รับน้องใหม

ทุกปี... ในระยะเวลาเดียวกันนี้ จะมีข่าวการ รับน้อง ด้วยความรุนแรง และวิธีวิตถาร ผิดมนุษย์ มาให้เห็น ให้รับรู้ กันอยู่เสมอ หนักบ้างเบาบ้าง มากน้อยขึ้นอยู่กับว่า ขณะนั้นมีข่าวอะไร สำคัญกว่าหรือไม่ ผลของการรับน้องเกิดขึ้นกับใคร หรือหนักหนาสาหัสเพียงใด เป็นประเด็นหลัก

 

ปีนี้ก็เช่นกัน มีน้องใหม่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์คนหนึ่งถึงกับตัดสินใจฆ่าตัวตายไป ข่าวระบุว่าเขาอึดอัดคับข้องใจกับพฤติกรรมของรุ่นพี่ และประเพณีของสถาบัน ตลอดจนกิจกรรมต่างๆ ที่พี่ๆ กระทำต่อเขาและเพื่อนๆ ซึ่งเห็นว่า ทั้งรบกวนเวลาเรียน และเวลาอ่านหนังสือ มิหนำซ้ำ การ รับน้อง เช่นนั้น ยังละเมิดและแทรกแซงชีวิตส่วนตัวอย่างมาก จนเขาทนไม่ได้ ต้องตัดสินใจเดินทางกลับบ้าน แล้วเลือกปิดฉากชีวิตตนเองด้วยอาวุธปืนของคนในครอบครัว ทิ้งไว้แต่จดหมายขอโทษคุณแม่ ที่ไม่สามารถบวชทดแทนคุณ ดังที่สื่อมวลชนหลายราย หลายๆ ประเภทได้ออกข่าวกันไปแล้ว

 

ประเพณีการรับน้องใหม่นั้นว่ากันว่านำเข้ามาจากสหรัฐอเมริกา จากคณะเกษตรของมหาวิทยาลัยคอร์แนล ซึ่งมีคณาจารย์ด้านเกษตรกรรมหลายสถาบันไปร่ำเรียน แล้วจดจำแบบอย่างมาประยุกต์ใช้ นัยว่าเพื่อสร้างความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน และประสานความต่างของคนหนุ่มสาวมากหน้า ตลอดจนทำความรู้จักและแสวงหาแก่นแท้ของแต่ละคน เพื่อการใช้ชีวิตร่วมกันอย่างเกื้อกูล

 

ข้อมูลนี้จริงเท็จอย่างไรไม่รับรอง แต่ยินดีรับฟังหรือแลกเปลี่ยนกับคนเห็นแย้ง หรือเห็นต่างออกไป

 

ฟังๆ ดูแล้วคล้ายจะเป็นกิจกรรมในอุดมคติ ที่ให้ผลเลิศอย่างหารอยตำหนิแทบมิได้ ซึ่งถ้าเคยเป็น หรือเคยมีมาเช่นนั้นจริง ก็ออกจะน่าเสียดาย ที่วันนี้ดูท่าว่ามันจะหายหกตกหล่นเสียระหว่างทาง หรือถูกเปลี่ยนรูปแปลงร่างไปเสีย จนคนที่เคย ริเริ่ม หรือผ่านการ รับน้อง มาแต่เดิม ก็แทบจดจำไม่ได้ ว่าที่ตนและเพื่อนๆ พี่ๆ เคยปูทางไว้ ทำไมจึงเปลี่ยนไปเช่นนี้ หรือถึงขนาดนี้...

 

จะว่าไปแล้ว ในพระพุทธศาสนา ความเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องธรรมดาและธรรมชาติ ด้วยกฎแห่งการ เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของพระไตรลักษณ์ เพียงแต่ หากนำเอาเรื่อง เหตุ และ ปัจจัย ไปเทียบเคียง ก็จะเพิ่มมุมมองพิเศษขึ้นอีกด้าน ว่า..ถ้าไม่อยากให้สิ่งหนึ่งสิ่งใด เสื่อม ก่อนกาลอันควร(เพราะยังมีคุณระโยชน์บางประการ) ก็พึงหลีกเลี่ยง เหตุ-ปัจจัย ฝ่าย อกุศล แล้วส่งเสริมด้าน กุศล ให้มากขึ้น

 

ปัญหาคงอยู่ที่ว่า ถึงวันนี้ การ รับน้อง เป็นอะไรกันแน่ เป็น กิจกรรมฝ่ายกุศล หรือเป็นเพียง ผล แห่งความอาฆาตจองเวร และตอบสนองความเบี่ยงเบนของรุ่นพี่ๆ ที่ถือเอาช่วงเวลานี้ สำเร็จความใคร่ทางวิญญาณ กันอย่างเพลินอารมณ์

 

จะอย่างไรก็แล้วแต่ น่าสนใจว่า แม้สังคมจะพากันเรียกร้องต้องการเพิ่มขึ้นทุกที ที่จะขอให้นักศึกษาและรุ่นพี่ในสถาบันต่างๆ ยุติ กิจกรรม อกุศล อันสุ่มเสี่ยงโดยไม่จำเป็นเช่นนี้ไปเสีย แต่ขณะเดียวกัน ทั้งอาจารย์ ฝ่ายกิจการนิสิต-กิจการนักศึกษา หรือกระทั่ง คณบดี-อธิการบดี ตลอดจนรุ่นพี่แทบทั้งปวง กลับเป็นฝ่ายแตะถ่วงหรือพยายามปฏิเสธข้อเรียกร้องเหล่านั้นเสียเอง มิหนำซ้ำ ในกรณีนักศึกษามหาวิทยาลัยเกษตรกรณีข้างต้น ตัวบุคคลฝ่ายมหาวิทยาลัย(หรือยืนในฟากเดียวกัน) ถึงกับพยายามโยนความ ผิดปกติ กลับคืนมาให้ผู้ตายไปเสียอีก จึงดูเหมือนว่า นี่ออกจะเป็นปัญหาที่ใหญ่โตและลึกซึ้ง เกินกว่าระดับ รุ่นพี่ กับ รุ่นน้อง ไปเสียแล้ว

 

การรับน้องใหม่เกี่ยวข้องอย่างไรกับความหมายเชิงคุณภาพของระบบการศึกษาไทย เกี่ยวพันอย่างไรกับวิธีคิดและกระบวนการตัดสินใจของผู้เกี่ยวข้อง ตลอดไปถึงโครงสร้างทางเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และวัฒนธรรมแบบไทยๆ ฯลฯ ผู้รู้ ทั้งหลายน่าจะศึกษา แล้วให้ ปัญญา กับทุกฝ่ายเพื่อการตัดสินใจในท้ายที่สุด

 

อย่างน้อย ถ้าเด็กหนุ่มชาวพุทธ ผู้มีแก่ใจขอโทษขอโพยแม่ เรื่องที่ตนจะไม่สามารถบวชแทนคุณมารดาได้ กล้าที่จะปลิดชีพของตน เพื่อ หนี การรับน้อง เหล่าอาจารย์ รุ่นพี่ หรือผู้ที่เกี่ยวข้อง ซึ่ง ไม่เคยบวช หรือ ไม่เคยคิดจะบวช ก็ควรจะต้องทบทวนตัวเอง ทบทวนสิ่งที่ตนเกี่ยวข้องเสียที ว่า..

 

ที่ทำๆ กันอยู่นี้ เพื่อ อะไร หรือเพื่อ ใคร กัน...