งาม ดี จริง

เกือบ 2 ปีก่อน (23 ก.ค. 50) ผมเขียนบทความเรื่อง งาม ดี จริง มาครั้งหนึ่ง เป็น concept ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากหนังสือ Integral Spirituality ของ Ken Wilber หลังจากนั้น ผมได้นำมาใช้ประกอบการบรรยาย และสอนแสดงในรูปแบบต่างๆนับครั้งไม่ถ้วน เรียกว่าหากินไปได้นาน

คราวล่าสุดนี้ ผมได้ไปทำ workshop ให้โรงพยาบาลสันทราย เกิดวิธีใหม่ชนิดปิ๊งแวบเข้ามา เนื่องจากนั่งรวมอยู่กับกัลยาณมิตรหลายคน ได้แก่ หมอวรวุฒิ โฆวัชรกุล ผ.อ.สันทราย (เจ้าภาพ ที่ไม่ยอมนั่งในกลุ่ม participants แต่มานั่งที่กระบวนกรด้วย) พี่วิธาน ฐานะวุฑฒ์ พัฒนา (แอ๊ด) แสงเรียง อ้อ.. มีหมอหนึ่งจาก รพ.นครพิงค์มาช่วยด้วย เรียกว่า "ลงแขก" กัน กระซิบกันไป กระซิบกันมา เลยใช้หลักที่พี่วิรัช (ผ.อ. โรงพยาบาลลำพูน) quote มาจากท่านพุทธทาส คือให้เรา "ตกกระไดพลอยโจน" อย่าไปฝืนอะไรที่กำลังผุดปรากฏ ณ ตอนนั้น (ที่จริงท่านหมายถึงการดูแลจิต ขณะจะหลุดจากร่าง) ให้เลยตามเลย ไม่ฝึกฝืน

กับพี่วิธาน ณ กาแฟอเมซอน (ถ้ามากับแอ๊ด การันตีว่าได้แวะแน่นอน)

เช้าวันนั้นเราเริ่มฐานกายภาวนาก่อน นอกเหนือจากภาคเช้าตรู่ที่ อ.แอ๊ด นำภาวนาเหงื่อตกไป 1 ช.ม.เต็ม เช้านี้ยังต่อด้วยกายภาวนาโดยใช้อุปกรณ์คือสายหนังยางร้อยเป็นเส้น เหมือนกับเส้นยางที่เราใช้เล่นกระโดดเชือกนั่นแหละครับ แต่เอาแบบหนาหน่อย ของใครของมัน ผู้ชายใช้ 12 เส้นร้อย 38 ชุด ส่วนผู้หญิงย่อมเยาลงมานิด 8 เส้น 36 ชุด  ไม่น่าเชื่อว่ายางหนึ่งเส้นนี้จะนำมาดัดแปลงออกกำลังได้เด็ดดวงเหงื่อตกกันทีเดียว

ไม่ใช่ตีหน้าขรึมนะครับ แต่มันเหนื่อย ยิ้มไม่ออกอ่ะ

นี่คือท่าสุดยอดทรมานที่สุด เรานั่งทับสายแล้วพยายามดึงขึ้นให้แขนขนานกับพื้น

เป็นการออกกำลังประเภท isometric เป็นส่วนใหญ่ ปรับควบคู่กับการทำกายภาวนาคือสมดุลกับการหายใจเข้า หายใจออก และการมี awareness ต่อความเจ็บปวดของกล้ามเนื้อมัดต่างๆ (ไม่ยากเลย สำหรับงานนี้....) มัดไหนที่ไม่เคยรู้ว่ามันมีอยู่ คราวนี้ก็ได้รู้ เพราะมันจะโอดโอยด้วยถูกทรมานอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว มีทั้งสั่นระริกๆ จนไปถึงหยุด และ spasm ไปเฉยๆก็มี

แต่ละคนก็จะได้หนังยางเส้นที่ตัวเองร้อยมากลับไปเป็นที่ระลึก นึกได้เมื่อไรก็ควักมาเล่นได้ทันที เวลาเก็บให้แช่ตู้เย็นไว้ กันยางแห้งเปราะขาด อย่าลืมบอกคนที่บ้านก็แล้วกันว่ามันคืออะไร เพราะมันหยุ่นๆ เย็นๆ ชื้นๆนิดๆ

เสร็จแล้ว ผมก็เลยขออาสาทำเรื่อง งาม ดี จริง ให้แก่ participants

คือใน Workshop นี้ เราจะมีการให้ผู้เข้าร่วมได้ "ลงมือเขียน" หลายครั้ง หลายครา (เรื่องเขียนกับการเรียนรู้นี่น่าสนใจครับ พี่วิธานเคยเขียนลงมาหลายครั้งแล้วในมติชน และใน new-heart, new-life แต่ผมยังไม่เคยเขียนจริงๆจังๆ เก็บไว้ก่อน) ตอนผมกำลังเริ่มเกริ่นนำเข้า พี่วิธานนั่งอยู่ข้างๆ เลยกระซิบบอกว่า ไหนลองให้ผู้เข้าร่วมลองเขียนจากมุมมองของตนเองดูสิ ว่า แต่ละอย่าง เขาจะยกตัวอย่างอะไร ผมก็เลยเริ่่มเลย งาม ดี จริง ก็ลองให้ทุกคนเขียนลงในสมุดประจำตัว กลุ่มละ 5 ตัวอย่าง

