออกมาใช้แล้วจะมีผลกระทบกับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ได้รับวิทยฐานะมากน้อยเพียงใด ซึ่งเรื่องนี้จะกระทบกับหลายแสนคน ดังนั้น จึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบที่สุด ไม่เช่นนั้นอาจเกิดปัญหาเช่นเดียวกับตอนที่ออกประกาศใช้หลักเกณฑ์การประเมินวิทยฐานะเกณฑ์ใหม่ ว 2 เมื่อปีที่ผ่านมา ซึ่งมีผลกระทบจนทำให้ต้องมีการชะลอและปรับปรุงใหม่

"ผมไม่อยากให้ประกาศใช้เกณฑ์ประเมินการคงวิทยฐานะแล้วมีปัญหาต้องมาแก้ไขย้อนหลังกันอีก อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้สำนักงาน ก.ค.ศ.ได้จัดทำร่างหลักเกณฑ์ไว้แล้ว แต่ต้องนำมาปรับปรุงใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับวิทยฐานะตามหลักเกณฑ์ใหม่ ว 2 ซึ่งที่ประชุมคณะกรรมการ ก.ค.ศ.เพิ่งอนุมัติให้ใช้ได้เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม เมื่อคณะกรรมการ ก.ค.ศ.เห็นชอบหลักเกณฑ์การประเมินคงวิทยฐานะออกมาแล้ว หากจะมีข้าราชการครูฯไม่ยอมรับหรือคัดค้านไม่ปฏิบัติตาม ก็คงทำไม่ได้ เพราะเรื่องนี้ได้กำหนดไว้ในกฎหมายแล้วว่าจะต้องปฏิบัติตาม ทั้งนี้ ยอมรับว่าการดำเนินการเรื่องนี้มีความล่าช้า ทั้งที่ข้าราชการครูฯได้รับวิทยฐานะมาหลายปีแล้ว" นายประเสริฐกล่าว

 

ที่มา มติชนรายวัน วันที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2552 ปีที่ 32 ฉบับที่ 11447 หน้า 22

อ้างอิงจาก http://www.kroobannok.com/15428