ตามใจปาก จึงต้องสะกดความอยากไปอีกนาน นับจากนี้ไป...

Fon2009 

ซี เอ เค อี ....CAKE โอย...อร่อย.

ไม่อยาก...อด(ใจ)เลย

ไม่ได้การแล้ว…ไม่อ้วนทำอย่างไร?

 

ช่วงเวลาหนึ่งถึงสองเดือนนี้ เสื้อผ้าค่อนตู้ถูกถอดจากการแขวนค่ะ

ไม่ได้การแล้ว เสื้อผ้าที่พับเก็บกองไว้รอการนำไปบริจาค ทั้งที่ใจลึกๆ ก็ยังเสียดาย เพราะบางตัวยังใหม่ ยังเป็นตัวโปรดอยู่ ยังไม่ถึงเวลายกให้ใครสักหน่อย

 

ไม่ได้การแล้วๆ

          ฉันค้นตำราอาหาร ตำราออกกำลังกายลดไขมันที่เผลอสะสม พร้อมตั้งปณิธานไว้ว่าจะต้องทำให้ได้ต่อจากนี้ไป

          หนังสือ “อาหารลดความอ้วน กายบริหารลดน้ำหนัก” ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 10 เดือนมกราคม 2545 เป็นหนังสือที่เรียบเรียงโดยอาจารย์ศรีสมร คงพันธุ์ ฉันพลิกดูวันเดือนปีที่ซื้อไว้ ตั้งแต่วันที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2545 อ้อ...ยังไม่เคยลงมือทำตามข้อแนะนำเต็มที่ เพราะตอบคำถามของอาจารย์ได้ว่า“ยัง...ยังไม่จำเป็นเท่าไร”  มาคำถามจากหนังสือค่ะ “คุณควรจะลดน้ำหนักหรือเปล่า (หน้า 11)” แน่ะ...หนังสือก็เลยระเห็จขึ้นชั้นไป เพราะยังหลงรูปตัวเองว่าสวยงามตามวัย ฮิฮิ ในที่สุดก็สายไปเสียแล้ว ^^

          มีหนังสืออีกหลายเล่มที่ซื้ออ่านด้วยกันสองแม่ลูก จนสาวน้อยเธอเดินหน้าเลยขอบเขตที่กำหนดไป ส่วนเล่มนี้ค่ะ  ชอบเนื้อหาสาระและเทคนิคการนำเสนอ ก็เลยหยิบออกจากชั้นหนังสือมาวางคู่กับเล่มแรก เผื่อจะเกิดแรงบันดาลใจให้ฮึดสู้ ชื่อหนังสือ “Metinee’s Secret” เคล็ดลับรูปร่างสวยจากซูเปอร์โมเดลที่ได้รับการยกย่องว่ารูปร่างดีที่สุดคนหนึ่งในเมืองไทย โดย เมทินี กิ่งโพยม เรียบเรียงโดย กิติกร เลิศวิลัย

          หนังสือเล่มสวยนี้เป็นฉบับพิมพ์ครั้งที่ 10 เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2546 (สังเกตว่าฉบับพิมพ์ครั้งที่เท่ากันเลยนะคะ และซื้อมาอ่านในเวลาไล่เลี่ยกัน นอนเล่นรอเวลาอยู่บนชั้นหนังสือนานเจ็ดปีแล้ว)

       พูดเรื่องน้ำหนัก แล้วช้ำใจค่ะ ในเวลาไม่ถึงสองเดือน น้ำหนักของฉันพุ่งพรวดกว่าสี่-ห้ากิโลกรัม เกินกว่าที่ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพกำหนดไว้ไปแล้ว เมื่อ น้ำ...ยังหนักได้แปรสภาพเป็นไขมันไปแล้ว  ก็ต้องหาทางขจัดออกไปให้ได้  ให้ถูกหลักวิธี หลายตำราบอกตรงกันให้ดูแลอาหารที่รับประทาน และมีกิจกรรมออกกำลังกาย

