การพัฒนาการเรียนรู้ จาก การเรียนรู้ด้วยตนเอง การเรียนรู้จากการทำงาน และการเรียนรู้จากการฝึกอบรม

ไม่ว่าคุณจะเข้าไปทำงานในสถานที่ใดก็ตาม คุณคงมีความต้องการและความมุ่งหวังที่จะพัฒนาตนเองให้มีความรู้ ความชำนาญ และมีทักษะในงานที่รับผิดชอบทั้งงานในปัจจุบันและงานที่ได้รับมอบหมายให้ทำในอนาคตให้ดีและมีประสิทธิภาพมากขึ้นและเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด และเข้าใจว่าคงจะไม่มีใครที่ไม่ต้องการความก้าวหน้าในอาชีพการทำงาน หลายต่อหลายคนพยายามหาโอกาสในการเรียนรู้และเพิ่มพูนประสบการณ์ของตนเองไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม

หัวใจของการพัฒนาตนเองในการทำงานให้ประสบผลสำเร็จอยู่ที่กระบวนการสร้างและพัฒนาองค์ความรู้ของตนเอง โดยมีการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง (Continuous Learning) นั่นก็คือ การไม่หยุดนิ่งในการแสวงหาความรู้ใหม่ ๆ อยู่ตลอดเวลา ขวนขวายและกระตือรือร้นที่จะรับฟังข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง การเป็นผู้รู้จักฟัง คิด ถาม และจดบันทึกข้อมูลต่าง ๆ ที่ได้รับและเป็นประโยชน์แก่ตนเอง ดังนั้นจึงขอเสนอวิธีการง่าย ๆ ในการสร้างกระบวนการของการเรียนรู้และการพัฒนาองค์ความรู้ให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนี้

          การเรียนรู้ด้วยตนเอง (Self Learning)

จุดเริ่มต้นของการสร้างและพัฒนาระบบความรู้ของคุณอยู่ที่ "ตัวคุณเอง" มีหลายต่อหลายคนสามารถประสบความสำเร็จในอาชีพของตนด้วยการใส่หัวใจในอาชีพที่คุณทำ นั่นก็คือ "สนใจ.. ใส่ใจ.. ตั้งใจ..จากใจ" ไม่ว่าจะเป็นอาชีพใด ๆ ก็ตาม หากคุณทำงานด้วยความสนใจ รักในสิ่งที่กำลังทำ ใส่ใจในการพัฒนาตนเอง ตั้งใจทำงานที่ได้รับมอบหมายให้ดีที่สุด และทำงานทุกอย่างจากใจของคุณเอง คุณย่อมต้องประสบผลสำเร็จในอาชีพของคุณอย่างแน่นอน

โดยอาจจะใช้เวลาที่ไม่ใช่ช่วงเวลาการทำงาน หรือใช้เวลาในวันหยุดของคุณเพื่อแสวงหาความรู้ ข้อมูลต่าง ๆ และหาโอกาสฝึกฝนในสิ่งที่คุณคิดว่าจะเป็นประโยชน์ต่อการทำงานของตัวคุณเอง…มีวิธีการหลากหลายวิธีสำหรับการเรียนรู้โดยตัวคุณเอง..ลองค้นหาวิธีการที่โดนใจคุณและคุณมีเวลาว่างพอที่จะทำได้ ดังนี้

เรียนรู้จากการอ่าน : ความรู้ต่าง ๆ ย่อมเพิ่มพูนได้จากการอ่านหนังสือ ตำราทั้งภาษาไทยและภาษาต่างประเทศ หนังสือพิมพ์ ข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต

เรียนรู้จากการฟัง : การฟังวิทยุ หรือดูโทรทัศน์ รวมทั้งการพบปะสังสรรค์กับกลุ่มคนต่าง ๆ เพื่อรับฟังข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้องก็เป็นอีกวิธีการหนึ่งที่จะทำให้คุณมีความรู้มากขึ้น

