วันมาฆะบูชาลำรึก
วันที่จันทร์ เต็มดวง ในห้วงฟ้า สองพันกว่า ร้อยปี ที่เห็น
พระพุทธเจ้า ทุกกิริยา บำเพ็ญ บรรลุ เป็น อรหันต์ อันยิ่งยง
รสพระธรรม คำสอน วอนชาวโลก จนคลายโศกเวทนา ค่าสูงส่ง
ดอกไม้ ธูปเทียนน้อม ถวายแด่องค์ วันที่ทรง สมภพ ตรัสรู้ สู่นิพพาน
ขอชาวไทย ทั้งชาติ ชื่นมนัส พุทธบริษัท ถือศีล ทั่วสถาน
จงนับถือ เลื่อมใส ในหลักการ ให้เจือจาน ผลบุญ เกื้อหนุนกัน
ทางสายกลาง เดินไป ให้ก้าวหน้า อย่าหลงป่า กิเลส เหตุมหันต์
บ้างต่อสู้ แย่งตำแหน่ง พัลวัน ไฟโลภนั้น อาจเผาไหม้ ให้อับปาง
ปัจจุบันสังคมไทยได้แปรเปลี่ยน แต่ความเพียร ประพฤติธรรม ยังไม่สร่าง
จะทำดี แข่งขัน กันทุกทาง หากปล่อยวาง คนชั่ว จะทั่วเมือง
นำดอกไม้ ธูปเทียน เวียนถวาย รำลึกคล้าย พระองค์ ทรงลือเลื่อง
เหลือพระธรรม แสงทอง ส่องประเทือง จะรองเรือง สว่างใน ใจทุกคน
ท่านผู้อ่านที่รักทุกท่านคะ ดิฉันได้ไปอ่าน บทความย้อนหลัง ของท่าน ปู่เปลวเทียน ท่านพูดว่า ปัจจุบันนี้ ว่าเด็กไม่รู้จักวันพระวันเจ้า อย่าว่าเด็กเลยคะ ผู้ใหญ่รู้ แต่บางครั้งก็ลืมไป ว่า วันทั้งหลายนี้ มีความเป็นมาและสำคัญอย่างไร วันนี้เลยไปหา วันมาฆบูชา มาให้อ่านกัน เพื่อแสดงว่ายังรำลึกถึงพระคุณ ขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่ทำให้เรารู้ว่า วันนี้ เป็นวันที่พระองค์ได้สอนให้เรา รู้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา เป็นวันที่พระองค์ ประสูติ (เกิด) ตรัสรู้ และปรินิพพาน
ส่วนข้างล่างนี้ไปตอบเอาในบล็อกท่านเปลวเทียนนะคะ ดึงมา ในเรื่องที่ 4 ท่านให้ความรู้ว่า ยังเป็นวันกตัญญูแห่งชาติด้วย แต่พากันลืมสนิทประเทศไทย
สวัสดีค่ะพี่สุ...
ดีจังเลยวันสำคัญของชาวพุทธ...ช่วงนี้ทำบุญเข้าพรรษานะคะ...
มาเยี่ยมครับสมาชิกใหม่..กวีจรครับผม..
ทั้งหมดรักนะ จุ๊บ จุ๊บ
สวัสดีค่ะ คุณสุ
มาเยี่ยม มาอ่าน ด้วยความระลึกนึกถึง
โชคดี มีสุขค่ะ
สวัสดีครับ
ส่วนดีก็ส่งเสริม...ส่วนที่ยังไม่ดีก็ต้องชักจูงให้เข้ารูปเข้ารอยกันต่อไปนะครับ...ช่วยกันคนละไม้คนละมือ...เดี๋ยวก็ดีเองครับ
โชคดีครับ
รักทั้งหมดนะคะ จุ๊บ จุ๊บ
ขอแปลกลอนของคุณกวีจร ใช้ชื่อในบทกลอนว่า เดินทางเพื่อรัก
เดินทางอีกครั้งเพื่อรัก
ชีวิตหนึ่ง เดินทางมา อย่างว่างเปล่า ทุกข์ปนเศร้า รุมล้อม ทุกหย่อมย่าน
แม้รอยยิ้ม ฝืดฝืน หมดชื่นบาน ทิ้งความหลัง ที่ร้าวราน มานานปี
อยากจะ เดินตามล่า หารักยิ่ง ชีวิตจริง ของคน บนวิถี
ทั้งทุกข์สุข นานา ประดามี ซึ่งบ่งชี้ ให้เห็น ความเป็นไป
สายลม ผีเสื้อ ดอกไม้ แทนคิดถึง ด้วยสุดซึ้ง เสียงซึงซอ พอใจหาย
ผะผิวปาก ความคะนึง มิเสื่อมคลาย ใจสลาย เป็นฉากฉาก ฟากทะเล
ลุกขึ้นยืน เงยหน้ามองฟ้ากว้าง ดูเวิ้งว้าง ห่างไกล ใจหักเห
ข้ามสิงขร หนักหนา ใจรวนเร ใจพังเพ ท้อถอย อยากหยุดเดิน
ขณะที่อ่อนล้า คราโศกทุกข์ เสี้ยวความสุข มีให้ ใช่ห่างเหิน
เพียงยิ้มสู้ รู้สร้าง หนทางเดิน มิไกลเกิน ความฝัน ถ้าหมั่นเพียร
จะตามล่า หารัก ให้ได้จบ -----------------------
ช่วงนี้ ให้คุณกวีจรต่อให้จบด้วย เพราะคิดไม่ออกแล้ว แล้วจะมาดูรอยต่อนะคะ เขียนกาพย์ไม่เก่ง แต่กลอนแปดอย่างนี้พอสู้ไหว คะ
สวัสดีค่ะ
ส่งพี่สุเข้านอนค่ะ...
สวัสดีค่ะคุณป้าสุ
แวะมาทักทายคุณป้าตอนดึกค่ะ
หนูจะเป็นกำลังใจให้คุณป้านะคะ
รักษาสุขภาพด้วยนะคะ
สวัสดีค่ะ
พี่สุเว็บแต่งบล็อกอันนี้ค่ะของครูศิริพร...
http://gotoknow.org/blog/blog-css/175209
และบทกลอนเพราะมากเลย ขอบคุณในความรักที่มีต่อกันคะ
สวัสดีค่ะ มาเยี่ยมจ๊ะ
น้องขจิต ไม่งดเหล้า เพราะ ดื่มไม่เป็น หรือละเว้น เป็นระยะ ระยะ เช่นปู่เปลวเทียนว่ามา หนอ ท่านนั้นบอก งดเว้น เว้นดื่ม เป็นระยะ ฮ่า ฮ่า ปู่เปลวเทียน จามฮัดเช่ย อีกแล้ว อีกแล้ว
น้องขจิต มาถูกบล็อคนะ เพราะบล็อกนี้ ครึ่งหนึ่งของบล็อคนี้ จะมีคนกำลัง เดินทาง ตามหารักของ คุณกวีจร พอดี ได้น้องขจิตไปเป็นเพื่อน ตามล่าหารักด้วยกัน อีกคน
ระวังคานจะถามหา ฮ่า ฮ่า ลงจากคานแล้วยัง ล้อเล่น
สบายดีนะครับ