          การควบคุมน้ำหนักสำหรับคนวัยผู้ใหญ่ ใครๆ ก็บ่นว่ายาก ยิ่งปล่อยปละละเลยล่วงเลยไป ยิ่งฉุดไว้ไม่อยู่ ต้องเข้าคอร์ส เสียเงินเสียทอง ต้องหาคนมาช่วยควบคุมกิจวัตรประจำวัน ประเภทไป “ว้าว ว้าว” คือต้องให้มีการดูดทรัพย์จากกระเป๋าจนกลายเป็นโรคเลือดจางถึงจะดี แต่บางคนก็บอกว่า บังคับตัวเองให้ได้ก็ไม่ถึงขั้นกระเป๋าเบาหรอกนะ...ลองดูแบบหลังดีกว่าค่ะ

          ฉันกำลังสนใจเรื่องอาหารแลกเปลี่ยน (Food Exchange) แต่จะทำได้สักกี่น้ำ แค่ทำอาหารเองยังไม่เป็นภาษาอาหารเลยค่ะ  น้องชายเพิ่งจะชวนคุยเรื่องอาหาร สงสัยจะตกใจสภาพบวมปุบปับของฉันจนไม่กล้าโวยวายออกมาตามตรง ถึงได้แนะนำเรื่องอาหารการกินที่จะช่วยได้บ้าง ให้ได้กำจัด มันๆ ส่วนเกิน แต่ยังมีพลังงานไว้เผาผลาญเพียงพอ

          อาจารย์ศรีสมร คงพันธุ์ ท่านเขียนในหนังสือเล่มนี้ในหน้าสิบห้าค่ะว่า “ทุกสิ่งที่ทำให้เกิดไขมันในร่างกาย เข้าไปทางปากของคุณทั้งสิ้น ฉะนั้น การควบคุมไขมันของคุณเริ่มต้นและจบลงที่ “ปาก” นี่เอง”

          เอาละค่ะ ครั้งนี้ฉันจะอ่านและปฏิบัติตามตำราอย่างเคร่งครัดเสียที

          แต่...คิดดูสิคะว่า... “มัน” อร่อยขนาดไหน...

 

 

เติมความรู้ข้อมูลในอินเทอร์เน็ตกันค่ะ

  • เอกสารพีดีเอฟ อาหารแลกเปลี่ยน” โดย อาจารย์ศรีสมัย วิบูลยานนท์ นักโภชนาการผู้ชำนาญ (ลิขสิทธิ์ศูนย์เบาหวานศิริราช)
  • หนังสือ อาหารลดความอ้วน กายบริหารลดน้ำหนัก โดยศรีสมร คงพันธุ์  (ขอบคุณลิงค์หนังสือจากซีเอ็ด)

     

    โอ้ ไม่ได้การแล้วๆๆ

    หมายเหตุไม่ให้ตัวเองอ้วนเรื่อยเปื่อย อาหารแลกเปลี่ยนเป็นรายการอาหารที่นักโภชนาการได้จัดไว้เป็นพวก ๆ เพื่อใช้สำหรับแลกเปลี่ยนเวียนกันไปเรื่อย ๆ และได้มีการคิดค่าเฉลี่ยของคาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน และแคลอรี่ไว้ด้วย ตัวเลขปริมาณของสารอาหารเหล่านี้เป็นเพียงค่าเฉลี่ยที่จะต้องใช้อาหารต่างๆ ในรายการสลับเปลี่ยนกันไปทุกวัน ทุกมื้อให้ทั่วถึง ถ้าหากกินอาหารซ้ำ ๆ จำเจจะเกิดข้อผิดพลาดคือ อาจทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารบางอย่างมากไปหรือน้อยไปได้...(คัดจากหนังสือเล่มแนะนำของอาจารย์ศรีสมร คงพันธุ์ หน้า27)

 ชวนอ่านต่อเนื่อง...>>หนังสือดูเรามานานแล้ว (9 สิงหาคม 2552)