เรียนรู้จากการถาม : การถามเป็นการสร้างความกระจ่างในข้อมูลที่สงสัยและไม่แน่ใจว่าถูกต้องหรือไม่ โดยการสอบถามข้อมูลต่าง ๆ จากหัวหน้างาน จากเพื่อนร่วมงาน จากเพื่อนที่ทำงานในสายอาชีพเดียวกัน

เรียนรู้จากการคิด : คุณสามารถสร้างและพัฒนาองค์ความรู้ใหม่ ๆ ได้ด้วยการคิดนอกกรอบ โดยมีความยืดหยุ่นทางความคิด กล้าที่จะดัดแปลงหรือปรับเปลี่ยนแนวคิดเดิม ๆ ที่มีอยู่ ซึ่งไม่จำเป็นต้องยึดและทำตามกรอบหรือวิธีการเดิมที่กำหนดเสมอไป

การเรียนรู้ในขณะทำงาน (On the Job Learning)

นอกจากคุณจะพัฒนาองค์ความรู้ต่าง ๆ จากการขวนขวายด้วยตัวคุณเองแล้ว คุณสามารถเพิ่มพูนความรู้จากงานที่กำลังทำอยู่ เป็นการฝึกปฏิบัติงานจริง ซึ่งคุณจะมีการเรียนรู้ในงานนั้นอย่างอัตโนมัติ โดยคุณเองอาจจะไม่รู้ตัวว่าคุณกำลังเรียนรู้งานของคุณอยู่ ทั้งนี้การเรียนรู้ในขณะทำงานจะเกิดขึ้นจากปัจจัยเกื้อหนุนในการส่งเสริมให้คุณมีโอกาสได้เรียนรู้ ดังนี้

เรียนรู้จากการสอน/เสนอแนะในงาน : หัวหน้าโดยตรง หรือเพื่อนร่วมงานของคุณที่มีประสบการณ์ในงานนั้น ๆ จะมีบทบาทอย่างมากในการสอนหรือเสนอแนะแนวทางและวิธีการทำงานต่าง ๆ ให้กับคุณ

เรียนรู้จากปัญหาหรือข้อผิดพลาดในงาน : การทำงานใด ๆ ก็ตาม ย่อมต้องเผชิญกับปัญหาหรืออุปสรรคที่เกิดขึ้น เพียงขอให้คิดเสมอว่าปัญหาเป็นเรื่องธรรมดาที่จะต้องแก้ไขและเป็นสิ่งท้าทายที่ควรจัดการ เพราะปัญหาจะทำให้คุณเกิดกระบวนการของการเรียนรู้ได้ดีที่สุด ดังนั้นคุณไม่ควรวิตกกังวลต่อปัญหาที่เผชิญอยู่

เรียนรู้จากการลองผิดลองถูก: สืบเนื่องจากการที่คุณมีความคิดนอกกรอบ คิดอย่างเดียวไม่พอ คุณควรจะนำความคิดของคุณมาปฏิบัติและทดลองว่าสามารถทำได้หรือไม่ มีข้อแก้ไขและต้องปรับปรุงอะไรบ้าง ซึ่งวิธีการนี้เองจะช่วยให้คุณมีพัฒนาการขององค์ความรู้ใหม่ ๆ อยู่เสมอ

เรียนรู้จากโอนย้ายหรือสับเปลี่ยนหมุนเวียนงาน: หากคุณเป็นผู้หนึ่งที่ทำงานได้หลากหลายหน้าที่งาน ย่อมจะทำให้คุณมีโอกาสพัฒนาความก้าวหน้าในอาชีพของตัวคุณเอง ซึ่งการโอนย้ายหรือสับเปลี่ยนหมุนเวียนงานจะทำให้คุณเป็นผู้รอบรู้ในงานที่หลากหลาย…ขอให้ตระหนักไว้เสมอว่า…ผู้รอบรู้ย่อมได้เปรียบ

