มีโอกาสตามมาดูอาจารย์ขจิตคนเก่งเป็นวิทยากรค่ายภาษาอังกฤษ

เพิ่งกลับจากค่ายภาษาอังกฤษที่วิถีไทยรีสอร์ท สุพรรณบุรี (วันที่ 16 – 17 กค.) ของสพท.สุพรรณบุรีเขตสอง นำทีมโดยคุณครูสุภมาส (ผู้มีบุคลิกภาพน่าเคารพ น่ากอด เยือกเย็นสมกับเป็นแม่พระของลูกศิษย์ตัวน้อย ๆ ) และมีวิทยากรคนเก่ง (จริง ๆ) ที่ผู้เขียนแอบปลื้มอยากเจอตัวจริงเป็นนักหนาเป็นผู้ดำเนินรายการตลอดสองวัน อาจารย์ขจิตเป็นผู้จุดประกายและเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้เขียนมีความคิดว่าสักวันหนึ่งเราน่าจะนำความรู้ภาษาอังกฤษที่ได้มาจากประสบการณ์การใช้ภาษาในชีวิตประจำวันในต่างแดนมานานถึงสิบเจ็ดปี มาทำประโยชน์ให้กับวงการศึกษาของบ้านเราบ้าง

ค่ายนี้ค่อนข้างใหญ่มีเด็กนักเรียนตัวน้อยอายุระหว่าง 8-12 ปี จำนวน 200 กว่าคน จึงต้องแบ่งเป็นฐาน ทั้งหมด7 ฐาน ผู้เขียนเห็นว่าไหน ๆ เราก็มีฝรั่งเจ้าของภาษามาร่วมงานแล้วจึงอยากทำฐานเกี่ยวกับการฟังเพื่อให้เด็กได้มีโอกาสคุ้นเคยสำเนียงชาวต่างชาติ อาจารย์ขจิตแนะนำว่าเกมส์เก้าอี้ True / False น่าจะสนุก

วิธีการเล่นก็คือ เราจะเรียกเด็กออกมาข้างหน้าทีละคน (อยากให้เด็กทุกคนได้มีโอกาสรับผิดชอบการฟังของตน) ให้บ็อบพูดประโยคภาษาอังกฤษให้เขาฟัง หลังจากนั้นเขาต้องคิดว่าประโยคนั้นถูกหรือผิด ถ้าคิดว่าถูกก็ไปนั่งเก้าอี้ตัวที่ติดป้าย true ถ้าคิดว่าผิดก็ไปนั่งเก้าอี้ตัวที่ติดป้าย false แต่ถ้าฟังสองสามครั้งยังไม่เข้าใจก็หันหน้ากลับไปยังกลุ่มให้เพื่อนช่วยได้ ( ปัญหาอยู่ที่บางครั้งเสียงในกลุ่มมีทั้ง true และ false นักเรียนคนที่เป็นเจ้าของประโยคต้องตัดสินใจเองว่าจะไปนั่งเก้าอี้ตัวไหน)

ผู้เขียนและคุณบ็อบค่อนข้างประหลาดใจที่มีนักเรียนเกินครึ่งที่พอฟังประโยคแล้ว แววตาส่อประกายปิ๊งเข้าใจทันทีโดยไม่ต้องให้เพื่อนช่วย ส่วนบางคนที่ไม่เก็ทก็จะมีเพื่อนในกลุ่มช่วย  จากทั้งหมดเจ็ดกลุ่มมีกลุ่มที่ฟังได้ถูกต้องทั้งหมดทุกประโยคถึงสองกลุ่ม ส่วนที่เหลือก็ฟังได้เกือบทุกคำถาม มีผิดบ้างก็แค่กลุ่มละสองสามข้อจากทั้งหมดประมาณสามสิบประโยค

ประโยคที่ทุกคนในกลุ่มฟังเข้าใจและตระโกนส่ายหัวบอกเพื่อนอย่างพร้อมเพรียงกันว่าผิดส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องใกล้ตัวเช่น

We brush our teeth with shampoo. (false)

When we sick we go the hotel. (false)

We play football in the classroom. ( false)

ส่วนประโยคที่ไม่ได้หลอกลวง ถูกต้องแท้ ๆ นักเรียนกลับคิดมากและลังเลใจกับคำตอบ เช่น

Clock tells time. ( นักเรียนไม่คุ้นการออกเสียง ไทอาม เพราะเรามักจะออกเสียงแบบไทย ว่า ทาม)

