“ วันที่ข้าสูญเสียทุกอย่าง ..เป็นวันที่ข้ามีความสุข.. เพราะข้าไม่เหลืออะไรเลย...แม้แต่ตัวตนของข้าเอง ..ความไม่มีอะไร ทำให้ข้ามีความสุข

หมู่นี้มีสิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นกับตัวแม่ต้อย คือที่อาการน้องๆสมัยใหม่เรียกกันว่า งานเข้า  มันมีมากมายจนทำให้แม่ต้อยเองไม่ค่อยมีเวลามาเล่าเรื่องราวต่างๆ ที่น่าสนใจให้น้องๆได้อ่านดังเช่นเคย ทั้งๆที่คิดถึงมากจริงๆ

       อันที่จริงในทุกๆวันเราจะมีเรื่องราวอะไรต่างๆเกิดขึ้นมามากมาย หลายเรื่องหลายราว  บางเรื่องก็เป็นเรื่องที่ดีน่าจดจำหรือนำไปเป็นบทเรียนได้ หลายๆเรื่องก็ไม่น่าจดจำเอาเสียเลย เพราะว่าทำให้เราเกิดความเศร้าหมอง ไม่สบายใจ คงคล้ายๆกับเพลงๆหนึ่งในอดีต ที่มีเนื้อร้องว่า อยากลืมกลับจำ..อยากจำกลับลืม  อะไรทำนองนั้น

แนวคิดนี้น่าจะอยู่ในใจของบรรดาเพื่อนๆแม่ต้อย ที่ล้วนแล้วแต่อยู่ในวัยที่ผ่านเรื่องราวต่างๆมามากมาย ทำงานให้องค์กรมาก็มากมาย  หลายๆคนอยู่ในตำแหน่งบริหารระดับสูง คงจะเครียดในการทำงาน เลยนัดกันจัดงาน ย้อนยุค ขึ้นมาและป่าวประกาศให้เพื่อนๆ ไปร่วมงานให้จงได้ ห้ามใครคนใดคนหนึ่งเบี้ยวงานเป็นอันขาดทำนองนั้น  และมีการกำชับอีกว่าให้แต่งกายย้อนยุคมากๆไปร่วมงานนี้ด้วย.. เพื่อสร้างความสุข ความเบิกบานสำราญใจ..กันสักครั้ง

เมื่อแม่ต้อยได้รับข่าวนี้ ก็นึกในใจว่า วัยขนาดแม่ต้อยและเพื่อนนี่ ไม่น่าจะกำชับให้แต่งกายย้อนยุคเลย .. ก็ปัจจุบันนี้ ก็แต่งกายย้อนยุคจนตามใครไม่ทันแล้วนี่นา..ใช่ไหมคะ?.. คริ.คริ

 

ในงานนี้ มีการบรรเลงเพลงในสไตล์เพลงสมัยเมื่อแม่ต้อยยังวัยรุ่น ด้วยวง ซิลเวอร์แซนดิ์ ซึ่งเป็นวงชาโดว์ ที่โด่งดังมากที่สุดในสมัยก่อนเสียด้วย ( ใครรู้จักบ้างคะ? อิอิ) ยุคนั้นต้องแต่งตัวกางเกงขาลีบ เสื้อตัวคับ ผมหวีเป่ข้างหนึ่ง  แว่นตาดำ รองเท้าหนังหัวแหลม เดินตัวโยกๆ นิดๆ เท่ไม่เบา..เชียว

 ความพยายามในการย้อนยุค

 

 เสียงเพลงดังกระหึ่มไปทั่ว จนทำให้เราอดนึกถึงอดีตที่สนุกสนานไม่ได้เสียจริงๆ

นักดนตรีและนักร้อง ก็อายุพอๆกับคนที่ไปร่วมงาน นับว่า ย้อนยุค ได้อารมณ์ ทีเดียว   ฝีมือยังเฉียบขาดนะ.. และดูเหมือนว่าพวกเราก็มีความเบิกบานสำราญใจกันถ้วนหน้ากันทุกคน ร่วมร้องเพลงอย่างสนุกสนาน

 ยุคโบราณ ...ของจริงชัวร์

แต่มันจริงไหม?.. แม่ต้อยมีความคิดประหลาดผุดขึ้นมาทันที.ช่างขี้สงสัย..เสียจริง หากพ้นคืนนี้ไปแล้ว เราจะมีความสุขแบบนี้อีกหรือไม่.. เหตุที่คิดแบบนี้เนื่องจากแม่ต้อยแอบสังเกตุเห็นคนที่มาร่วมงานบางคนก็ใช่ว่าจะมีความสุขนะ..