                      การเรียนรู้จากการฝึกอบรม (Learning From Training Program)

                      บางคนเห็นว่าการเข้ารับการฝึกอบรมเป็นสิ่งที่เสียทั้งเวลาและการทำงาน ปฏิเสธไม่ยอมเข้ารับการฝึกอบรม ไม่เชื่อว่าการฝึกอบรมสามารถทำให้คุณทำงานได้ดีและมีประสิทธิภาพมากขึ้น…ความคิดดังกล่าวนั้นไม่จริงเสมอไป หากคุณเป็นผู้หนึ่งที่รู้จักคิดและประยุกต์ความรู้ที่ได้รับการอบรมมาใช้ในการทำงาน..คุณย่อมเห็นผลที่ได้รับจากการเข้าฝึกอบรมในโครงการต่าง ๆ อย่างแน่นอน…ทั้งนี้รูปแบบของโครงการฝึกอบรมที่พบเห็นโดยส่วนใหญ่ มี 2 รูปแบบ ดังนี้

In House Training : เป็นการอบรมจากหลักสูตรที่บริษัทเป็นผู้จัดขึ้นเอง โดยอาจเชิญวิทยากรที่มีความรู้และประสบการณ์จากหน่วยงานทั้งภายในหรือภายนอกเป็นผู้ฝึกสอนและถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ของตน

Public Training : หัวหน้าของคุณจะเป็นผู้พิจารณาความเหมาะสมและจัดส่งให้คุณเข้ารับการอบรมในหลักสูตรภายนอกที่จัดขึ้น นอกจากนี้ตัวคุณเองอาจเป็นผู้หนึ่งในการเสนอขออนุมัติเพื่อเข้ารับการอบรมตามหลักสูตรจากภายนอกก็ย่อมได้

การเรียนรู้อย่างต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็นการเรียนรู้ด้วยตัวคุณเอง (Self Learning) การเรียนรู้ในขณะทำงาน (On the Job Learning : OJL) และการเรียนรู้จากการฝึกอบรม (Learning From Training Program) ย่อมจะมีส่วนช่วยให้คุณมีพัฒนาการขององค์ความรู้ใหม่ ๆ ซึ่งองค์ความรู้ต่าง ๆ ที่ได้รับจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง หากคุณเข้าใจ และมีการนำความรู้ที่ได้รับมาใช้ในการทำงานของตัว

ที่มา http://www.hrcenter.co.th/

                จากบทความ ขอเสนอข้อคิดเห็นเพิ่มเติมว่า หากเราไม่พัฒนาการเรียนรู้ของเราก็เท่ากับว่าเราหยุดอยู่กับ ธรรมดาสิ่งที่หยุดอยู่กับที่หรือไม่เคลื่อนไหวมักจะถูกมองข้ามหรือไม่ก็ถูกลืม ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องที่แย่ที่สุดในการทำงานก็ว่าได้ที่ทำแล้วไม่ได้พัฒนา หรือได้รับการพัฒนา การพัฒนาที่ว่าก็เริ่มจากสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ก่อนโดยเริ่มที่ตนเองก่อน สนใจใคร่รู้ อ่าน ฟัง ถาม คิดใคร่ครวญถึงสิ่งที่ได้รับหรือพบเจออยู่เสมอ กระตือรือร้นในการเสนอตนเองเพื่อเข้ารับการฝึกอบรมจากหน่วยงานต่างๆ ที่จัดขึ้นเพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้กับตนเอง สิ่งที่สำคัญที่สุดการเปิดใจยอมรับกับสิ่งต่างๆ รอบๆ ตัว อย่าคิดว่าตนเองนั้นเก่งแล้ว เพียงพอแล้วสำหรับสิ่งที่มี นั่นเป็นการปิดกั้นตนเองต่อการพัฒนา