Chicken lays eggs. ( นักเรียนไม่คุ้นคำศัพท์ วางไข่ แต่พอเขียนให้ดูบนไวท์บอร์ดจะมีเพื่อนในกลุ่มตอบได้เสมอ)

Woods comes from tree ( นักเรียนมักไม่คิดว่า woods แปลว่าไม้กระดาน แต่พอชี้ไปที่ไม้ก็จะตอบกันได้)

Ice made of water ( คงไม่ชินรูปประโยค   made of ตอนหลังปรับเปลี่ยนเป็น made from ก็เข้าใจกัน)

มาเปรยให้ครูบางท่านฟังว่า เด็กนักเรียนเก่งเกินกว่าที่คาดไว้ (เพราะตอนคิดประโยคก็กังวลว่าจะยากไป) คำตอบที่ได้รับทำให้หายสงสัยค่ะ คือเด็กเกือบทุกคนเป็นเด็กที่คัดมาแล้ว เป็นเด็กที่รักและสนใจภาษาอังกฤษเป็นทุนเดิม เขามาเพื่อพัฒนาตัวเองให้เก่งยิ่งขึ้น อีกทั้งต้องนำความรู้ที่ได้รับไปบอกต่อให้กับเพื่อนๆ ที่ไม่ได้มาด้วย

( ผู้เขียนก็เลยย้ำนักหนาว่าต้องไปบอกต่อเพื่อน ๆนะว่า ห้ามออกเสียง blue เป็น boo ที่เอาไว้ใช้ส่งเสียงเวลาแอบเพื่อน เมื่อเพื่อนเดินมาก็กระโดดออกมาแล้วส่งเสียง boo ให้เพื่อนตกใจกลัว)

งานนี้นอกจากมีความสุขที่ได้เห็นแววตาใส ๆของเด็กน้อย ที่เต็มไปด้วยความกระตือรือร้น ใฝ่รู้ใฝ่เรียนแล้ว ยังได้เจอบล็อกเกอร์อีกหลายท่านค่ะ

คุณครูแม่มดคนเก่ง คนที่คุณบ็อบแอบชมว่าออกเสียงภาษาอังกฤษได้ดีมาก น่าปลื้มใจแทนเด็กที่อนุบาลพระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์

คนนี้ค่ะพี่สุภมาสผู้เยือกเย็นเหมือนแม่พระ

ครูแม่มดคนเก่งภาษาอังกฤษ

อีกทั้งคุณครูตุ๊กแก ที่อุตส่าห์ขับรถฝ่าความมืดมาตั้งไกลมาเยี่ยมค่ายของเรา  ครูตุ๊กแกตัวจริงสวยกว่าในรูป แต่ชอบออกตัวว่าผิวคล้ำ พี่อักษรคล้ำเสียกว่าอีกแต่เดี๋ยวนี้เริ่มเห็นตามฝรั่งแล้วค่ะว่าผิวสีแทนดูสวย สุขภาพดีกว่าผิวขาวซีด ( เข้าข้างพวกเดียวกันน่ะ)

นี่ไงครูตู๊กแกสวยจริง ๆ แถมใจดีต่อโทรศัพท์ให้ผู้เขียนคุยกันศน.อ้วนด้วย P

นอกจากนั้นยังเจอบล็อกเกอร์ชาวสุพรรณอีกหลายท่านค่ะ ถ้ากล่าวไม่หมดขออภัยนะคะ พี่ครูพรรณา จากบางลี่ ( เพิ่งทราบว่าน้องครูตุ๊กแกเป็นศิษย์เก่าบางลี่ของคุณครูพรรณา) คุณครู She โวร์ phonics  น้องวัลย์ ดอกไม้สด

ท้ายนี้ต้องขอบคุณอาจารย์ขจิตเป็นอย่างสูงที่แนะนำผู้เขียนให้มีโอกาสรู้จักกับพี่ครูสุภมาส ที่กรุณาเปิดโอกาสให้ผู้เขียนได้ย่างก้าวเข้ามาสัมผัสกับเด็กน้อยใฝ่รู้ใฝ่เรียนกลุ่มนี้ และต้องขอบคุณโกทูโนว์ที่ทำให้พวกเราชาวบล็อกเกอร์ได้รู้จักและมีโอกาสร่วมมือกันส่งเสริมการเรียนรู้ของเด็กไทยที่คืออนาคตของประเทศเรา