เช้านี้ฝนตกพรำๆ  นั่งมองดูธรรมชาติภายนอกเห็นวิถีชีวิตการเป็นอยู่ของคนที่ขวักไขว่ทำงานในท้องทุ่งแต่เช้าตรู่  นกกระยาง  นกปากห่าง  และอีกหลายชนิดบินหากินในท้องทุ่งอย่าร่าเริงใจ  ลมโบกธงที่ปักไว้เป็นทิวแถวต้นข้าวโยกย้ายเต้นระบำตามแรงลม  สายฝนโปรยปราย  ดูงดงามยิ่งนัก

แล้วย้อนมามองใจตัวเองเลยระลึกในใจว่าชีวิตนี้ต้องการอะไรละ..

เราทุกตัวตนล้วนเกิดมาโดยไม่สามารถเลือกตามใจปรารถนาได้  ประการหนึ่ง

เราทุกตัวตนครั้นเกิดมาแล้วล้วนต้องการจะหาความสุขมาบำเรอกายใจอยู่ตลอดเลา  ประการหนึ่ง

เมื่อสิ่งที่เกิดกับตนนั้นหากตัวตนไม่พึงพอใจในสิ่งนั้นก็จะมีทุกข์กายและใจ  จึงพยายามขวนขวายที่จะดิ้นรนหลีกหนี  ดังปลาที่ดิ้นอยู่บนเขียง  โดยไม่คำนึงถึงตัวตนอื่นว่าชอบหรือไม่ไม่สนใจ  ประการหนึ่ง

เมื่อเป็นเช่นนี้ควรแล้วหรือที่เราผู้ตกอยู่ในสภาวะดังกล่าวมาเหมือนกัน  ที่คอยแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกัน   อิจฉาริษยากัน  อาฆาตข่มเหงกัน  ใส่ร้ายป้ายสีกันต่างๆนาๆ....อยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน 

สุดท้ายแล้วไม่ว่าเราหรือท่านก็เป็นแบบเดียวกัน  คือไม่สามารถหาจุดยืนของตัวเองได้  ก็ตกอยู่ในวงจรสังสารวัฏนี้อยู่ร่ำไป ซึ่งเป็นวงจรชีวิตหรือกับดักที่เราท่านสร้างขึ้นมา  แล้วก็เราท่านนั่นแหละต้องติดกับดักนั้นเสียเองโดยไม่สามารถที่จะปฏิเสธได้เลย

เมื่อเราท่านไม่สามารถเลือกมาเกิดได้ตามปรารถนาแล้ว  ทำไมละในขณะที่เราท่านยังมีลมหายใจเข้าออกกอปรด้วยสติสัมปชัญญะอยู่ ณ วินาทีนี้  เราท่านควรสร้างสิ่งที่ดีขึ้นโดยรู้เท่าทันกับสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างนิ่มนวลตามเป็นจริง  ต้องยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างเข้าใจแล้วเราท่านก็สามารถทำให้เจ้าอดีตและเจ้าอนาคตยอมศิโรราบแบบไม่มีข้อแม้ใดๆทั้งสิ้น  ลองอยู่กับปัจจุบันดูสิแล้วจะรู้ว่าน่าอัศจรรย์ยิ่งนัก

ความสุขที่เราท่านขวนขวายมันมาตั้งครึ่งค่อนชีวิตหรือบางท่านล้มหายตายจากไปก็ยังหาไม่เจอ  สุขทุกข์อยู่กับตัวเราในพื้นที่ยาววา  หนาคืบ  กว้างศอก  นี้แหละ  แต่เราไม่เคยเลยที่จะศึกษามัน  คอยแต่โทษสิ่งรอบข้างร่ำไป  ลองทำตัวเราให้เป็นกระจกบานใหญ่  จะได้มองเห็นว่าในตัวเรามีรอยด่างหรือจุดเด่นตรงไหนบ้าง  แล้วเราจะได้พบกับความสุขที่แท้จริงในไม่ช้า...

 

........ได้เวลาไปส่องกระจกแล้วขอรับ...

...........ธรรมะสวัสดี....