“ผู้ใดที่มัวแต่เพ่งโทษบุคคลอื่น กิเลสของผู้นั้นย่อมเจริญขึ้น”

7        เทคนิคสู่การเป็น "อวยมาสเตอร์"

 

อวยมาสเตอร์ คือ อะไร  ตอนแรกที่อ่านก็งงเหมือนกันค่ะ  พออ่านๆไปแล้ว อ่อ...  อวยมาสเตอร์  หมายถึง  นักชมฝีปากเอกนี่เอง  ด้วยในวิชาชีพครูต้องมีการชมเป็นรางวัลชมเชยให้นักเรียนอยู่เสมอๆ เพื่อเป็นการให้กำลังใจซึ่งกันและกันนั่นเอง...เลยอยากนำเสนอเทคนิคการเป็นอวยมาสเตอร์ที่ว่านี้...เผื่อจะเป็นประโยชน์กับท่านผู้อ่านบ้างนะคะ...อาจมีบางครั้งที่เราก็ไม่รู้จะเอ่ยปากเริ่มต้นชมเขาอย่างไร... การเป็นอวยมาสเตอร์  มีดังนี้ค่ะ

1)  เปลี่ยนความคิดเสียใหม่

           การที่เราจะชื่นชมคนอื่นได้ด้วยความจริงใจนั้นสิ่งแรกที่เราควรทำคือเปลี่ยนความคิดของตนเองใหม่เสียก่อน  แบบที่เขาเรียกว่าสวยจากในออกจากข้างนอกหรือเปล่าค่ะ (เกี่ยวกันไหมนิ อิอิ) จากเดิมที่คิดว่าการชมไม่จำเป็น  ให้คิดใหม่ ว่า  "การชมเป็นการให้รางวัลทางใจ" หากสิ่งที่คนอื่นทำเป็นการคิดดี ทำดี พูดดี การชมก็ทำให้เขาเหล่านั้นเกิดความภาคภูมิใจ ให้เขาได้ทำสิ่งดีๆต่อไป แต่ถ้าหากเขาเหล่านั้นทำดีอย่างโดดเดียวไม่เคยได้รับคำชมแม้แต่นิดเดียว...พลังในการสร้างสรรค์สิ่งดีงามให้โลกนี้น่าอยู่ก็ย่อมสามารถลดน้อยลงหรือเหือดแห้งลงไปได้ในไม่ช้าได้เช่นกัน....

2)   เปิดใจ 

            การเปิดใจเป็นการมองข้ามข้อเสีย  ไม่ใช่เป็นการเพ่งโทษเขาเพียงอย่างเดียว  เพราะนอกจากจะทำให้เราพูดแต่สิ่งที่ไม่ดี ไม่ชวนฟังออกมาโดยอันโนมัติแล้ว  ดังพุทธภาษิตที่ว่า "ผู้ใดที่มัวแต่เพ่งโทษบุคคลอื่น กิเลสของผู้นั้นย่อมเจริญขึ้น"

3)   จริงใจ 

            ความจริงใจถือเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดเลยก็ว่าได้  ในการชมเชยที่แท้จริง ที่ออกมาจากใจ  ที่ไม่ใช่เป็นเพียงการพูดออกมาทางลมปากที่หวานหู  แต่โกหกหาความจริงใจไม่ได้เลยทั้งต่อหน้าและลับหลัง  เพราะความจริงใจนั้นจะทำให้ผู้พูดทำด้วยความมั่นใจ ไม่ประหม่า พูดจาได้อย่างเป็นธรรมชาติ  จนคนที่ฟังสามารถรับรู้ได้ถึงความรู้สึกที่ส่งผ่านไปยังใจนั่นเอง.....