 

เสียงเพลง และการขับร้อง..หรือเสียงดนตรี...เป็นภาษาของความสุขหรรษา เป็นการแสดงออกของคนที่ไม่มีความทุกข์..

 เพื่อนออกไปร้องเพลงมันๆ..

 

แม่ต้อยจำคลับคล้ายคลับคลาว่าอ่านข้อความนี้มาจากหนังสือเล่มใดเล่มหนึ่ง.. และมีต่อไปอีกว่า..

 

แต่ ความสุขเหล่านี้  เป็นเพียงการแสดงออก หรือพยายามทำขึ้นมา ลึกไปกว่านั้น อาจจะเป็นสิ่งตรงข้าม..เมื่อการแสดงจบทุกอย่างก็จบสิ้นตามไปด้วย

 

จริงๆแล้ว ความสำราญบานใจเกิดขึ้นได้ โดยไม่ต้องมีเหตุผลหรือสิ่งใดรองรับ..มันสามารถออกมาจากจุดภายในของเราเอง..ความสุขที่เราสร้างขึ้นมา จึงไม่ใช่ของแท้..

 

นี่แม่ต้อยอ่านหนังสือมากไปหรือเปล่านะ..คิดกับตัวเอง

แต่อย่างไรก็ตาม พวกเราก็มีความสุขพอสมควรกับสิ่งที่เรา สร้างขึ้น ได้พูดคุยกันกับเพื่อนๆ ได้รำลึกถึงอดีตที่ผ่านมานานโขแล้ว

ได้หัวเราะต่อกระซิก ... ได้ฟังเพลงที่หาฟังยากๆ ( เพราะไม่มีใครเปิดให้ฟัง) ฯลฯ

 

อาจจะเป็นเพราะวัยที่ได้ที่..อิอิ

เพื่อนคนหนึ่งเล่านิทานก่อนกลับบ้านให้ฟังว่า..

นานมาแล้ว..มีพระราชาองค์หนึ่ง...มีทุกสิ่งทุกอย่างที่ปรารถนา ไม่ว่าจะเป็นความมั่งคั่ง..อำนาจและสุขภาพที่ดี..พระองค์มีมเหสี.มีราชโอรส ราชธิดาซึ่งเป็นที่รักของพระองค์..แต่พระองค์กลับไม่มีความสุขเลย เต็มไปด้วยความเศร้า เบื่อหน่าย..

พระองค์ จึงมีบัญชาว่า..จงไปหาคนที่มีความสุขและเอาเสื้อผ้ามาให้ข้าอย่างเร็วที่สุด..

บรรดาเหล่าเสนาบดีก็รีบเร่งไปความหาคนที่มีความสุข จำนวนมากในเมือง แต่ทุกคนต่างก็บอกว่า จะเอาเสื้อผ้าไปกี่ตัวก็ได้..แต่ข้าไม่มีความสุขนะ..

จนพบชายคนหนึ่งเป่าขลุ่ยท่ามกลางค่ำคืนที่เงียบสงัด เสียงขลุ่ยของเขาไพเราะจับใจ

ท่านมีความสุขไหม? เสนาบดีถาม

ข้ามีความสุข..ข้าคือความสุข..ท่านต้องการอะไร? ชายเป่าขลุ่ยตอบ

ขอเสื้อมาให้ข้า .. เสนาบดีตอบด้วยความดีใจที่พบคนมีความสุขแล้ว

เป็นไปไม่ได้ ที่ข้าจะให้.. เพราะข้าไม่มีเสื้อสักตัว ..ท่านคงไม่เห็นเพราะมันมืดมาก..

อ้าว..แล้วท่านมีความสุขได้อย่างไรละ?.. ท่านไม่มีแม้แต่เสื้อ ทำไมท่านมีความสุข?

วันที่ข้าสูญเสียทุกอย่าง ..เป็นวันที่ข้ามีความสุข.. เพราะข้าไม่เหลืออะไรเลย...แม้แต่ตัวตนของข้าเอง ..ความไม่มีอะไร ทำให้ข้ามีความสุข

 

คืนนั้นแม่ต้อยกลับบ้านพร้อมๆกับนิทานเรื่องนี้ในใจ

ได้เรียนรู้การมีความสุข จากการสร้างให้มีขึ้น....และปรัชญาการสร้างความสุขจาก การไม่มีอะไรในคราวเดียวกัน

และแม่ต้อยก็ขอให้ทุกๆคนที่อ่านเรื่องเล่าของแม่ต้อย มีความสุข ความเบิกบาน ตลอดไป.. ไม่ว่า จะเป็นในทางใดนะคะ

รักและสวัสดีคะ