งาม

  • เมื่อเช้าตื่นมา เห็นแสงแดดค่อยๆทอดลงบนพื้นผ่านร่องม่านหน้าต่าง ยาวขึ้นๆ สวยดี
  • เห็นดอกไม้
  • ห้องสวยดี แต่งแบบล้านนา เป็นไม้ล้วนๆ (แสดงว่าเมื่อคืนทำอะไรหนักไปหน่อย เลยไม่ทันเห็นว่าเขาแต่งแบบนี้ทั้ง resort)
  • ชุด อ.สกล สวยดี (อิ อิ เขาพูดอย่างนี้จริงๆครับ เราต้องซื่อสัตย์ เอามาลง)
  • เห็นความงามในดวงตาของท่าน ผ.อ. (ยิ้มแก้มปริ... สงสัยเขาหมายความว่าตอนยิ้มจะไม่เห็นความอำมหิตรึเปล่า เลยพูดให้ยิ้มบ่อยๆ อิ อิ อิ แซวเล่น)
  • เห็นความตั้งใจของกระบวนกรที่มา (อืม... ได้ลูกยอมาอีกดอกนึง รับไว้ๆๆ)

ดี

  • อาทิตย์ที่แล้วไปทำบุญเข้าพรรษา
  • ได้ไปช่วยเหลือคนไข้ใน ward ตอนเช้า
  • ไปรอรับลูก แต่คราวนี้ไม่ได้แวะร้านเบียร์ ไปแวะร้านหนังสือแทน เป็นการทำความดี
  • ทำกับข้าวให้ที่บ้าน อืม.. เราไม่ได้ทำให้ลูก ให้ภรรยาทานนานแล้วนิ
  • ไปช่วยเลี้ยงหลานให้คุณป้า
  • กลับบ้านไปดูแลคุณแม่ ไปสระผมให้คุณแม่
  • ไปบอกพี่สาวให้ไปเป็นเพื่อนคุณแม่

จริง

  • วันนี้ใส่กางเกงสีฟ้า รวมทั้งกางเกงในด้วย (เขาบอกยังงี้จริงๆนะ ไม่ได้ตัดต่อเลย)
  • มีลูก 2 คน
  • กำลังจะมีลูกแรก (ภรรยาตั้งท้อง) ตื่นเต้น และก็เป็นทุกข์ด้วยในความรับผิดชอบที่จะเพิ่มขึ้น
  • ศาสนา ความดี เป็นความจริง
  • เราได้ทำอะไรลงไปบ้าง เป็นความจริง

พอให้เขาเขียนเสร็จ และสะท้อน อ่านให้ฟัง ยิ่งฟังยิ่งทึ่ง อุทานเบาๆกับตัวเองว่า สุดยอด สุดยอด ที่แล้วมาเราไปสรุปให้เขา ไปคิดแทนเขา ที่จริงแล้วไม่จำเป็นเลย เพราะสิ่งที่ทุกคนพูดมา ก็เป็นตัวอย่างที่ authentic ทั้งนั้น

พอเราพยายามหา "ตัวร่วม" ในแต่ละมิติ เราก็ถอดออกมาได้ไม่ยากเลย เพราะใน "ความงาม" นั้น จะเป็นเรื่องที่ "ฉัน" เป็นคนรับรู้ เป็นคนรู้สึก เป็นคนให้นิยาม แม้ว่าแต่ละคนจะต่างกันไป ก็ไม่แปลก แต่สมการทุกอันมีตัวร่วมคือ "ฉัน"

"ความดี" ก็เห็นได้ชัด ประธานอาจจะเป็นฉันก็ได้ หรือใครก็ได้ แต่ความดีทุกๆตัวอย่างนั้น จะต้องเป็น "การกระทำ" ที่หลุดพ้นจาก "ผู้กระทำ" ทั้งสิ้น คือมีคนกระทำ ทำอะไรบางอย่าง ที่ไม่ใช่ตนเอง ไม่ใช่เพื่อตนเอง

"ความจริง" ก็คือสิ่งที่สังเกตได้ เห็นว่าเกิด ประจักษ์ในผัสสะของทุกๆคน

เราก็ได้ งาม ดี จริง กับความสัมพันธ์ของ ฉัน เธอ/เรา และ มัน ตามที่เคยบรรยายไว้ทุกประการ ต่างกันตรงที่ทุกๆคนช่วยกันยกตัวอย่าง "ก่อน" ที่เราจะเฉลย หรือโยงใยเข้าหากัน

ยกสุดท้าย ผมก็ให้แต่ละคนจับกลุุ่ม 4 คน ทำ mini World Cafe โยนโจทย์ลงไปว่า "จะเป็นเช่นไร ถ้าหากเราทำงานเพื่อมิติใดมิติเดียว ไม่ได้คำนึง หรือปราศจากอีกสองมิติ?" ก่อนที่จะให้มาสะท้อนในกลุ่มใหญ่ ผลการสะท้อนนั้น ต้องบอกว่า mind blowing เพราะที่แต่ละกลุ่ม แต่ละคนตัวแทน ที่สะท้อนผลการพูดคุยนั้น ต้องเรียกว่านำมาเรียบเรียง เขียนได้ chapter หนึ่งงามๆ ว่าด้วย งาม ดี จริง ฉบับอิทัปปัจจยตา ได้เลยนั่นเทียว