4)  นึกถึงและพูดถึงความดีของเขาบ่อยๆ

            การอวยไม่ได้หมายถึงเพียงแค่การเดินเข้าไปแสดงความชื่นชมเพียงเท่านั้น  แต่การอวยยังหมายถึงการนึกถึงหรือพูดถึงความดีของเขาบ่อยๆ  ทั้งนี้เนื่องจากมนุษย์เราล้วนมีข้อดีข้อเสียปะปนกันไปเป็นธรรมดา...หากแต่การพูดถึงข้อดีของเขาหรือพูดถึงเขาในแง่ดีแง่บวกบ่อยๆก็จะทำให้ใจเราเปิดกว้าง ยอมรับเขาขึ้นมาโดยอัตโนมัติ   กำแพงแห่งความขัดเขินในการก้าวเดินไปชื่นชมใครสักคนก็ย่อมหายไปได้โดยพลัน...

5)  อวยอย่างไรให้ได้ผล 

            สิ่งที่เราจะลืมไม่ได้เลยในการอวยก็คือ  การคอยสังเกตว่าคนที่เราเข้าไปอวยนั้นชื่นชอบการชมเฉพาะบุคคล หรือชื่นชมอย่างเปิดเผยในที่สาธารณะ  เพราะไม่ใช่ทุกคนนักที่จะรู้สึกดีต่อการถูกชมต่อหน้าคนจำนวนมาก  และไม่ไปสร้างความน้อยเนื้อต่ำใจให้แก่คนที่คอยช่วยเหลือซึ่งกำลังฟังอยู่ด้วย  และจะดีที่สุดหากคำชมของเราสามารถสร้างแรงจูงใจให้ทุกคนอยากหันมาสร้างสรรค์สิ่งดีงามให้เกิดขึ้นบ้าง...

6)  อวยได้ทุกสถานการณ์ 

            นอกจากการกล่าวชื่นชมสิ่งดีๆแล้ว  การจะก้าวขึ้นสู่ความเป็น "อวยมาสเตอร์"ที่สมบูรณ์แบบ เราต้องสามารถพูดถึงข้อบกพร่องของผู้อื่นได้ในทางที่สร้างสรรค์ แบบ "บัวไม่ให้ช้ำ น้ำไม่ให้ขุ่น" โดยการใช้คำพูดที่สร้างสรรค์ พยายามมองหาและพูดถึงข้อดีด้วย ไม่ใช่เป็นการพูดเฉพาะข้อบกพร่องเพียงอย่างเดียว และที่สำคัญที่สุดคือ เราจะต้องระมัดระวังที่จะวิจารณ์ให้ตรงจุด ควรหลีกเลี่ยงหารวิจารณ์แบบเหมารวม เพื่อที่จะได้ไม่ทำให้ผ็ที่ถูกวิจารณ์รู้สึกว่าเรากำลังโจมตี "ตัวตน"ของเขาอยู่

7)  ใช้คำพูดและภาษากายในแง่บวก

            เทคนิคสุดท้ายคือ  การเลือกใช้คำพูดในแง่บวก ไม่ว่าจะเป็น "ผมเห็นด้วย" "ที่คุณคิดเป็นสิ่งที่ดีมาก" "เยี่ยมมากเลย" ฯลฯ ประกอบกับการใช้ภาษากายที่ดี เช่น การยิ้ม การพยักหน้า การสบตา ฯลฯ เพราะการแสดงออกซึ่งคำพูดหรือกิริยาท่าทางถือเป็นพลังงานในทางบวกที่เป็นองค์ประกอบสำคัญที่สุดที่จะทำให้การอวยของคุณสัมฤทธิผล

             การพูดชื่นชมหรือการเป็นอวยมาสเตอร์ที่ดีนั้น  เพียงแค่ผู้พูดมีจิตคิดปรารถนาดี  ที่อยากให้คนรอบข้างมีความสุขอย่างแท้จริง  ไม่ว่าคุณจะสามารถนำเทคนิคทั้งเจ็ดข้อไปใช้ได้อย่างสมบูรณ์แบบหรือไม่แล้ว  คุณก็น่าจะพิชิตตำแหน่งอวยมาสเตอร์  ขวัญใจคนรับคำชมได้ไม่ยาก  ^_^

 

                                                                                ขอบคุณเรื่องดีดีจาก  ศรันยู  นกแก้ว

                                                                        จาก  Secret เคล็ดลับสู่ความสุขและความสำเร็จ

                                                                                     ฉบับวันที่  26 มิถุนายน 2552